สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 22

อาการหึงแบบเงียบๆ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณธามจะยืนกอดอกแล้วทำหน้ายักษ์ใส่กองแบบแปลนชุดนี้ต่ออีกสักห้านาที ผมว่ากระดาษคงลุกเป็นไฟโดยไม่ต้องพึ่งไม้ขีดแล้วล่ะครับคุณสถาปนิก" เสียงกลั้วหัวเราะของวิศวกรประจำโครงการดังขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระทบโต๊ะทำงานเบาๆ แต่ธามกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจคำแซวเหล่านั้น นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบยังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต แต่มันไม่ใช่ข้อความงาน... และยิ่งไม่ใช่ข้อความจากพิมพ์ ภาพในหัวของธามตอนนี้ถูกรบกวนด้วยเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายไม่หาย ภาพที่ผู้ชายท่าทางสะอาดสะอ้าน สวมสูทเนี๊ยบกริบ ยื่นนามบัตรให้พิมพ์พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจหน้าตึกสำนักงาน แถมยัยตัวแสบของเขายยังรับไว้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตาสายมูเป็นประกายวิบวับราวกับเจอเนื้อคู่เข้าจริงๆ ทั้งที่ปกติเวลาเจอหน้าเขา พิมพ์จะมีแต่มาดกวนประสาทและประโยคบลัฟเรื่องฮวงจุ้ยใส่ตลอดเวลา ให้ตายเถอะ... มันน่าหงุดหงิดเป็นบ้า ทั้งที่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกันในทางสถานะ ธามเตือนตัวเองเช่นนั้นซ้ำๆ ในฐานะสถาปนิกและเจ้าของโปรเจกต์ เขามีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของงานออกแบบและประสานงานกับฝ่ายการตลาด แต่ทำไมไอ้ความรู้สึกร้อนรุ่มแปลกๆ บริเวณอกซ้ายนี่ ถึงมันสั่งให้เขาอยากเดินไปดึงตัวผู้หญิงคนนั้นออกจากวงสนทนาเมื่อตอนบ่ายให้พ้นๆ หน้าซะเหลือเกิน มือหนาเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเงียบๆ ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มมักจะสงบและช่วยให้เขาคิดงานได้ดีเสมอ แต่ไม่ใช่กับคืนนี้ ความเงียบกำลังทำร้ายเขาด้วยการเปิดทางให้ความคิดฟุ้งซ่านวิ่งวนไปมา ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ร่างเพรียวของพิมพ์จะโผล่เข้ามาพร้อมกล่องเค้กชิ้นเล็กในมือ รอยยิ้มกว้างแบบฉบับสาวออฟฟิศสายมูที่มักจะมีพลังงานล้นเหลือถูกส่งมาให้ แต่พอสบเข้ากับนัยน์ตานิ่งสนิทของธาม รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ หุบลงโดยอัตโนมัติ "เอ่อ... คือว่า... กาแฟกับชีสเค้กค่ะ... อ๊ะ! ไม่ใช่... ครับ!" พิมพ์เผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของธามขมวดเข้าหากันน้อยๆ "คือพิมพ์เห็นคุณธามยังไม่เลิกงาน กลัวว่าจะสมองตันเรื่องแบบแปลน ก็เลย... หิ้วมาฝากค่ะ... ครับ!" ยัยนี่... แม้แต่เวลาจะแก้ตัวยังรนรานจนน่าตีให้ก้นลาย ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาว ชายหนุ่มทิ้งน้ำหนักลงบนข้อศอกทั้งสองข้างโน้มตัวเข้าหาพิมพ์เล็กน้อย จนคนตัวเล็กต้องผถะถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานของตัวเองโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยละล่องเข้ามาแตะจมูก "ว่างมากเหรอครับคุณพิมพ์ ถึงมีเวลาเดินแจกยิ้มแจกเบอร์ให้ผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอหน้ากันไม่ถึงหนาที" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยกระแสความกดดันบางอย่างที่ทำเอาคนฟังถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ พิมพ์กะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของนักการตลาดประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายแบบนี้... น้ำเสียงแบบนี้... หรือว่า... "นี่คุณธาม..." พิมพ์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาสนุก ปนความเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความตกใจเมื่อครู่ "แอบหึงพิมพ์เหรอคะ... เอ๊ย! ครับ!" ธามชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ร่างสูงผละตัวออกจากการคุกคามแล้วยกมือขึ้นกอดอกเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนฟอร์มจัด "หึง? เพ้อเจ้ออะไรของคุณครับ ผมแค่เกรงว่าถ้าพนักงานฝ่ายการตลาดเอาแต่เดินแจกยิ้มเรี่ยราดจนเสียงาน อาจจะทำให้โปรเจกต์นี้พังก่อนที่ผมจะตรวจแบบเสร็จเสียมากกว่า" "แหม ปากแข็งเป็นอิฐมอกร่วมสมัยเลยนะคะคุณสถาปนิก" พิมพ์หัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความรู้ทัน "ก็คุณคนนั้นน่ะเขาเป็นลูกค้าคนสำคัญที่สนใจจะซื้อพื้นที่โซนพรีเมียมนะสคะ... ครับ! พิมพ์ในฐานะนักการตลาดก็ต้องทำหน้าที่ต้อนรับขับสู้ให้ดีสิคะ... ครับ! หรือว่าคุณธามกลัวว่าถ้าพิมพ์ขายออกแล้วจะไม่มีคนมาคอยกวนประสาทเรื่องทิศทางห้องทำงานตามหลักฮวงจุ้ยอีก" ธามหรี่ตามองรอยยิ้มกวนๆ นั้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเกลียดรอยยิ้มแบบนี้ของพิมพ์... รอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้ราบคาบให้กับความสดใสที่เขาพยายามจะตีตัวออกห่างมาตลอด "ผมไม่ได้กลัวไม่มีคนกวนประสาทหรอกครับ..." ธามขยับเข้าไปใกล้พิมพ์อีกครั้ง จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนคนตัวเล็กต้องกลั้นหายใจ "แต่ผมรำคาญสายตาไอ้หมอนั่นที่มองคุณมากกว่า... ชัดเจนพอไหมครับ สำหรับคำว่า 'หึงแบบเงียบๆ' ของผม" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที พิมพ์เบิกตากว้างขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก คำพูดที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้การปรุงแต่งของธามทำเอาสมองของสาวสายมูถึงกับชัตดาวน์ไปชั่วขณะ ไม่เคยคิดเลยว่าผู้ชายมาดนิ่ง เจ้าระเบียบคนนี้ จะกล้าพูดประโยคที่ทำเอาคนฟังหน้าแดงก่ำออกมาได้หน้าตาเฉย ธามเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหลุดปากพูดอะไรออกไป นัยน์ตาสีเข้มฉายแววความประหม่าเล็กน้อยแต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความดื้อรั้น เขามองพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างลามเลียไปถึงใบหูด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันทั้งเอ็นดูและหมั่นไสวในเวลาเดียวกัน มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมนุ่มเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับเส้นผมของอีกฝ่าย เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของธามที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ *ปิ๊ง!* ธามขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขาตวัดสายตากลับไปมองหน้าจอเครื่องมือสื่อสารที่สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งตั้งใจจะกดปิดเสียง แต่แล้วสายตาคมก็ต้องสะดุดเข้ากับชื่อผู้ส่งและข้อความตัวอักษรที่ปรากฏเด่นหร่าบนหน้าจอ... ข้อความจาก 'จูน' เพื่อนสนิทสายยุของพิมพ์ ที่ส่งตรงเข้ามาหาเขาโดยตรง: *[ธาม... แกแน่ใจนะว่าจะเก็บความรู้สึกนี้ไว้เงียบๆ อีกนานแค่ไหน? พิมพ์เขาก็รอให้แกสารภาพมาเป็นชาติแล้วนะเว้ย ถ้ารอบนี้แกยังปากแข็ง ระวังโดนคนอื่นคาบไปกินจริงๆ ล่ะ]* ธามชะงักค้าง เคลื่อนสายตากลับมามองหน้าพิมพ์ที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อย่างสงสัยในความเปลี่ยนแปลงกะทันหันของเขา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับตัวอักษรเหล่านี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%