เสียงกุกกักของเข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานดังขึ้นราวกับเสียงฝีเท้าของยมทูตที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาใกล้ กรณ์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมตรงหน้าที่กำลังฉายภาพเหตุการณ์ในวัยเด็ก—ภาพของเด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งกำลังวิ่งเล่นท่ามกลางสวนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ภาพนั้น
ปัญหามันอยู่ที่ว่า… *นั่นไม่ใช่ความทรงจำของเขา*
มือทั้งสองข้างของกรณ์สั่นเทา ปลายนิ้วจิกเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อดึงสติสัมปชัญญะที่กำลังจะหลุดลอยกลับมา ความทรงจำของเด็กชายในภาพเริ่มบิดเบี้ยว ใบหน้านั้นเลือนรางลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าของเขาเอง… ไม่สิ มันคือใบหน้าของคนแปลกหน้า ที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในสมองราวกับไฟล์ข้อมูลขยะที่ถูกดาวน์โหลดผ่านไวรัสมรณะ
"คุณกำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปทีละน้อย… กรณ์"
เสียงหวานทุศนกังวานของรินรดาดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง เธอยืนกอดอกพิงผนังกระจกใส แววตานิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นอย่างน่าประหลาด ในมือเรียวของเธอถือแท็บเล็ตควบคุมระบบประสาทที่กำลังกระพริบแสงสีแดงวาบ
กรณ์หันขวับไปมองเธอ ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว เขารู้สึกเหมือนสมองกำลังถูกผ่าออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำเก่าแก่เกี่ยวกับแม่ผู้ล่วงลับกำลังถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเรื่องราวปลอมแปลงที่รินรดาสร้างขึ้นเพื่อครอบงำเขา
"เธอ… ทำอะไรกับหัวฉัน" เสียงของกรณ์แหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เขากัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน พยายามฝืนต้านทานแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังดึงเขาให้จมดิ่งลงไปในห้วงนิทราสีดำ
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้แสงไฟสลัวจากโฮโลแกรม ช้าๆ ทว่ามั่น and ชวนอึดอัด
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ… เอ๊ย… ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยครับ" รินรดาแก้คำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาอาฆาตที่ส่งมา "ฉันแค่ช่วย 'เติมเต็ม' ส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของคุณต่างหาก กรณ์ คุณโหยหาอดีตไม่ใช่หรือไง? อดีตที่ว่างเปล่าของคุณมันช่างน่าเวทนา… ฉันแค่หาความทรงจำที่ดีกว่ามาประทานให้คุณ"
"นั่น… ไม่ใช่ความทรงจำของฉัน!" กรณ์คำรามลั่นในลำคอ เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มคว่ำกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น แต่ทันทีที่ยืนขึ้น โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ภาพตรงหน้าพร่ามัว เสียงวิ้งดังระเบิดขึ้นในโสตประสาท ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นพรมเย็นเยียบ มือข้างหนึ่งต้องใช้ยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้มคว่ำ
ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วไขสันหลัง มันเหมือนกับมีเข็มนับร้อยเล่มกำลังทิ่มแทงเข้ามาที่ก้านสมอง ในหัวของเขาตอนนี้ ภาพเหตุการณ์ในอดีตสองชุดกำลังตีกันอย่างดุเดือด—ชุดหนึ่งคือความจริงอันโดดเดี่ยวที่เขาพยายามปกป้อง อีกชุดคือภาพลวงตาอันแสนสุขที่รินรดายัดเยียดให้
*นายเป็นแค่เด็กกำพร้าที่เติบโตมาในตรอกมืด…* เสียงหนึ่งในหัวร้องเตือน
*ไม่ใช่… นายคือทายาทตระกูลดังผู้เพียบพร้อม…* อีกเสียงแย้งขึ้นมาอย่างทรงพลัง พร้อมกับภาพความหรูหราที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวจนกรณ์ต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความทรมาน
รินรดาย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา เธอใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางของกรณ์ขึ้นให้สบตา ปลายนิ้วของเธอนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
"ปล่อยวางเสียเถอะครับ… ตัวตนเก่าๆ ที่แสนน่าสมเพชของคุณน่ะ มันไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว ยอมรับความทรงจำชุดใหม่นี้ซะ แล้วคุณจะพบว่าความจริงมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้นเองเท่านั้น" สายตาของเธอประกายแสงสีฟ้าจางๆ ออกมา—นั่นคือสัญญาณว่าเธอกำลังเชื่อมต่อกับไมโครชิปในสมองของเขาโดยตรง
กรณ์พยายามเบือนหน้าหนี แต่แรงฮึดเฮือกสุดท้ายกำลังจะมอดไหม้ เปลือกตาของเขาหนักอึ้งราวกับถ่วงด้วยตะกั่ว ภาพของรินรดาเริ่มซ้อนทับกันเป็นเงาสองร่าง สติสัมปชัญญะที่เคยเฉียบแหลม คมคาย และมั่นคง บัดนี้กำลังแตกสลายราวกับเศษกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อน
*เรากำลังจะหายไป…* ความคิดสุดท้ายผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงที่ใกล้ดับมืด *ถ้าเรายอมแพ้ตอนนี้… กรณ์คนเดิมก็จะตายไปตลอดกาล*
ในวินาทีที่เปลือกตาของกรณ์กำลังจะปิดลงสนิท ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนทิ้งตัวนอนราบไปกับพื้นห้อง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง ทว่า ทันใดนั้นเอง—!
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกสนิท ประตูเหล็กหนากว่าสนิ้วค่อยๆ เลื่อนเปิดออกพร้อมกับเสียงระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกแฮกจนสัญญาณเตือนดังลั่นห้อง ร่างสูงโปรดปรานในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู พร้อมกับแสงไฟกระพริบที่สะท้อนกับวัตถุโลหะในมือข้างขวา
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่เธอมั่นใจว่าไม่มีทางเข้ามาที่นี่ได้เด็ดขาด
และเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืดเข้ามาในแสงไฟ กรณ์ที่นอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้นก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบว่าชายปริศนาผู้บุกรุกที่ยืนอยู่ตรงหน้า… มีใบหน้าและแววตาทุกประการเหมือนกับเขาเองราวกับส่องกระจก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลานี้มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 10
สติที่หลุดลอย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!