สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 10

บทสนทนาหลังพวงมาลัย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาโคลและกาแฟคั่วเข้ม ลอยอวลอยู่ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ซีดานคันหรู เสียงเครื่องยนต์ทำงานอย่างเงียบเชียบ ตัดขาดความวุ่นวายของถนนสุขุมวิทในช่วงหัวค่ำออกไปได้อย่างสิ้นเชิง พิมพ์ขยับตัวยุกยิกอยู่บนเบาะผู้โดยสารด้านข้าง มือเรียวบางกำลังพยายามแกะซองธูปพกพาที่เพิ่งได้มาจากวัดจีนแห่งหนึ่งอย่างทุลักทุเล ดวงตากลมโตฉายแววมีความสุขปนความกังวลระคนกัน ขณะที่ธามซึ่งทำหน้าที่เป็นพลขับจำเป็น นั่งนิ่งสงบอยู่หลังพวงมาลัย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา มองตรงไปเบื้องหน้า สลับกับกระจกมองข้างอย่างมีสมาธิ ใบหน้าหล่อเหลาติดจะมาดนิ่งตามสไตล์สถาปนิกผู้เคร่งครัดในระเบียบแบบแผน ทว่ามุมปากหยักกลับมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "คุณพิมพ์ครับ... ถ้าคุณยังขยับตัวแรงกว่านี้อีกนิด เบาะรถราคาแพงของผมคงจะต้องร้องขอชีวิตแน่ๆ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเจือแววหยอกเย้า ธามเหลือบสายตามามองคนข้างกายครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนต่อ พิมพ์ชะงักมือที่กำลังงละเลงซองธูป เธอหันขวับมาทำตาโตใส่คนขับทันที "ก็มันแกะยากนี่คะ... เอ๊ย! นี่คุณธาม ฉันหมายถึงนี่คุณกำลังดูถูกสกิลการแกะซองมูเตลูของฉันอยู่นะคะ" ธามหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาจากผู้ชายที่โลกส่วนตัวสูงคนนี้ "ผมไม่ได้ดูถูกครับ... ผมแค่วิตกกังวลแทนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในซองนั้นต่างหาก ว่าจะรอดพ้นจากแรงเหวี่ยงของคุณพิมพ์ไหวไหม" "ปากคอเราะร้ายนะคะคุณสถาปนิก" พิมพ์บ่นอุบอิบ พองลมที่แก้มอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะวางซองธูปไว้บนตัก แล้วหันไปมองนอกกระจกที่แสงไฟจากตึกสูงระฟ้ากำลังวิ่งผ่านไปทีละดวง "ว่าแต่... แปลกจ๋าเลยนะคะเนี่ย ปกติเวลานี้คุณต้องนั่งเช็กแบบแปลนตึกระฟ้า หรือไม่ก็บรีฟงานกับลูกน้องหัวหมุนแล้วสิ ทำไมวันนี้ถึงยอมมาติดแหง็กอยู่บนถนนกับฉันได้ล่ะคะ" บรรยากาศในรถเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุคลื่นโปรด ธามไม่ได้ตอบทันที นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะตามเสียงเพลง ดวงตาคมทอดมองไปข้างทางที่การจราจรเริ่มติดขัดสะสม ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความอึดอัด ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความลึกซึ้งบางอย่างที่ยากจะอธิบาย "บางที..." ธามเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ "การได้นั่งมองโลกผ่านความเร็วที่ไม่ถึงสมัน มันก็ทำให้ผมเห็นอะไรหลายๆ อย่าง ที่เวลาอยู่บนโต๊ะทำงานผมมองไม่เห็น" พิมพ์หันกลับมามองเสี้ยวหน้าของเขา แสงไฟนีออนจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นพักๆ ทำให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและเงาตกกระทบที่ชวนมอง หัวใจดวงน้อยๆ ของสาวสายมูเตลูเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ "เห็นอะไรเหรอคะ?" พิมพ์ถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความกวนประสาทหายวับไป เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นในตัวตนที่ซ่อนอยู่หลังมาดนิ่งๆ นั้น "เห็นว่า... ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่เส้นตรงกับมุมฉากแบบที่ผมออกแบบ" ธามหันมาสบตากับเธอเสี้ยววินาที ก่อนจะละสายตาไปมองถนนต่อ "ตึกที่ผมสร้าง มันแข็งแรง ทนทาน และคำนวณมาอย่างแม่นยำด้วยหลักวิศวกรรม แต่มันก็เป็นแค่ก้อนคอนกรีตและเหล็กกล้าไร้ชีวิตชีวา... จนกระทั่งผมได้มาเจอคุณนี่แหละครับ" "อ้าว... เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะเนี่ย?" พิมพ์หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นสูง "เกี่ยวสิครับ" ธามยิ้มมุมปาก ชำเลืองมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "คุณทำให้ผมรู้ว่า... บางครั้งชีวิตคนเราก็ต้องการ 'ความเชื่อ' มากกว่าเหตุผล และต้องการ 'ความยืดหยุ่น' มากกว่าระเบียบวินัย... เหมือนที่คุณพกธูปพกพา ยันต์กันผี และสารพัดเครื่องรางติดตัวนั่นแหละ ถึงมันจะดูไร้สาระในสายตาคนอื่น แต่มันก็ทำให้คุณมีรอยยิ้มได้ในวันที่โลกใจร้ายกับคุณไม่ใช่เหรอครับ" คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของธาม ราวกับค้อนเล็กๆ ที่ทุบลงกลางใจของพิมพ์ ความลับในใจ ปมความกลัวการเปลี่ยนแปลงที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใส กลับถูกผู้ชายคนนี้มองทะลุปรุโปร่งอย่างง่ายดาย ดวงตากลมโตไหวระริก พิมพ์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกซ้าย จนเธอต้องรีบเบนสายตาหนีออกไปนอกหน้าต่างรถอีกครั้ง เพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการหัวใจเต้นแรงที่ควบคุมไม่ได้ "พูดจาแปลกๆ นะคะวันนี้... กินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าเนี่ยคุณธาม" พิมพ์พยายามทำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำไปหมดแล้วก็ตาม ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ อีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและละมุนละไมที่สุดเท่าที่พิมพ์เคยได้ยินมา รถยนต์เคลื่อนตัวมาชะลอติดไฟแดงที่แยกใหญ่แห่งหนึ่ง แสงไฟสีแดงสะท้อนบนกระจกหน้ารถ แต่มันกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย "เปล่าครับ... ผมไม่ได้กินอะไรผิดสำแดง" ธามดึงเบรกมือขึ้นเมื่อรถจอดสนิท เขาหันมาหาพิมพ์เต็มตัว แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนคนถูกมองแทบจะไม่กล้าหายใจ "ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้างหัวใจตัวเองใหม่... หลังจากที่คุณเข้ามาป่วนมันเมื่อสัปดาห์ก่อน" พิมพ์เบิกตากว้าง อ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพแบบสับแบบใหม่ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว ทว่า... ก่อนที่พิมพ์จะได้เอ่ยปากเถียงหรือแก้ตัวใดๆ ออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของธามก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกนั้นลงทันที! ธามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ เขาละสายตาจากพิมพ์ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "กรณ์" หุ้นส่วนบริษัทสถาปัตยกรรมที่กำลังมีปัญหาระSออกระสับเรื่องโครงการใหญ่ พิมพ์ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก (ปนเสียดายเล็กน้อย) ก่อนจะเอ่ยแซวกลบเกลื่อน "รับสายเถอะค่ะคุณสถาปนิก... เดี๋ยวตึกถล่มลงมาจริงๆ ฉันจะซวยไปด้วย" ธามสบตาเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้วกดรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ว่าไงกรณ์... มีเรื่องอะไรด่วนอีก?" พิมพ์หันกลับมามองข้างทาง เธอยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจยังคงเต้นรัวเป็นจังหวะกลอง ถึงปากจะบอกว่าเขาแปลกๆ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายมาดนิ่งคนนี้ มันได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงแล้ว ทว่า ในขณะที่ธกำลังคุยโทรศัพท์สีหน้าเคร่งเครียดอยู่นั้น นิ้วมือของพิมพ์ที่วางอยู่บนเบาะรถ ก็บังเอิญไปโดนกระเป๋าเอกสารหนังสีดำของธามที่หล่นอยู่ตรงซอกเบาะ เอกสารบางส่วนไหลทะลักออกมา เธอรีบก้มลงเก็บ แต่มือเจ้ากรรมดันไปปัดโดนสมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่เหน็บไว้ด้านใน สมุดเล่มนั้นหล่นกระแทกพื้น รถยนต์สะเทือนเล็กน้อย ทำให้ริบบิ้นคั่นหนังสือหลุดร่วงออก พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ร่วงคว่ำหน้าลง ด้วยความหวังดี พิมพ์รีบเอื้อมมือไปเก็บกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู เพื่อจะสอดกลับเข้าที่เดิม แต่ทว่า... ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหนักแน่นและคุ้นเคยบนกระดาษแผ่นนั้น กลับทำให้เลือดในกายของพิมพ์เย็นเฉียบลงชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง *ภาพร่างบ้านหลังเล็กสีขาวริมทะเล... และลายมือที่เขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมสีดำอย่างบรรจงว่า...* ***"บ้านหลังนี้... สร้างไว้รอ 'พิมพ์' คนเดียว"*** ธามวางสายโทรศัพท์พอดี เขากำลังจะหันมาหาเธอด้วยรอยยิ้ม... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 10 นี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%