กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินอายุกว่าครึ่งศตวรรษคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก กรณ์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกกระชากจิตสำนึกผ่านเครื่องสกัดความทรงจำระดับสูงยังคงเล่นงานเส้นประสาททุกเส้นในสมองราวกับถูกไฟแผดเผา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน สายตาของเขาพร่ามัวจนแทบมองไม่เห็นภาพเบื้องหน้า แต่ประสาทสัมผัสกลับเด่นชัดขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาทุกที
"นายโง่มากนะกรณ์... ที่คิดว่าจะเข้ามาขโมยฐานข้อมูลของ 'โครโนส' โดยไม่มีคนคุ้มกัน" น้ำเสียงเยียบเย็นของผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัยดังขึ้น พร้อมกับลำกล้องปืนสีดำสนิทที่จ่อตรงมายังหว่างคิ้วของชายหนุ่ม
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ แม้ร่างกายจะไร้เรี่ยวแรงจะขยับ เขากลับใช้สายตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว ความตายไม่ใช่สิ่งที่เขากลัวที่สุด สิ่งที่เขากลัวคือการต้องตายไปพร้อมกับความว่างเปล่า ปมในอดีตที่ถูกลบเลือนยังคงกรีดแทะหัวใจ
"ถ้าฉันตาย... ความลับเรื่องการดัดแปลงเวลาทั้งหมดก็จะตายไปกับฉันด้วย" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามซื้อเวลาในขณะที่สมองคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมด
นิ้วชี้บนไกปืนเริ่มออกแรงกด ปลายกระบอกปืนนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความลังเล
ทว่า... ก่อนที่เสียงคำรามจากปากกระบอกปืนจะทำลายความเงียบ ร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปสีดำก็พุ่งทะยานผ่านความมืดราวกับเงาพราย ประกายแสงวาบจากมีดสั้นไทเทเนียมในมือเธอสะท้อนกับแสงไฟสลัว ปักเข้าที่ต้นแขนของมือปืนอย่างแม่นยำจนเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นห้อง
ปัง! กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านใบหูด้านขวาของกรณ์ไปปักฝังลงบนผนังคอนกรีต
รินรดadiไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เธอก้าวประชิดตัวศัตรูอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สันมือกระแทกเข้าที่จุดประสาทต้นคออย่างแม่นยำจนร่างของทหารยามล้มฟุบลงหมดสติไปในทันที ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งสองคน
รินรดารีบพุ่งเข้าไปประคองร่างของกรณ์ที่กำลังทรุดฮวบลงกับพื้น เธอใช้ผ้าเช็ดหน้ากดซับเลือดที่ไหลซึมบริเวณขมับของเขาอย่างเบามือ แววตาของนักจิตวิทยาอัจฉริยะที่เคยนิ่งสงบและอ่านยาก บัดนี้กลับไหววูบด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย
"คุณนี่มันบ้าจริงๆ กรณ์" รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาสั่นระริก "รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่คือหลุมพราง ทำไมถึงยังดึงดันจะเข้ามาคนเดียว"
กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง แม้ลมหายใจจะยังติดขัด แต่แววตาเฉียบแหลมคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตา
"ถ้าฉันไม่เข้ามา... ฉันก็ไม่มีวันรู้เลยว่าคุณเป็นใครกันแน่ รินรดา" กรณ์ตอบเสียงแหบพร่า มุมปากกระตุกยิ้มหยัน "คนที่รู้เรื่องระบบความทรงจำของฉันดีที่สุด... กลับเป็นคนเดียวกับคนที่คอยตามขัดขวางฉันมาตลอด"
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ มือที่กำลังประคองเขาหยุดนิ่ง เธอกัดริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ราวกับคน2คนที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
"คุณฉลาดเกินไป กรณ์... และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณอันตราย" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "แต่ตอนนี้... ถ้าเรายังมัวแต่มานั่งสืบสวนกันเอง เราคงไม่รอดออกไปจากตึกนี้แน่ หน่วยเสริมของโครโนสกำลังมา"
กรณ์หรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าลำพังตัวเขาเองในตอนนี้ไม่มีทางฝ่าวงล้อมออกไปได้ และรินรดาเองก็คงรู้ดีเช่นกันว่าเธอกำลังเอาชีวิตเข้าแลกกับการช่วยเหลือเขาในครั้งนี้
"ข้อเสนอของคุณคืออะไร" กรณ์ถามตรงประเด็น น้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจัง
"ร่วมมือกับฉัน" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่มีร่องรอยของความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "คุณต้องการความจริงเกี่ยวกับอดีตของคุณ ส่วนฉัน... ต้องการทำลายระบบสกัดความทรงจำที่องค์กรนี้ใช้สร้างกองทัพมนุษย์ไร้ความรู้สึก เป้าหมายของเราต่างกัน แต่เส้นทางข้างหน้าเป็นเส้นทางเดียวกัน"
กรณ์มองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้า ค้นหาพิรุธหรือความเสแสร้งในแววตาของเธอ แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่สอดคล้องกับความแค้นฝังลึกในใจของเขาเอง
มือหนายื่นออกไปเบื้องหน้า แม้จะมีร่องรอยบาดแผลและคราบเลือด แต่การกระทำนั้นแสดงออกถึงความเด็ดเดี่ยวอย่างชัดเจน
"ตกลง... เรามาร่วมมือกัน" กรณ์กล่าวสั้นๆ
รินรดายื่นมือเข้ามาจับตอบ สัมผัสที่เย็นเฉียบของเธอบ่งบอกถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ แต่การจับมือครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ไม่มีวันหวนกลับ ทว่า... ในวินาทีที่ฝ่ามือของทั้งคู่ประสานกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก พร้อมกับแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องสว่างขึ้น
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของกรณ์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เสียงสัญญาณเตือนภัยเหล่านั้น...
แต่เป็นเสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนที่กำลังวิ่งเข้ามาล้อมรอบห้องใต้ดินแห่งนี้จากทุกด้าน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำผ่านเครื่องขยายเสียงที่ดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาท
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลานี้มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 11
จุดเปลี่ยนครั้งแรก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!