กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอฝนจางๆ ลอยอวลอยู่ในตรอกแคบเบื้องหลังร้านกาแฟเก่าแก่ แรงสั่นสะเทือนจากฝ่าเท้าที่กระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะกระชั้นชิด ไล่หลังมาไม่ถึงสิบเมตร กรณ์ไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าเงาสีดำสามร่างที่ทาบทับกำแพงอิฐมอญสีแดงนั้นไม่ได้มาเพื่อเจรจา ปลายประสาทของเขารับรู้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ ลมหายใจของชายหนุ่มผ่อนเข้าออกอย่างเป็นระบบ แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึกที่ถูกรัวด้วยความเร่งรีบ
เขาก้มตัวหลบพ้นปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่เจาะทะลุกระจกตู้โทรศัพท์สาธารณะข้างทาง เสียงกระสุนแหวกอากาศดัง *หวีด* เฉียดใบหูไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัว กรณ์พุ่งตัวเข้าไปในซอกตึกมืดทึบ ใช้ความคุ้นเคยกับผังเมืองเก่าแห่งนี้ปีนข้ามรั้วสังกะสีขึ้นสู่หลังคาโกดังสินค้าอย่างคล่องแคล่ว ทว่า ความเงียบงันยามวิกาลไม่ได้เป็นใจให้เขาตลอดรอดฝั่ง
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นหยุดลงเบื้องล่าง ตามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังทะลุความเงียบขึ้นมา
"คุณวิ่งหนีความจริงไม่พ้นหรอก คุณกรณ์... นายท่านต้องการแค่ชิปความจำชิ้นนั้น ไม่เช่นนั้น ทางเลือกเดียวที่คุณเหลืออยู่คือความตาย"
กรณ์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามสันหลังคา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกายเพื่อหาทางหนทีไล่ มือขวาเผลอกุมบาดแผลบริเวณสีข้างที่ยังคงมีเลือดซึมผ่านเนื้อผ้า ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาเตือนสติว่านี่ไม่ใช่ความฝัน องค์กรปริศนาที่เคยเป็นเพียงข่าวลือในโลกใต้ดิน บัดนี้ได้ยื่นกรงเล็บเข้ามารungต้อนเขาจนมุมแล้ว
ภาพเหตุการณ์เมื่อสองชั่วโมงก่อนผุดขึ้นมาในหัว รินรดาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในห้องสมุดใต้ดิน พร้อมกับคำเตือนที่ฟังดูเหมือนคำพิพากษา *‘พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ความทรงจำของคุณ แต่มันต้องการลบตัวตนของคุณไปจากประวัติศาสตร์’* เธอยื่นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทให้เขาก่อนจะแยกทางกันไปคนละทิศละทางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
*ติ๊ด... เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตดังขึ้นเบาๆ*
กรณ์หยิบมันขึ้นมาดู หน้าจอเรืองแสงสีฟ้าปรากฏพิกัดสถานที่นัดพบใหม่ และข้อความสั้นๆ จากรินรดาที่ทำให้เขาต้องขบกรามแน่นด้วยความลังเล
*(อย่ากลับมาทางเดิม พวกมันดักรอคุณอยู่... มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟใต้ดินร้าง)*
ทว่า ยังไม่ทันที่นิ้วของเขาจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดหนีไฟด้านหลัง เงาร่างสีดำสามร่างก้าวขึ้นมาบนหลังคา ปิดกั้นเส้นทางถอยร่นทั้งหมด ผู้นำทีมสวมหน้ากากกันแก๊สพิษสีดำสนิท ดวงตาภายใต้กระจกเงาสะท้อนภาพของกรณ์ที่ยืนอยู่ริมขอบหลังคา
"หมดเวลาเล่นซ่อนหาแล้วครับ คุณกรณ์" น้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ดังลอดออกมาจากเครื่องกรองเสียง
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึก and กวาดสายตามองเบื้องล่างซึ่งเป็นรางรถไฟความเร็วสูงที่ทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด ในสมองประเมินความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว หากสู้ โอกาสรอดมีไม่ถึงสี่ส่วน หากกระโดดลงไปบนหลังคาขบวนรถไฟที่กำลังแล่นผ่านด้วยความเร็วสูง โอกาสรอดอาจมีถึงครึ่งต่อครึ่ง แต่ความเสี่ยงคือความพิการหรือความตายสถานเดียว
เขากำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่น ความทรงจำที่หายไปครึ่งหนึ่ง รินรดา และความจริงที่ถูกปิดตายกำลังเรียกร้องให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ
"ฝากบอกนายท่านของพวกคุณด้วยว่า..." กรณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่หาได้ยาก "คนตายเขาไม่พูดความจริงกันหรอก"
สิ้นคำพูด ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวดิ่งพสุธาลงจากหลังคาตึกสูงสี่ชั้นท่ามกลางเสียงคำรามของกระสุนปืนที่ไล่หลังมาอย่างบ้าคลั่ง!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา•ตอนที่ 5
เงาตามล่า
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยอดีต ลิขิตอนาคต: ตลาดมืดความทรงจำข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!