สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 19

ผู้ทรยศในเงา

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
เสียงถอนหายใจแผ่วเบาที่ดังลอดออกมาจากรอยแยกของเครื่องกรองอากาศรุ่นเก่า ไม่ได้บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าทางกาย หากแต่เป็นความหนักอึ้งในจิตวิญญาณที่กัดกินความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการใต้ดินแห่งนี้มานานเกือบสองชั่วโมง กรณ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าจอโฮโลแกรมสีคราม แสงสะท้อนจากชุดข้อมูลที่ถูกถอดรหัสตกลงบนสันจมูกโด่งและดวงตาคู่คมที่ฉายแววเฉียบแหลมดั่งใบมีด ทุกตัวอักษรและทุกโค้ดคำสั่งที่วิ่งผ่านหน้าจอไม่ได้บอกเล่าเพียงแค่เส้นทางการเคลื่อนไหวของศัตรู แต่มันกำลังกรีดลึกลงไปในความเชื่อมั่นที่เขามีต่อผู้ร่วมอุดมการณ์ "คุณกำลังคิดอะไรอยู่หรือครับ กรณ์..." เสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความกังวลของรินรดาดังขึ้นจากมุมห้อง เธอไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ทันที ทว่าสายตาคู่สวยที่ผ่านการผ่านพ้นวิกฤตมาด้วยกันคู่นั้น กำลังสังเกตทุกอณูกล้ามเนื้อบนใบหน้าของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่กรณ์เงียบขรึมจนผิดปกติ นั่นหมายถึงพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของเขา กรณ์ไม่ตอบในทันที นิ้วเรียวยาวของเขายังคงเลื่อนผ่านชุดข้อมูลรหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัสไว้ถึงเจ็ดชั้น ข้อมูลการเคลื่อนย้ายเสบียง ยุทธภัณฑ์ และพิกัดหลบภัยของพวกเขาก่อนหน้านี้... มันถูกส่งออกไปยังเครือข่ายภายนอกเมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะถูกรีเซ็ตโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การเจาะระบบจากภายนอก... ร่องรอยดิจิทัลนี้สะอาดสะอ้านเกินกว่าจะเป็นฝีมือของแฮกเกอร์ทั่วไป มันใช้คีย์การ์ดระดับผู้บริหาร และยิ่งไปกว่านั้น มันถูกอนุมัติจากรหัสผ่านภายในที่ใช้งานร่วมกันเพียงแค่สี่คนเท่านั้น "เราไม่ได้กำลังสู้กับความมืดจากภายนอกหรอกนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นในที่สุด ราวกับเสียงกระซิบที่ลอดผ่านซากปรักหักพังของความไว้วางใจ "แต่เรากำลังอุูกงูพิษไว้ในอกตัวเองต่างหาก" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาของเธอขยับไหววูบ ก่อนที่ความตระหนักรู้บางอย่างจะสะท้อนขึ้นในแววตา "คุณหมายความว่า..." "ใช่ครับ" กรณ์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับน่ากลัวยิ่งกว่ายามที่เขาแสดงอารมณ์เสียอีก "มีหนอนบ่อนไส้... และมันไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ มันส่งข่าวให้ฝ่ายตรงข้ามมาตั้งแต่ก่อนที่เราจะย้ายฐานปฏิบัติการมาที่นี่เสียอีก" บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ในกลุ่มคนสี่คนที่กุมความลับนี้ มีเพียงเขารินรดา และสมาชิกอาวุโสอีกสองคน คือ 'ธนา' ชายวัยกลางคนผู้ผ่านศึกมาโชกโชน และ 'ภาคิน' นักวิเคราะห์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสื่อสาร ทั้งหมดต่างผ่านความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ความตายที่ไม่ใช่แค่การสูญเสียลมหายใจ แต่เป็นการลบเลือนตัวตนในตลาดความทรงจำที่พวกเขาพยายามต่อต้าน "ใครกัน..." รินรดาพึมพำ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง "ธนาเหรอ... หรือว่าภาคิน? คนเหล่านี้เรายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องพวกเขามาตลอดนะกรณ์" "ความไว้วางใจไม่ใช่เกราะป้องกันการทรยศหรอกนะครับรินรดา แต่มันคือมีดที่คมที่สุดที่ถูกยื่นให้ฝ่ายตรงข้ามต่างหาก" กรณ์ก้าวเดินช้าๆ ไปยังโต๊ะทำงานที่มีเอกสารกระดาษกองอยู่ แม้ในยุคที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัล แต่ความจริงบางอย่างยังคงต้องบันทึกด้วยหมึกจริงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ "ผมตรวจสอบบันทึกการเข้าออกห้องควบคุมย้อนหลังสามสัปดาห์ มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีตารางเวลาตรงกับช่วงที่ข้อมูลถูกส่งออก... และนั่นแหละคือจุดบอดที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อให้เราตายใจ" ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยถามอันใด เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งตามรหัสลับที่ตกลงกันไว้ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ทั้งกรณ์และรินรดาสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตา กรณ์ส่งสัญญาณมือให้รินรดากระถดถอยไปยืนในมุมอับสายตา ขณะที่มือขวาของเขาเลื่อนไปแตะด้ามปืนพกพลังงานที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างแนบเนียน "เข้ามาได้ครับ ประตูไม่ได้ล็อก" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท บานประตูเหล็กกล้าเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของภาคินที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน ในมือของเขามีกาแฟอุ่นๆ แก้วหนึ่ง และแท็บเล็ตรายงานสถานการณ์ประจำวัน "อ้าว กรณ์ ยังไม่นอนอีกเหรอครับ? ผมเห็นไฟในห้องนี้ยังเปิดอยู่เลยนึกว่าระบบรวนซะอีก" ภาคินส่งยิ้มบางๆ ให้ตามความคุ้นเคย แต่ดวงตาของเขากลับเหลือบมองไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่ยังคงแสดงชุดข้อมูลการส่งออกข้อมูลอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่กรณ์สังเกตเห็นบางสิ่ง... ปลายนิ้วมือขวาของภาคินมีคราบหมึกสีดำจางๆ ซึ่งเป็นหมึกชนิดพิเศษที่ใช้เฉพาะกับเครื่องพิมพ์เอกสารโบราณในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินลึกสุด... ห้องที่ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปนอกจากผู้ที่ถือรหัสผ่านระดับสูงสุด และผู้ที่ต้องการลบร่องรอยดิจิทัลด้วยวิธีอะนาล็อก รอยยิ้มบนใบหน้าของภาคินแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่า ปากกระบอกปืนพกพลังงานของกรณ์ไม่ได้เล็งมาที่พื้น แต่มันจ่อตรงมาที่กึ่งกลางหน้าผากของเขาอย่างแม่นยำ "ภาคิน..." กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวแทบจะหยุดนิ่ง "คุณลืมล้างมือให้สะอาดก่อนจะมาส่งกาแฟให้ผมนะครับ" ภาคินชะงัก รอยยิ้มค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้า แววตาที่เคยดูเป็นมิตรและอ่อนโยนเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบอย่างน่ากลัว เขาววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ราวกับว่าสถานการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงเรื่องดินฟ้าอากาศ "คุณนี่มัน... สังเกตรายละเอียดเก่งเกินไปจริงๆ นะครับ กรณ์ สมแล้วที่คุณเป็นหัวหอกของเรา" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย รินรดาที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังก้าวออกมา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความช็อกและไม่อยากจะเชื่อ "ทำไมล่ะภาคิน! ทำไมต้องเป็นนาย? นายก็รู้ว่าถ้าพวกมันได้ข้อมูลชุดนี้ไป พวกเราทุกคน... รวมถึงคนที่ถูกลบความทรงจำไปแล้วจะไม่มีวันได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกเลย!" "ความทรงจำเหรอครับรินรดา?" ภาคินแค่นหัวเราะ ดวงตาของเขาฉายแววเย้ยหยัน "สิ่งที่พวกเรากำลังไขว่คว้าหาอยู่น่ะ มันเป็นแค่ภาพลวงตาของอดีตที่ตายไปแล้วต่างหาก... ฝ่ายนั้นเขามีข้อเสนอที่ดีกว่า และเขาสัญญาส่งมอบ 'ตัวตนใหม่' ที่สมบูรณ์แบบไร้รอยแผลเป็นให้ผม... ตัวตนที่ผมไม่ต้องมานั่งหลบซ่อนอยู่ในรูหนูแบบนี้ไงครับ" กรณ์หรี่ตาลง นิ้วที่เหนี่ยวไกยังคงนิ่งสนิท ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยปากคาดคั้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งฐานปฏิบัติการ! *ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด! — ตรวจพบกำลังพลไม่ทราบฝ่ายบุกรุกจากทุกทิศทาง ระบบป้องกันรอบนอกถูกทำลายแล้ว!* แสงไฟภายในห้องดับลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานที่กะพริบถี่ระรัว ภาคินฉีกยิ้มกว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมกับกดปุ่มฉุกเฉินที่ซ่อนอยู่ใต้ข้อมือของตัวเอง "ช้าไปแล้วครับกรณ์..." ภาคินกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ขณะที่ร่างของเขากำลังถูกห้อมล้อมด้วยสนามพลังงานเคลื่อนย้ายระยะสั้น "คนที่ส่งข่าวไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวหรอกนะครับ... และตอนนี้... แขกที่ไม่ได้รับเชิญเขาก็มาถึงหน้าประตูห้องพวกคุณแล้วล่ะครับ" สิ้นเสียงของภาคิน ประตูเหล็กกล้าด้านหลังเขาก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับเงาร่างของบุคคลในชุดเกราะสีดำสนิทนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้ที่ก้าวเดินนำหน้ากลุ่มคนเหล่านั้นออกมา... คือใบหน้าคุ้นเคยที่กรณ์คิดว่าได้ตายหายสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ความทรงจำของเขาเมื่อสิบปีก่อน! ...ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ...
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%