คราบโลหิตบนพื้นห้องแล็บสีขาวสะอาดตาไม่ได้ส่งกลิ่นคาวคลุ้งอย่างที่ควรจะเป็น มันส่งกลิ่นอายของ “เวลา” ที่กำลังแผดเผา—กลิ่นฉุนเฉียวของแผงวงจรความทรงจำที่ถูกโอเวอร์โหลดจนละลาย
กรณ์คุกเข่าลงข้างหนึ่ง ร่างกายของเขาสั่นเทาไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เกิดจากความจริงอันโหดร้ายที่เพิ่งไหลทะลักเข้าสู่สมองผ่านสายเชื่อมต่อนาโนบอท รินรดายืนอยู่เบื้องหน้าเขา แววตาของนักจิตวิทยาอัจฉริยะผู้เคยเยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้บัดนี้สั่นไหวระริก เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือของเธอกำ “ชิปต้นแบบ” ชิ้นสุดท้าย—หัวใจสำคัญที่จะปิดผนึกประตูเวลาถาวร
"คุณหยุดมันไม่ได้หรอก กรณ์" เสียงของรินรดาแหบพร่า รอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอบ่งบอกถึงความยินยอมพร้อมใจที่จะแตกสลาย "เพราะตัวตนที่คุณตามหามาตลอด... มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก"
กรณ์เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ความเงียบงันระหว่างพวกเขาน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวอยู่เบื้องหลัง เขากัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นสันนูน ความทรงจำที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่กำลังกัดกินเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเขา—อดีตที่ว่างเปล่าของเขา แท้จริงแล้วถูกลบออกไปเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของรินรดาในไทม์ไลน์คู่ขนาน
"ทำไมคุณถึงต้องทำถึงขนาดนี้?" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาทุบทำลายความเงียบราวกับคมมีด "การเสียสละความทรงจำทั้งหมดของผม เพื่อให้คุณมายืนอยู่ตรงนี้ในจุดจบเนี่ยนะ? มันคุ้มค่าตรงไหนรินรดา!"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการเก็บกักออกซิเจนเฮือกสุดท้ายไว้ในปอด เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังเข้าใกล้ขอบเหวของมิติเวลาที่กำลังฉีกขาด แสงสีฟ้าครามสะท้อนบนใบหน้าซีดเซียวของเธอ
"เพราะสำหรับฉัน... โลกที่ไม่มีคุณในความทรงจำ มันก็เหมือนกับความตายทั้งเป็น" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด "และทางเดียวที่จะหยุดวงจรอุบาทว์นี้ได้ คือต้องมีใครสักคนแบกรับบาปทั้งหมดเอาไว้... และคนๆ นั้น ไม่ควรเป็นคุณ"
ก่อนที่กรณ์จะทันได้พุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนเธอ รินรดาก็กดสวิตช์บนชิปต้นแบบในมือ แสงสว่างจ้าแผ่ขยายออกไปจนกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แรงกระแทกจากการถ่ายโอนพลังงานมหาศาลซัดร่างของกรณ์กระเด็นไปกระแทกกับผนังโลหะอย่างแรง จุกเสียดจนแทบสิ้นสติ
โลกทั้งใบหยุดนิ่งชั่วขณะ... เสียงสัญญาณเตือนภัยดับลง เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว กรณ์พยุงร่างอันสะביดสะบั้นของตนเองลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว หยาดเหงื่อปะปนกับคราบเลือดไหลอาบใบหน้า
รินรดายืนอยู่ที่เดิม ทว่าร่างของเธอกำลังโปร่งแสงลงทีละน้อย ราวกับละอองดาวที่กำลังสลายหายไปในสายลมแห่งกาลเวลา เธอยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย—รอยยิ้มที่ปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงความโล่งใจ
"ลาก่อนนะครับ... กรณ์... ขอให้คุณได้ใช้ชีวิตในแบบที่คุณเลือกเองเสียที"
"ไม่! รินรดา!" กรณ์คำรามลั่น พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ปลายเรียวนิ้วของเธอสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบและชิปสีดำสนิทที่ตกลงกระทบพื้นเสียง *กริ๊ง*
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บอีกครั้ง กรณ์คุกเข่าลง ณ จุดที่รินรดาเคยยืนอยู่ มือหนาสั่นเทาขณะหยิบชิปชิ้นนั้นขึ้นมาแนบอก ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่เป็นความเวิ้งว้างในหัวใจที่ไม่มีวันเติมเต็ม แผนการลุล่วงแล้ว... ประตูเวลาถูกปิดตาย อดีตถูกชำระล้าง และอนาคตถูกกำหนดขึ้นใหม่ตามราคาที่ต้องจ่ายด้วยลมหายใจและตัวตนของคนที่เขารักที่สุด
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมจำนนต่อความมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง... เป็นฝีเท้าที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ เป็นฝีเท้าของใครบางคนที่ควรจะสลายหายไปตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่... ลูกชายของฉัน"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้ครับ,
นาโนบอทมาสเตอร์
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 35
บาดแผลและการเสียสละ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!