เสียงเคาะแป้นพิมพ์สี่สิบครั้งต่อนาทีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอในความมืดของห้องพักชั้นยี่สิบห้า
กรณ์ไม่ได้เปิดไฟ จอภาพสามจอตรงหน้าสะท้อนแสงสีฟ้าสลัวลงบนโครงหน้าคมสันที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาคู่คมจ้องมองเส้นกราฟข้อมูลการไหลเวียนของ 'ความทรงจำสังเคราะห์' ที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างผิดปกติบนระบบเครือข่ายของบริษัท *โครนอส กรุ๊ป*—องค์กรเบื้องหลังที่ผูกขาดการค้าขายอดีตของมนุษยชาติ
เบื้องหลังตึกระฟ้ากระจกใสรูปทรงล้ำสมัยนั้น ซ่อนความเน่าเฟะที่คอยสูบเอาความเจ็บปวดและรอยยิ้มของผู้คนไปแปลงเป็นมูลค่าในตลาดมืด
"คุณคิดจะทำจริงๆ หรือคะ... อภัยด้วยครับ ผมติดปากสำนวนเก่า"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เธอกอดอก หลัวตาคมปนความกังวลมองชายหนุ่มที่กำลังเอาชีวิตเข้าแลกกับเสือมือเปล่า
กรณ์ไม่แม้แต่จะหันไปมอง นิ้วเรียวยังคงรัวบนแป้นพิมพ์เพื่อถอดรหัสไฟร์วอลล์ชั้นสุดท้าย
"ถ้าผมไม่ทำ ความทรงจำที่เหลืออยู่ของผมก็จะสลายกลายเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นธุลีในระบบของพวกมัน ริน... คุณก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น" เสียงของกรณ์เรียบสนิท แต่แฝงไว้ด้วยคลื่นใต้น้ำแห่งความเดือดดาลที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างดี
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เดินเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา เธอยื่นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชิ้นเล็กวางลงบนโต๊ะทำงาน "นี่คือคีย์การ์ดดิจิทัลสำหรับเจาะระบบโครงข่ายชั้นในของโครนอส มันจะเปิดประตูให้คุณได้แค่สิบนาทีเท่านั้น... หลังจากนั้น ระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้าจะทำการล้างข้อมูลทั้งหมด รวมถึงสมองของคุณด้วยถ้าสัญญาณยังเชื่อมต่ออยู่"
กรณ์หยุดพิมพ์ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับความเสี่ยงที่กำลังจะเผชิญ เขามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นทั้งพันธมิตรและเงาปริศนาในอดีตที่เขาจำไม่ได้ สายตาทั้งคู่ประสานกันโดยไม่มีใครยอมหลบให้อีกฝ่าย
"สิบนาทีก็เกินพอสำหรับคนไม่มีอะไรจะเสียอย่างผมแล้วล่ะครับ" กรณ์เอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น เขาหยิบแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะเสียบมันลงในพอร์ตเชื่อมต่อหลัก
หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามจอดับวูบไปชั่วขณะ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องราวกับอากาศถูกสูบออกไป จนกระทั่ง... หน้าจอทั้งหมดกลับมาสว่างวาบด้วยสีแดงฉาน พร้อมกับสัญญาณเตือนภัยเสียงแหลมสูงที่ดังขึ้นในโสตประสาท *ระบบกำลังถูกคุกคุกคาม* ตัวอักษรสีเลือดปรากฏขึ้นพร้อมกับนับถอยหลัง 10:00 นาที
กรณ์ขยับตัวเข้าประชิดหน้าจอ สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูง มือทั้งสองข้างเคลื่อนไหวราวกับนักเปียโนผู้กำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความตาย ข้อมูลมหาศาลไหลทะลักผ่านเรตินาของเขา โค้ดคอมพิวเตอร์นับล้านบรรทัดถูกเขียนทับและทำลายในพริบตา
รินรดายืนลุ้นอยู่ข้างหลัง มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกวาดสายตามองหน้าต่างระบบที่กำลังถูกแฮกทีละชั้นอย่างระทึกใจ
"อีกสามชั้น... กำแพงไฟร์วอลล์ของพวกมันหนาเกินกว่าที่คิด" กรณ์พึมพำ เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม สันจักษุของเขาเริ่มพร่ามัวเนื่องจากการใช้สมาธิขั้นสุดยอด
"ระวัง! มีระบบป้องกันอัตโนมัติกำลังตอบโต้จากเซิร์ฟเวอร์แม่" รินรดาร้องเตือนเมื่อเห็นเส้นกราฟสีส้มพุ่งสวนกลับมาอย่างรุนแรง
กรณ์ไม่สนใจคำเตือน เขาดึงสติกลับมาที่หน้าจอหลัก นิ้วกดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ทว่า... แทนที่จะเป็นการเจาะทะลวงระบบสำเร็จ หน้าจอทั้งสามกลับแสดงภาพวิดีโอวงจรปิดแบบเรียลไทม์จากห้องควบคุมกลางของโครนอส กรุ๊ป ขึ้นมาแทนที่อย่างไร้การควบคุม
ภาพที่ปรากฏทำเอาลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก
ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสีเข้มยืนหันหลังให้กล้อง เขากำลังจิบไวน์ราคาแพงอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองตรงมาที่เลนส์กล้อง ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมีคนพยายามเจาะเข้าระบบของเขา
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายคนนั้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดังลอดออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ในห้องของกรณ์อย่างชัดเจน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลานี้มาด้วยกัน ณ ที่นี้นะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 12
เจาะระบบองค์กรเงา
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!