กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินใต้ฐานปฏิบัติการเก่า คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าโลกเบื้องล่างนี้ยังคงมีความจริงหลงเหลืออยู่
"คุณไม่ได้ลบความทรงจำของผม เพื่อทำลายตัวตนของผม... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของกรณ์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว แสงไฟนีออนดวงเดียวที่กะพริบติดๆ ดับๆ เหนือศีรษะส่องให้เห็นเงาทอดยาวของชายหนุ่มผู้มีแววตานิ่งสนิท ทว่าภายในกลับร้อนระอุราวกับลาวาใต้เปลือกโลก เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าประชิด แต่รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งนั้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาซึ่งยืนพิงแผงควบคุมระบบคอมพิวเตอร์เก่าคร่ำคร่า ไม่ได้หลบสายตาคมกริบคู่นั้น เธอยกเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของคราบน้ำตาที่แห้งกรัง
นิ้วเรียวยาวของเธอกำชายเสื้อกันหนาวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
"ถ้ารู้แล้ว... ทำไมคุณถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ล่ะครับกรณ์" เสียงของเธอกล่าวตอบแผ่วเบา แต่สั่นเครือเล็กน้อย "คุณควรจะเกลียดฉัน ควรจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มาจ้องมองด้วยสายตาที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณแบบนี้"
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าของเขาเงียบสนิทราวกับเสือดาวที่กำลังล่าเหยื่อ ความเงียบระหว่างเขาทั้งสองมีความหมายมากกว่าร้อยพันถ้อยคำ ในมือของเขามีชิปความทรงจำชิ้นสุดท้าย—ชิ้นที่เขาเพิ่งดึงออกมาจากเครื่องสกัดกั้นสัญญาณประสาทเมื่อสิบนาาทีก่อน ชิปสีดำสนิทที่บันทึกเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนเอาไว้ครบถ้วน
เหตุการณ์วันที่โลกเกือบจะล่มสลาย
"ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นแค่เหยื่อ เป็นแค่เครื่องมือทดลองราคาถูกในตลาดความทรงจำที่คุณเป็นคนสร้างขึ้นมา" กรณ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นกุหลาบป่าที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก "แต่พอผมได้เห็นภาพในนั้น... ภาพที่คุณกุมมือผมไว้ในห้องแล็บที่กำลังไฟไหม้ พร้อมกับเข็มฉีดยาสกัดกั้นสารเคมีในมือของคุณ"
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้น "คุณไม่ได้ขโมยความทรงจำของผมไป... แต่คุณเป็นคน 'ตัดตอน' มัน เพื่อไม่ให้ผมจำได้ว่า ตัวผมเองนี่แหละคือคนที่ถือรหัสเปิดระบบทำลายล้างโลก"
รินรดาสะดุ้งเฮือก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวับหนึ่ง ก่อนจะหลุบลงต่ำเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"คุณฉลาดเกินไป... กรณ์" รินรดากล่าวเสียงพร่า เลื่อนมือไปสัมผัสแผงควบคุมที่ไร้การทำงาน "คุณคิดว่าการจำความจริงทั้งหมดได้ มันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นอย่างนั้นหรือครับ? ความทรงจำที่คุณอยากได้นักหนา มันไม่ใช่เรื่องราวความรัก หรือความสำเร็จ แต่มันคือภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งจนมนุษย์คนหนึ่งแบกรับไม่ไหว"
"แล้วทำไมต้องเป็นผม?" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือด้วยความเจ็บปวดที่เก็บกดไว้ "ทำไมต้องเป็นผมที่ต้องถือรหัสทำลายล้างนั่น ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าผมทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนั้น ปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มันทรมานยิ่งกว่าความตายเสียอีกนะครับ รินรดา"
ภาพความทรงจำที่เพิ่งไหลทะลักเข้ามาในหัวของกรณ์ยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพตึกสูงระฟ้าที่สั่นสะเทือน ภาพผู้คนนับล้านที่กำลังวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทาง และภาพตัวเขาเองในชุดเสื้อกาวน์สีขาว มือข้างหนึ่งถือปืนจ่อที่ขมับตัวเอง ขณะที่อีกมือพยายามกดรหัสยุติระบบ
แต่รินรดาเข้ามารั้งเอาไว้ เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลก ฉีดสารเคมีเข้าร่างกายของเขาเพื่อทำลายเซลล์สมองส่วนที่บันทึกรหัสลับนั้นทิ้ง แม้จะต้องแลกกับการที่กรณ์จะสูญเสียตัวตน กลายเป็นคนไร้อดีต เร่ร่อนอยู่ในตลาดความทรงจำมืดเพื่อรอวันถูกลืมเลือน
"เพราะฉันรักคุณไงครับ..."
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องใต้ดิน กรณ์ชะงักงัน ร่างกายที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงชั่วขณะ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววสั่นไหวเป็นครั้งแรก
"คุณคือสถาปนิกผู้สร้างระบบนั้นขึ้นมาก็จริง..." รินรดาก้าวเข้ามาใกล้เขาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่ที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "แต่คุณก็คือคนเดียวที่มีจิตสำนึกพอที่จะทำลายมันทิ้ง เมื่อคุณรู้ว่าพลังงานนั้นมันจะกลืนกินมนุษยชาติ ถ้าฉันไม่ลบความทรงจำของคุณ รัฐบาลเงื่อนไขพิเศษคงตามล่าคุณจนตาย และโลกใบนี้ก็คงไม่เหลือซากให้เรายืนหายใจอยู่จนถึงทุกวันนี้"
เธอยื่นมือสั่นเทาออกไปแตะที่อกเสื้อด้านซ้ายของกรณ์ ตำแหน่งเดียวกับที่หัวใจของเขากำลังเต้นระส่ำ
"ฉันยอมเป็นคนใจร้าย ยอมให้คุณเกลียด ยอมแบกรับตราบาปในฐานะปีศาจผู้ขโมยความทรงจำ... ดีกว่าต้องเห็นคุณกลายเป็นฆาตกรที่ทำลายโลกด้วยมือของตัวเอง"
กรณ์นิ่งงับ ปลายนิ้วของเขาที่กำชิปความทรงจำคลายออกเล็กน้อย ความจริงทั้งหมดที่กระจ่างชัดขึ้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเบาใจขึ้นเลย แต่มันกลับหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และความอาลัยอาวรณ์ตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
เขาก้มมองหญิงสาวผู้หญิงที่ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งทำลายหัวใจของตัวเอง เพื่อปกป้องโลกและปกป้องตัวเขา
"แต่ความลับไม่มีวันตายหรอกนะครับ รินรดา" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ แววตาเปลี่ยนเป็นคมกราบเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ประตูลับเบื้องบน "ในเมื่อพวกมันรู้ว่าชิปชิ้นนี้ยังอยู่... ต่อให้เราซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ก็ไม่มีทางรอดพ้นไปได้"
รินรดาหน้าถอดสีทันที เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กจากกลอนประตูด้านนอกบ่งบอกว่า มีบางคนกำลังพยายามงัดแงะประตูห้องใต้ดินแห่งนี้
ทว่า ก่อนที่กรณ์จะทันได้ขยับตัวหยิบอาวุธ ประตูเหล็กหนาก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงดันสูง ควันสีขาวพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของชายสวมชุดเกราะกันกระสุนสีดำสนิทนับสิบคนกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้
ชายผู้ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุดถอดหมวกนิรภัยออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มเยือกเย็นที่กรณ์คุ้นเคยเป็นอย่างดี—ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยพิทักษ์กาลเวลา ผู้ซึ่งไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานแล้ว
"ทำได้ดีมาก รินรดา..." เสียงทุ้มเยียบเย็นเอ่ยขึ้น "เธอเก็บกู้ชิปชิ้นสุดท้ายมาให้ฉันได้ตามสัญญาจริงๆ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และจับมือฝ่าฟันอดีตอันมืดมนไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 24
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!