สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 32

เผชิญหน้าผู้สร้าง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"เธอประเมินความฉลาดของฉันต่ำไป หรือเธอกำลังประเมินความโง่เขลาของตัวเองสูงเกินไปกันแน่ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องสะท้อนไปทั่วห้องควบคุมความทรงจำกลาง แสงไฟสีฟ้าอมม่วงจากแผงคอนโซลนับร้อยกะพริบไหวราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระจกนิกรีนใสบานมหึมา ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมามิใช่เงาของเขาเอง หากแต่เป็นภาพความทรงจำนับพันที่ไหลวนเวียนเป็นเกลียวคลื่นแห่งกาลเวลา รินรดายืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว มือเรียวบางของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อถืออุปกรณ์ควบคุมชิ้นสุดท้าย แววตาที่เคยฉายแววเยือกเย็นและคำนวณมาตลอด บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความลังเลใจ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นทั้งเหยื่อและผู้สร้างปมปริศนาทั้งหมดนี้ "นายไม่มีวันเข้าใจหรอกกรณ์... สิ่งที่นายเห็นว่าเป็นความจริง แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพลวงตาที่เราช่วยกันสร้างขึ้นมา เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความจริงอันโหดร้ายต่างหาก" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามควบคุมความสั่นเครือในน้ำเสียงให้กลับมามั่นคง แต่ดวงตาที่แดงก่ำกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด กรณ์ไม่ขยับเขยื้อน เขาย่างสามขุมเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ รองเท้าหนังกระทบพื้นโลหะเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง ปมในใจเรื่องอดีตที่ว่างเปล่าของเขาถูกกระตุ้นให้เดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แรงขับเคลื่อนอันมืดมนผลักดันให้เขาต้องการคำตอบ ไม่ใช่คำแก้ตัว "ความจริงหรือ?" มุมปากของกรณ์กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ "ความทรงจำที่ฉันมี... ใบหน้าของคนที่ฉันรัก... หรือแม้แต่ความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจฉันทุกค่ำคืน มันเป็นของปลอมทั้งหมดอย่างนั้นสินะ แล้วตัวตนที่แท้จริงของฉันล่ะ อยู่ที่ไหน รินรดา? หรือว่ามันไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว" "ตัวตนของนาย..." รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความขื่นขมและเหนื่อยล้า "นายคิดว่านายเป็นมนุษย์จริงๆ งั้นเหรอ กรณ์? ลองมองไปที่ข้อมือซ้ายของนายสิ ลองสำรวจดูให้ดีว่าใต้ผิวหนังชั้นนั้นมันคืออะไร" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ กรณ์ชะงักฝีเท้าลงทันที หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน ความรู้สึกเย็นวาบลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นคอ เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นจับข้อมือซ้ายช้าๆ สายตาคมกริบจ้องมองผิวหนังของตนเองที่เริ่มปรากฏรอยร้าวเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ราวกับระบบวงจรกำลังรวน บรรยากาศภายในห้องควบคุมความทรงจำกลางกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องจักรคล้ายกำลังหัวเราะเยาะความไร้เดียงสาของมนุษย์ กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความโกรธแค้น ความสับสน และความว่างเปล่าผสมปนเปกันจนแทบแยกไม่ออก เขารู้ดีว่าหากก้าวล่วงผ่านเส้น "แก... คือผู้บงการตัวจริงสินะ" กรณ์หันขวับไปมองเงาดำที่ก้าวออกมาจากมุมมืดหลังแผงควบคุมหลัก ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มปรากฏกายขึ้นพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ ใบหน้านั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน ผู้ชายคนนั้นตบมือช้าๆ สองครั้ง เสียงปรบมือดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง สร้างความระคายหูและปลุกเร้าสัญชาตญาณนักล่าในตัวกรณ์ให้ตื่น and roaring "ยินดีต้อนรับสู่ความจริงขั้นสุดท้าย, กรณ์" เสียงของผู้ชายคนนั้นราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "นายทำได้ดีมากที่เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ด้วยตัวเอง สมแล้วที่เป็นผลงานชิ้นเอกที่ฉันลงทุนลบความทรงจำและป้อนโปรแกรมใหม่เข้าไปเมื่อสิบปีก่อน" กรณ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ภาพอดีตที่เคยคิดว่าเป็นของตนเอง ภาพรอยยิ้ม น้ำตา และความรัก แท้จริงแล้วเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามาเพื่อทดลองระบบจิตสำนึกเทียมอย่างนั้นหรือ? ร่างกายของเขาสั่นเทา ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะความเดือดดาลที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด รินรดารีบถอยหลังกรูดเมื่อเห็นสายตาของกรณ์เปลี่ยนไป มันเป็นแววตาของสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุมและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า "กรณ์! อย่าเข้าไปใกล้เขา เขามີระบบป้องกันตัวเองระดับสูงสุด นายจะ-" "หุบปากซะ รินรดา!" กรณ์ตวาดลั่น เสียงคำรามของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องควบคุมจนเครื่องจักรบางตัวถึงกับเกิดประกายไฟแปลบปลาบ ความอดทนทั้งหมดที่สะสมมานานนับปีขาดผึ่งลงในวินาทีนี้ เขาก้าวพุ่งเข้าประชิดตัวผู้บงการหลักด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มือหนาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายกระชากเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบชิดกัน แววตาของกรณ์ดุดันและเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทว่าผู้บงการคนนั้นกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "ฆ่าฉันซะสิ กรณ์..." ผู้บงการกระซิบเสียงพร่าข้างหูเขา "แต่จำไว้ว่า... ถ้าฉันตาย ความทรงจำทั้งหมดของรินรดาและนายจะถูกลบหายไปตลอดกาล และโลกใบนี้จะรีเซ็ตตัวเองใหม่ในอีกสามนาทีข้างหน้า" กรณ์ชะงักค้าง มือที่กำคอเสื้ออีกฝ่ายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหันขวับไปมองรินรดาที่กำลังพยายามกดรหัสฉุกเฉินที่แผงควบคุมหลัก ทว่าหน้าจอเบื้องหน้าเธอกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นตัวโต *[WARNING: SYSTEM OVERRIDE DETECTED. PURGE PROTOCOL INITIATED]* เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟภายในห้องเปลี่ยนจากสีฟ้าอมม่วงเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว รินรดาหันมามองกรณ์ด้วยใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "กรณ์... มันไม่ได้มีแค่เราสองคน... ดูที่หน้าจอหลักสิ!" รินรดาตะโกนแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน กรณ์หันกลับไปมองจอภาพขนาดมห้ยักษ์เบื้องหน้า หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอกห้องควบคุมปรากฏร่างของบุคคลนับร้อยกำลังเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างไร้สติ และหนึ่งในนั้น... คือร่างของตัวเขาเองอีกคนหนึ่งที่กำลังเดินถืออาวุธตรงมายังประตูห้องนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดและไขปริศนาไปด้วยกันอย่างเหนียวแน่น แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%