"คุณกำลังโกหก รินรดา"
น้ำเสียงของกรณ์ราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็ง ความกดดันในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดพุ่งสูงขึ้นจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ รินรดาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวขาวซีดสั่นระริกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่สงบนิ่งอย่างน่ากลัว
บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า เส้นกราฟของคลื่นสมองและตัวเลขฮิสโตแกรมความทรงจำยังคงกระพริบเตือนสีแดงฉาน มันคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชิ้นสุดท้ายที่หลงเหลือ หลังจากที่กรณ์เพิ่งผ่านกระบวนการ 'ถอดรหัสซ้ำ' (Memory Retrograde Reconstruction) ไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
"ฉันไม่ได้โกหกกรณ์ สิ่งที่คุณเห็น... มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวความผิดเพี้ยนของเซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมี" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่แพ้กัน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับหลบเลี่ยงการสบตาโดยตรงไปชั่วขณะ ซึ่งเป็นภาษากายที่นักจิตวิทยาอัจฉริยะอย่างเธอมักพยายามปกปิด แต่ไม่เคยพ้นสายตาของชายหนุ่มผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
กรณ์ไม่เอ่ยคำใดต่อ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของบรรยากาศรอบตัว ความทรงจำที่ขาดหายไปเป็นปริศนามาแรมปี บัดนี้เริ่มปะติดปะต่อขึ้นทีละภาพราวกับชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากกลับคืนมาด้วยความเจ็บปวด
ภาพรอยแผลเป็นบนข้อมือซ้าย... เสียงฝนตกหนักในค่ำคืนที่สติกำลังดับวูบ... และภาพใบหน้าของใครบางคน—บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังตลาดความทรงจำเถื่อนแห่งนี้ บุคคลที่เขากล่อมตัวเองมาตลอดว่าเป็น "ศัตรู" แต่ความจริงที่เพิ่งไหลทะลักกลับคืนมาในสมอง กลับพลิกผันทุกอย่างจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณบอกว่าฉันสูญเสียความทรงจำเพราะอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน..." กรณ์โน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวจนระยะห่างแทบไม่เหลือ "แต่ในความทรงจำที่เพิ่งกลับมา... ฉันเห็นคุณ รินรดา คุณยืนมองฉันถูกฉีดสารลบความทรงจำด้วยซ้ำ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินรดานิ่งค้าง เธอนั่งพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความลับอันดำมืดที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน
"คุณฉลาดเกินไป กรณ์... ฉันพยายามทำให้คุณลืม เพื่อให้คุณมีชีวิตรอดในฐานะคนธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าสัญชาตญาณดิบของคุณมันดื้อรั้นเสียยิ่งกว่าโค้ดโปรแกรมที่ฉันเขียนขึ้นเสียอีก" รินรดาถอนหายใจยาวนาน เธอยอมรับทางอ้อมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "ใช่... ฉันเป็นคนลบความทรงจำของคุณเอง แต่คนที่ 'สั่ง' ให้ฉันทำ... ไม่ใช่ฉัน"
ดวงตาของกรณ์หรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่าง "ใคร?"
"คนที่คุณไว้ใจมากที่สุดในองค์กรวิจัยแห่งชาติ... คนที่กำลังนั่งรอรายงานผลจากฉันอยู่ที่ชั้นบนสุดในเวลานี้"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะเอ่ยชื่อนั้นจนจบประโยค เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งอาคาร ระบบไฟสำรองตัดเข้าสู่โหมดฉุกเฉิน แสงไฟสีส้มกะพริบวابวูบสลับกับความมืดมิด ประตูนิรภัยไฮเทคของห้องทำงานเลื่อนปิดลงครึ่งหนึ่งอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝนตกกระหน่ำด้านนอกที่ดังกลบทุกสรรพเสียง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด ทั้งที่ระบบรักษาความปลอดภัยระบุว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในชั้นนี้ รินรดาหน้าถอดสีทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก ขณะที่ประตูกำลังเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นเคยที่ทำให้หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 22
เบาะแสจากอดีต
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!