เสียงกริ่งเตือนภัยโทนต่ำดังระรัวก้องกังวานไปทั่วโถงควบคุมใต้ดิน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบสลับกับความมืด ทำให้อภิมหาอาคารแห่งนี้ดูราวกับสัตว์ร้ายยักษ์ใหญ่ที่กำลังบาดเจ็บสาหัสและใกล้สิ้นลม บนจอภาพขนาดมหาสกรีนเบื้องหน้า ตัวเลขถอยหลังสีแดงสดกำลังกระพริบฟ้องเวลาที่เหลืออยู่... *สิบนาทีสุดท้าย*
กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมหลัก ร่างกายสูงโปร่งภายใต้เสื้อโค้ตสีเข้มชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ความเงียบขรึมและเฉียบแหลมที่เคยเป็นเกราะกำบังให้เขามาตลอด พังทลายลงเหลือเพียงแววตาคู่คมที่สะท้อนภาพเปลวเพลิงดิจิทัลและความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา ปมในใจเรื่องอดีตที่ว่างเปล่าราวกับถูกเติมเต็มด้วยความจริงอันโหดร้ายในวินาทีนี้ ความทรงจำทั้งหมดที่เขาตามหาไม่ได้ถูกฝังไว้ที่ไหนไกล แต่มันกำลังจะถูกเผาทำลายไปพร้อมกับศูนย์วิจัยแห่งนี้
"คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่ กรณ์!"
เสียงตะโกนฝ่าเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวบางของรินรดาที่ก้าวเข้ามาประชิดแผงควบคุม ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหรือความเย่อหยิ่งของนักจิตวิทยาอัจฉริยะผู้กุมความลับอีกต่อไป มีเพียงความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะพยายามเอื้อมไปแตะปุ่มยกเลิกคำสั่ง
กรณ์เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเกินไป แต่เพียงพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดของหญิงสาว
"ระบบทำลายตัวเองถูกเปิดใช้งานแล้ว ริน... และคุณก็รู้ดีว่าไม่มีทางย้อนกลับ" เสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่นด้วยความราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความร้าวรานลึกซึ้ง
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและคนที่เธอหวาดระแวงที่สุดในชีวิต แววตาของนักจิตวิทยาผู้ อ่านใจคนอื่นมานับร้อยนับพันกำลังสั่นไหว "คุณยอมตายอยู่ที่นี่พร้อมกับความลับพวกนั้นเนี่ยนะ? ความทรงจำของคุณ ประวัติศาสตร์ที่คุณต้องการแก้ไข... มันจะหายไปตลอดกาลนะ กรณ์!"
"ปล่อยให้มันหายไปเสียยังดีกว่าปล่อยให้มันถูกใช้เป็นเครื่องมือควบคุมมนุษยชาติ" กรณ์กวาดสายตามองรอบห้องควบคุม ที่ซึ่งความพยายามนับทศวรรษกำลังมอดไหม้ลง เขายิ้มหยันให้กับตัวเอง "อดีตของผมมันว่างเปล่ามาตั้งแต่ต้น ริน... การสร้างอนาคตบนซากปรักหักพังของความโกหกต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำตาใสไหลเอ่อล้นขอบตาแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของกรณ์ ค้นหาความลังเลใจสักนิดก็ยังดี แต่สิ่งที่พบมีเพียงความเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า
"คุณมันบ้า... คนโง่เขลาที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา" เธอกระซิบเสียงสั่น เอนตัวพิงแผงควบคุมอย่างหมดแรง ความแข็งแกร่งทั้งหมดมลายหายไป เหลือเพียงความจริงอันเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"บางครั้ง... ความบ้าคลั่งก็เป็นทางเลือกเดียวในการทวงคืนความถูกต้องไม่ใช่หรือครับ?" กรณ์ผ่อนลมหายใจยาวนาน เขาปล่อยมือจากข้อมือของเธอ ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับจอภาพถอยหลังที่ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียงเจ็ดนาที
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงกรีดร้อง แต่ในพื้นที่เล็กๆ ระหว่างพวกเขาทั้งสองกลับมีความเงียบงันที่หนักอึ้งเข้าปกคลุม รินรดาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นเย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างกุมศีรษะ ความรู้สึกลึกๆ ที่ผูกพันกับกรณ์มาเนียกย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังของตลาดความทรงจำที่เธอดูแล มีเงาของกรณ์ทับซ้อนอยู่เสมอ และการตัดสินใจในวันนี้ ไม่ใช่แค่การทำลายระบบ แต่มันคือการเผาทำลายความสัมพันธ์ที่พวกเขาร่วมกันถักทอขึ้นมาในความมืด
"เราจะรอดไปจากที่นี่ไม่ได้ใช่ไหม..." เสียงของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักรคำราม
กรณ์ไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วของเขากำลังกดรหัสผ่านชุดสุดท้ายลงบนแป้นพิมพ์เพื่อบล็อกระบบสำรองทั้งหมด ตัดเส้นทางหนีทีไล่ทุกทาง ปิดตายห้องควบคุมแห่งนี้ให้กลายเป็นสุสานชั่วคราวของความจริง
"เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรอดชีวิต ริน... เราอยู่ที่นี่เพื่อปิดฉากมัน"
ทันใดนั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นมาจากชั้นบน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงจากเพดานร่วงกราวลงมากลบเกลื่อนพื้นห้อง แผงควบคุมด้านหนึ่งเกิดประกายไฟลุกท่วม ตัวเลขถอยหลังบนจอกลางห้องกระโดดข้ามจากห้านาทีลงมาเหลือเพียง *สามนาที* อย่างน่าใจหาย กรณ์หันกลับมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่เบื้องล่าง เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ยื่นมือออกไปหาเธอด้วยรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ มองมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความมุ่งมั่น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะแย้มยิ้มทั้งน้ำตา เธอวางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขาอย่างยอมจำนนต่อโชคชะตา
ทว่า ในวินาทีที่มือทั้งสองสัมผัสกันและแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่กำลังจะฉีกกระชากทุกสิ่ง เสียงฝีเท้าฝ่าความโกลาหลก็ดังขึ้นที่หน้าประตูนิรภัย ประตูเหล็กหนากว่าสามฟุตที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกระเบิดเปิดออกด้วยแรงดันมหาศาลจากภายนอก ควันสีขาวพวยพุ่งตลบอบอวล และร่างเงาของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ผู้ที่ควรจะสลายหายไปในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน—ก็ก้าวเท้าเยื้องย่างออกมาจากม่านควัน พร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมายังกรณ์!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามผ่านกาลเวลามาด้วยกันอย่างอบอุ่นครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 33
จุดเริ่มต้นของจุดจบ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!