สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 9

ฝนตกกับความใจอ่อน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นตึกสูงระฟ้าในย่านธุรกิจ เสมือนเสียงประกาศิตจากเบื้องบนที่ไม่มีใครกล้าต่อรอง เม็ดฝนฤดูร้อนสาดซัดกระแทกกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศชั้นสิบห้าจนเกิดเสียงดังระรัวราวกับข้าวโพดคั่วในกระทะร้อน พิมพ์ยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตมองสภาพท้องฟ้าด้านนอกที่มืดครึ้มราวกับกลางคืน สลับกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่แอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่แสดงตัวเลขค่าโดยสารพุ่งสูงขึ้นไปสามเท่าตัวแถมขึ้นสถานะ "ไม่มีคนขับว่าง" เป็นสถิติใหม่ที่น่าหงุดหงิดที่สุดในรอบสัปดาห์ "เอาแล้วไงแม่... มึงจะกลับยังไงวะเนี่ยพิมพ์" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียดจนหน้าม้าแทบปลิว เก้าอี้ทำงานหมุนหันกลับมาตามแรงสะกิดเบาๆ ของจูน เพื่อนสนิทสายชงที่ถือแก้วกาแฟเย็นในมือ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเลفةที่ปิดไม่มิด "แก ไม่ต้องลุ้นแอพฯ ให้เสียเวลาหรอกพิมพ์ นู่น... พ่อเทพบุตรสถาปนิกมาดนิ่งเขายืนถือร่มรออยู่ตรงทางออกนู่นแล้ว ฉันเห็นเขามองนาฬิกาสลับกับโต๊ะแกมาสามรอบครึ่งละนะ มึงนี่มันตัวแม่เรื่องดึงดูดพลังงานบวกจริงๆ เลิกงานปุ๊บมีคนมารับปั๊บ" "บ้าเหรอจูน แกพูดอะไรเนี่ย" พิมพ์รีบตีแขนเพื่อนเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า "เขาก็แค่ตรวจงานค้างไหม หรือไม่ก็รอฝนซาเหมือนคนอื่นๆ นั่นแหละ ฉันกับเขาก็แค่... เออ... เพื่อนร่วมงานที่เคยเผลอไปมูด้วยกันครั้งเดียวจบป่ะวะ" "จ้า... เพื่อนร่วมงานที่สายตากวาดหาแต่ร่างบางๆ แถวนี้" จูนทำเสียงสูงใส่ก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตาแล้วเดินเลี่ยงหายเข้าไปในห้องพักพนักงาน ปล่อยให้พิมพ์ยืนเคว้งคว้างเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตัวเอง ทางเดินหน้าลิฟต์เปิดโล่งเผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเทาเข้มที่ถอดสูทออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ธามยืนพิงผนังกระจก กอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหา นัยน์ตาคู่นั้นมีความเรียบเฉยตามวิสัยของสถาปนิกผู้เคร่งเครียดกับงานสเกลใหญ่ แต่ตรงมุมปากกลับหยักยิ้มบางๆ ที่ดูยังไงก็กวนประสาทในสายตาของพิมพ์ พิมพ์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ รวบรวมสัมภาระทั้งหมดกระชับไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินตึงตังเข้าไปใกล้ด้วยมาดที่พยายามทำเป็นนิ่งที่สุด "มองอะไรคะ... เอ๊ย มองอะไรครับคุณธาม ฝนตก รถติด ออกันอยู่ตรงนี้เต็มไปหมด คุณยังไม่กลับบ้านเหรอครับ" เผลอหลุดเสียงหลงเกือบโป๊ะแตกไปรอบ พิมพ์แอบกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ นึกโมโหความปากไวของตัวเอง "ผมรอคนแถวนี้แหละครับ กลัวว่าถ้าปล่อยให้เดินออกไปเรียกแท็กซี่เอง เดี๋ยวเครื่องรางสายมูในกระเป๋าจะเปียกน้ำมนต์จนเสื่อมฤทธิ์ซะก่อน" ธามเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มราบเรียบ แต่แฝงแววขบขันไว้อย่างแนบเนียน เขากางร่มสีดำสนิทในมือออก ช้าๆ พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ได้กลิ่นหอมสะอาดจากน้ำหอมกลิ่นไม้อ่อนๆ จางๆ "ใครบอกว่าฉันจะเรียกแท็กซี่ ฉันจะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าต่างหาก ถึงจะเปียกฝนหน่อยแต่ประหยัดกว่าเรียกแกร็บตอนเร่งด่วนตั้งเยอะนะ" พิมพ์เถียงคอเป็นเอ็น พยายามถอยหลังหนีแต่ติดกำแพงกระจก "รถไฟฟ้าสายสีอะไรครับที่เดินจากนี่ไปแล้วไม่เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือคุณจะใช้คาถาอาคมยันต์เกราะเพชรกันฝนได้?" ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเธอด้วยสายตารู้ทัน "กุญแจรถผมอยู่ในกระเป๋า เดินไปกับผม ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าคุณและลดภาระความเป็นห่วงของเพื่อนคุณที่แอบมองอยู่หลังเสานั่นด้วย" พิมพ์หันขวับไปมองตามสายตาของเขา ก็พบเงาคุ้นเคยของจูนกำลังหลบอยู่หลังเสาไฟเบอร์กลาสพร้อมกับทำมือเป็นรูปหัวใจส่งมาให้ พิมพ์อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมเพื่อนรักถึงได้รู้ใจและรู้ทันสถานการณ์ได้ดีขนาดนี้นะ "ฉันเกรงใจค่ะ... เอ๊ย เกรงใจครับ" พิมพ์รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาจับผิดของธาม "อีกอย่าง รถคุณสะอาดจะตาย ฉันเพิ่งไปลุยฝุ่นหน้าไซต์งานมา เดี๋ยวเบาะหนังราคาแพงของคุณจะเปื้อนดินเปื้อนทรายเอา" "เบาะรถผมซักได้ครับ แต่ถ้าคุณเป็นหวัดแล้วพรุ่งนี้ไม่มีคนมาช่วยตรวจแบบแปลนงาน 3D ให้ผม อันนั้นเสียหายมากกว่าค่าล้างรถเยอะ" ธามพูดตัดบทอย่างไร้ช่องว่าง เขายื่นมือมาจับข้อศอกของเธอเบาๆ ไม่ให้เจ็บตัว แต่แน่นหนาพอที่จะออกแรงนำทางให้เธอเดินตามไปที่ชั้นจอดรถใต้ดินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเขาผ่านเนื้อผ้าเสื้อเบลาส์ตัวเก่งส่งตรงความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าไปถึงขั้วหัวใจ พิมพ์ใจเต้นรัวโดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์กาแฟแก้วเมื่อบ่าย หรือเพราะความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งตัวนี้กันแน่ กลิ่นฝนด้านนอกกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของสถาปนิกหนุ่มผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่ทั้งอึดอัดและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน บรรยากาศภายในรถยนต์ส่วนตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาหลังคารถเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ธามขับรถด้วยความนุ่มนวลอย่างเคย มือใหญ่จับพวงมาลัยมั่นคง สายตาโฟกัสกับถนนเบื้องหน้าที่มีแสงไฟสะท้อนจากแอ่งน้ำบนพื้นผิวถนน พิมพ์นั่งนิ่งเกร็งอยู่เบาะข้างคนขับ มือเล็กประสานกันแน่นบนตัก สายตาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาเป็นระยะ แสงไฟจากเสาข้างทางสาดส่องเข้ามาเป็นช่วงๆ เผยให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและแนวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เขาต้องใช้สมาธิในการขับรถท่ามกลางสภาพอากาศปิด "มองขนาดนี้ ผมคิดเงินค่าโดยสารเป็นรายวินาทีแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ โดยที่สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างทันที "ใครมองคะ... เอ๊ย ใครมองล่ะครับ ฉันแค่สำรวจความสะอาดรถคุณต่างหาก เผื่อมีคราบฝุ่นตรงไหนจะได้เตือน" ธามหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่นานๆ ครั้งจะได้ยินที ทำให้บรรยากาศความตึงเครียดในรถคลายลงอย่างน่าประหลาด "ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่ง เรื่องงานก็เถียงผมเก่งเป็นที่สอง แต่พอเวลาฝนตกทีไร ทำไมต้องทำหน้าเหมือนลูกแมวหลงทางทุกที" "ฉันไม่ได้หลงทางสักหน่อย ฉันแค่วางแผนชีวิตพลาดไปนิดเดียวเองน่า" พิมพ์เถียงเสียงอุบอิบ แก้มเนียนแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับทางได้ รถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าอพาร์ตเมนต์ของพิมพ์ ฝนด้านนอกซาลงเหลือเพียงละอองฝอยบางๆ ธามดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองเธอนิ่งๆ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้มาดนิ่งขรึมอย่างแนบเนียน "ถึงแล้วครับ พกสติกับเครื่องรางไว้ให้ครบ อย่าลืมทานวิตามินซีด้วยล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาไม่สบาย งานแก้แบบจะพังกันหมดพอดี" ธามเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง พิมพ์หันไปมองหน้าเขา ใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มสั่นคลอนความตั้งใจเดิมของเธอ พิมพ์สูดหายใจเข้าลึกๆ กำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตที่เด้งขึ้นมาโชว์หรี่ๆ พิมพ์บังเอิญเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอที่แสดงขึ้นมาอย่างชัดเจน... *'น้ำหวาน รุ่นน้องสถาปัตย์'* พร้อมข้อความสั้นๆ ที่โผล่ขึ้นมาทิ่มแทงความรู้สึกของเธอเข้าอย่างจัง *'พี่ธามคะ... ฝนหยุดแล้ว น้ำหวานรออยู่ที่ร้านกาแฟเดิมนะคะ พรุ่งนี้มีเรื่องให้พี่ช่วยดูแบบหน่อยค่ะ'* หัวใจของพิมพ์ที่เคยเต้นรัวด้วยความอบอุ่นเมื่อครู่ เหมือนถูกน้ำแข็งสาดเข้าใส่จนชาดิก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา ความรู้สึกน้อยใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ทั้งที่เธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแท้ๆ "อ๋อ... มีคนรอให้ไปช่วยดูแบบต่อนี่เองค่ะ... เอ๊ย! ดูแบบต่อนี่เองนะครับ งั้นฉันไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของคุณแล้ว ขอบคุณสำหรับอาลัย เอ๊ย! อาศัยติดรถมาส่งนะคะ!" พิมพ์รัวคำพูดรัวเร็วด้วยความหงุดหงิด มือเล็กผลักประตูรถเปิดออกอย่างแรงด้วยความรีบร้อน โดยลืมสนิทว่าร่มคันโปรดของเธอยังวางอยู่เบาะหลัง "เดี๋ยวสิครับพิมพ์ คุณเข้าใจผิด—" ธามเอื้อมมือคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน แต่พิมพ์สะบัดออกเบาๆ ด้วยความงอนปนน้อยใจ "ไม่ต้องอธิบายค่ะ! ฉันเข้าใจดี! เชิญไปตรวจแบบให้น้องน้ำหวานต่อตามสบายเลยนะคะ สถาปนิกมาดนิ่ง!" พิมพ์กระแทกเสียงใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะก้าวลงจากรถแล้วกางร่มวิ่งฝ่าละอองฝนเข้าตึกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ธามนั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มองตามแผ่นหลังบางที่หายลับเข้าไปในประตูตึก สายตาคมมองหน้าจอมือถือสลับกับเบาะหลังที่ร่มของพิมพ์ยังวางอยู่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเอ็นดู ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหาปลายทางอย่างรวดเร็ว *'ผมไม่ว่างแล้วครับ พอดีมีงานด่วนต้องเคลียร์ให้คนที่บ้านเอ๊ย! คนที่ออฟฟิศก่อน'* พิมพ์ยืนหอบหายใจรดตัวเองอยู่หน้าลิฟต์ในล็อบบี้คอนโด มือถือในมือสั่นเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันไลน์ เธอเปิดหน้าจอขึ้นมาด้วยความรู้สึกสับสนระคนน้อยใจ แต่ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ *[ธาม]: ลืมร่มของคุณไว้ที่รถผมครับ... แล้วก็... น้ำหวานเป็นแค่น้องร่วมคณะที่ฝึกงานอยู่คนละแผนก อย่าเพิ่งโวยวายสิครับแม่สาวสายมู* *[ธาม]: พรุ่งนี้เช้า ผมจะเอาร่มไปคืน พร้อมกับกาแฟร้อนแก้วโปรดของคุณ แลกกับการที่คุณต้องฟังผมอธิบายความจริงทั้งหมด ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะครับ* หัวใจที่เพิ่งจะเย็นเฉียบเมื่อครู่ กลับเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้งจนแทบหลุดออกมานอกอก พิมพ์เม้มปากแน่น พยายามกดมุมปากไม่ให้ยิ้มกว้างออกมา แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู ยัยพิมพ์เอ้ย! แกแพ้ทางเขาอีกแล้วนะเนี่ย! --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาเปิดโปงความลับใต้โต๊ะทำงานไปกับพ่อหนุ่มสถาปนิกและแม่สาวสายมูของเราในตอนที่ 9 นี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%