สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 35

บาดแผลและการเสียสละ

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
คราบโลหิตบนพื้นห้องแล็บสีขาวสะอาดตาไม่ได้ส่งกลิ่นคาวคลุ้งอย่างที่ควรจะเป็น มันส่งกลิ่นอายของ “เวลา” ที่กำลังแผดเผา—กลิ่นฉุนเฉียวของแผงวงจรความทรงจำที่ถูกโอเวอร์โหลดจนละลาย กรณ์คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เกิดจากความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งไหลทะลักเข้าสู่สมองผ่านสายเชื่อมต่อนาโนบอท รินรดายืนอยู่เบื้องหน้าเขา แววตาของนักจิตวิทยาอัจฉริยะผู้เคยเยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้บัดนี้สั่นไหวระริก เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือของเธอกำ “ชิปต้นแบบ” ชิ้นสุดท้าย—หัวใจสำคัญที่จะปิดผนึกประตูเวลาถาวร "คุณหยุดมันไม่ได้หรอก กรณ์" เสียงของรินรดาแหบพร่า รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอบ่งบอกถึงความยินยอมพร้อมใจที่จะแตกสลาย "เพราะตัวตนที่คุณตามหามาตลอด... มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก" กรณ์เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ความเงียบงันระหว่างพวกเขาน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวอยู่เบื้องหลัง เขากัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นสันนูน ความทรงจำที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่กำลังกัดกินเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเขา—อดีตที่ว่างเปล่าของเขา แท้จริงแล้วถูกลบออกไปเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของรินรดาในไทม์ไลน์คู่ขนาน "ทำไมคุณถึงต้องทำถึงขนาดนี้?" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาทุบทำลายความเงียบราวกับคมมีด "การเสียสละความทรงจำทั้งหมดของผม เพื่อให้คุณมายืนอยู่ตรงนี้ในจุดจบเนี่ยนะ? มันคุ้มค่าตรงไหนรินรดา!" รินรดาสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการเก็บกักออกซิเจนเฮือกสุดท้ายไว้ในปอด เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังเข้าใกล้ขอบเหวของมิติเวลาที่กำลังฉีกขาด แสงสีฟ้าครามสะท้อนบนใบหน้าซีดเซียวของเธอ "เพราะสำหรับฉัน... โลกที่ไม่มีคุณในความทรงจำ มันก็เหมือนกับความตายทั้งเป็น" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด "และทางเดียวที่จะหยุดวงจรอุบาทว์นี้ได้ คือต้องมีใครสักคนแบกรับบาปทั้งหมดเอาไว้... และคนๆ นั้น ไม่ควรเป็นคุณ" ก่อนที่กรณ์จะทันได้พุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเธอ รินรดาก็กดสวิตช์บนชิปต้นแบบในมือ แสงสว่างจ้าแผ่ขยายออกไปจนกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แรงกระแทกจากการถ่ายโอนพลังงานมหาศาลซัดร่างของกรณ์กระเด็นไปกระแทกกับผนังโลหะอย่างแรง จุกเสียดจนแทบสิ้นสติ โลกทั้งใบหยุดนิ่งชั่วขณะ... เสียงสัญญาณเตือนภัยดับลง เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว กรณ์พยุงร่างอันสะביดสะบั้นของตนเองลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว หยาดเหงื่อปะปนกับคราบเลือดไหลอาบใบหน้า รินรดายืนอยู่ที่เดิม ทว่าร่างของเธอกำลังโปร่งแสงลงทีละน้อย ราวกับละอองดาวที่กำลังสลายหายไปในสายลมแห่งกาลเวลา เธอยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย—รอยยิ้มที่ปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความโล่งใจ "ลาก่อนนะครับ... กรณ์... ขอให้คุณได้ใช้ชีวิตในแบบที่คุณเลือกเองเสียที" "ไม่! รินรดา!" กรณ์คำรามลั่น พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ปลายเรียวนิ้วของเธอสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบและชิปสีดำสนิทที่ตกลงกระทบพื้นเสียง *กริ๊ง* ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บอีกครั้ง กรณ์คุกเข่าลง ณ จุดที่รินรดาเคยยืนอยู่ มือหนาสั่นเทาขณะหยิบชิปชิ้นนั้นขึ้นมาแนบอก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่เป็นความเวิ้งว้างในหัวใจที่ไม่มีวันเติมเต็ม แผนการลุล่วงแล้ว... ประตูเวลาถูกปิดตาย อดีตถูกชำระล้าง และอนาคตถูกกำหนดขึ้นใหม่ตามราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจและตัวตนของคนที่เขารักที่สุด ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมจำนนต่อความมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง... เป็นฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ เป็นฝีเท้าของใครบางคนที่ควรจะสลายหายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน "ทำได้ไม่เลวเลยนี่... ลูกชายของฉัน" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้ครับ, นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%