กลิ่นหอมกรุ่นของครัวซองต์เนยสดจากร้านดังย่านอารีย์ตีเข้าจมูกทันทีที่ถุงกระดาษสีคราฟท์ถูกวางลงบนมุมโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยแบบแปลนสถาปัตยกรรมสามมิติ ธามขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงเส้นสายโครงสร้างอาคารซับซ้อน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของพิมพ์ ซึ่งยืนส่งยิ้มตาหยีมาให้ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งสอบผ่านวิชาเลข
"มองอะไรคะคุณสถาปนิก หน้าฉันมีรอยหมึกพิมพ์แปล3มิติ ติดอยู่หรือไง" พิมพ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้าม ไม่รอให้เจ้าของโต๊ะอนุญาต เธอจัดการแกะกล่องพลาสติกใสเผยให้เห็นพุดดิ้งมะพร้าวอ่อนหน้าตาน่าทาน พร้อมกับแก้วกาแฟเย็นที่หยดน้ำเกาะพราว
"คุณนี่นะ..." ธามถอนหายใจเบาๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเหนื่อยอ่อน แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เจ้าตัวมักจะพยายามซ่อนไว้เสมอ "งานที่ไซต์ก่อสร้างก็ยังเคลียร์ไม่เสร็จ แบบร่างล็อตใหม่ก็ต้องส่งลูกค้าพรุ่งนี้เช้า เอาเวลาไหนไปต่อคิวร้านนี้มาครับเนี่ย ปกติเห็นบ่นว่าคิวยาวเป็นหางว่าวไม่ใช่หรือไง"
"โถ่ ธามคะ... เรื่องแค่นี้สำหรับสายมูอย่างพิมพ์ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกค่ะ" พิมพ์ยักคิ้วลิ่วตาอย่างภาคภูมิใจ "ก่อนมาฉันแวะไหว้ศาลพระภูมิเจ้าของตึก ท่องคาถาเมตตามหานิยมไปสามจบ ปรากฏว่าคิวข้างหน้าถอดใจเดินหนีไปสี่คนรวด! แบบนี้เขาเรียกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปิดทางให้เอาเสบียงมาส่งคนบ้างานต่างหากเล่า"
ธามส่ายหัวเบาๆ กับความเชื่อร้อยแปดพันประการของหญิงสาวตรงหน้า แต่ความอบอุ่นบางอย่างกลับค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนตัวอันเงียบงันและเต็มไปด้วยความเครียดของเขาถูกรบกวนด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และของกินจุ๊กจิ๊กเหล่านี้บ่อยครั้งเสียจนเขากลัวว่า หากวันหนึ่งไม่มีมันขึ้นมาจริงๆ เขาจะปรับตัวอย่างไร
"ขอบคุณครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง ดวงตาสีเข้มมองสบตาพิมพ์นิ่งนานจนคนถูกมองเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่ใบหน้า "ช่วงนี้... ผมงานยุ่งจนแทบไม่ได้พัก คุณก็รู้"
"รู้ส่ายิ้มสิคะ ฉันไม่ใช่คนไร้มนุษยสัมพันธ์เสียหน่อย" พิมพ์แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ลึกซึ้งเกินความจำเป็นนั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ "อีกอย่าง จูนมันฝากบอกมาว่า ถ้าคุณทำงานหนักจนน็อคคาสนามพิมพ์ ไซต์งานของมันจะสะดุด ดังนั้น การเอาของกินมาล่อคุณในวันนี้ ถือเป็นการลงทุนเพื่อความสงบสุขในอนาคตของพวกเราเองต่างหาก"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความเงียบที่ไม่ได้อึดอัด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ คลอไปกับเสียงพลิกกระดาษแบบแปลน ธามหยิบช้อนพลาสติกตักพุดดิ้งมะพร้าวเข้าปาก รสชาติหวานมันกำลังดีช่วยบรรเทาความอ่อนล้าลงไปได้เปลาะหนึ่ง ในขณะที่พิมพ์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถฟีดโซเชียลมีเดียฆ่าเวลา พลางฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ
"พิมพ์..."
"หื้ม?" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นทันที
"เย็นนี้... ว่างไหมครับ" ธามเอ่ยถามโดยไม่มองหน้า มือหนายังคงง่วนอยู่กับการจัดระเบียบปากกาบนโต๊ะ "ผม... อยากพาไปเลี้ยงข้าว ขอบคุณเรื่องของกินวันนี้"
พิมพ์นิ่งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำชวนที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักจากผู้ชายมาดนิ่งคนนี้ ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นบนใบหน้า "โอ้โห! สถาปนิกธามผู้รักความสันโดษยอมเอ่ยปากชวนผู้หญิงไปกินข้าวเองเลยเหรอเนี่ย โลกจะแตกหรือดาวหางจะชนโลกคะเนี่ย"
"ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่..."
"ไปสิคะ! ใครบอกว่าไม่อยากไป" พิมพ์รีบตัดบททันควัน กลัวว่าคนฟอร์มจัดจะเปลี่ยนใจ "ถือโอกาสเลี้ยงฉลองที่ฉันทำยอดขายทะลุเป้าด้วยเลยแล้วกันนะ"
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังตกลงเรื่องร้านอาหาร เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธามก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิด — *'ธามคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ พิมอยู่ที่ล็อบบี้ตึกแล้วนะ คิดถึงจัง'*
ธามชะงักไป ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอแล้วหันกลับมามองพิมพ์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มมือถือเลือกimojiร้านอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่า พายุลูกใหม่กำลังจะพัดเข้า
และก่อนที่ธามจะทันได้กดปิดหน้าจอหรือคว่ำโทรศัพท์ลง เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสหรูที่ก้าวเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 18 นี้ด้วยนะครับ! — สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 18
ขอบคุณด้วยความน่ารัก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!