หน้าจอมือถือในมือของพิมพ์สั่นเตือนเบา ๆ สองครั้งติดกันราวกับเยาะเย้ยสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเธอ สถานะบนหน้าจอเปลี่ยนเป็นคำว่า **"Seen"** สีเทาเข้มอย่างชัดเจน ข้อความสารภาพความในใจที่เธอพิมพ์ด้วยความเมาและอารมณ์ชั่ววูบเมื่อคืน หลุดรอดออกไปสู่อีกฟากฝั่งของหน้าจอเรียบร้อยแล้ว และปุ่ม 'ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน' ก็กลายเป็นเพียงอนุสรณ์สถานแห่งความไร้น้ำยาในเสี้ยววินาทีนั้น
หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันที ยิ่งกว่าการกินกาแฟดำเข้ม ๆ สามช็อตติดต่อกันเสียอีก พิมพ์ยกมือขึ้นกุมขมับ พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยความสติหลุด
"ตาย ๆๆๆ ยัยพิมพ์ แกเอาสมองส่วนไหนคิดวะเนี่ย ส่งไปได้ยังไง!"
ความเงียบในห้องทำงานช่วงบ่ายแก่ ๆ ถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนไลน์ที่ดังขึ้นอีกครั้ง หัวใจของเธอกระโจนไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยความลุ้นระทึก นึกว่าจะเป็นข้อความจากสถาปนิกมาดนิ่งเจ้าของห้องที่เธอเพิ่งก่อเรื่องใส่ แต่ทว่า... ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอกลับไม่ใช่ 'ธาม'
มันคือชื่อของ **'กรณ์'** ลูกค้าหนุ่มหล่อเจ้าของโปรเจกต์รีโนเวทคาเฟ่สุดสัปดาห์นี้ พร้อมกับข้อความที่ส่งมาว่า
*[พิมพ์ครับ พอดีเอกสารสรุปแบบแปลนที่ต้องแก้ ผมรบกวนขอคุยรายละเอียดเพิ่มเติมหน่อยครับ สะดวกให้ผมแวะไปที่ออฟฟิศช่วงเย็นนี้ไหมครับ พอดีผมมีขนมร้านโปรดมาฝากด้วย]*
พิมพ์กะพริบตาปริบ ๆ ปรับโหมดอารมณ์จากความ panic เรื่องธามแทบไม่ทัน เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างโล่งอกผสมกับความงุนงงเล็กน้อย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ธามที่เปิดอ่านข้อความนั้น... หรือจริง ๆ แล้วธามอาจจะแค่อ่านแล้วบล็อกเธอไปเลยก็ได้? ความคิดนั้นทำให้เธอรู้สึกหนับ ๆ ที่อกแปลก ๆ
ก่อนที่พิมพ์จะได้พิมพ์ตอบอะไร เสียงฝีเท้าคุ้นเคยของจูนก็ดังจ๊อกแจ๊กมาแต่ไกล พร้อมกับร่างของเพื่อนสนิทที่พุ่งพรวดเข้ามาในคอกทำงานราวกับนักวิ่งผลัดสี่คูณร้อย
"ยัยพิมพ์! แก นั่งทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามวันแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย" จูนตบโต๊ะดังป้าบ ลากเก้าอี้มานั่งประกบข้างทันที สายตาคมกริบกวาดมองหน้าเพื่อนรัก "ว่ามา... เมื่อคืนเมาแล้วทำอะไรลงไป สีหน้าแกฟ้องว่ามีมหากาพย์เกิดขึ้น"
"แก... ฉันตายแน่ ๆ จูน" พิมพ์หันไปคว้าแขนเพื่อนเขย่าแรง ๆ ด้วยความเคว้งคว้าง "ฉันเผลอ... เผลอส่งข้อความหาคุณธามไป"
จูนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน อุทานเสียงหลง "แกส่งอะไรไปวะ บอกรักเขา? ขอแต่งงาน? หรือส่งสติกเกอร์รูปกบพิลึก ๆ แบบที่แกชอบใช้อีก"
"ยิ่งกว่านั้นสิแก... ฉันกดลบไม่ทัน มันขึ้น Seen แล้ว! แล้วตอนนี้... เขากเงียบหายไปเลย ไม่ตอบอะไรกลับมาสักแอะเดียว!" พิมพ์ทิ้งศีรษะลงโขกกับโต๊ะทำงานเบา ๆ อย่างหมดสภาพ "ผู้ชายอะไร อ่านแล้วไม่ตอบ ใจร้ายชะมัด"
"อ้าว ๆ ใจเย็นคุณเพื่อนขา บางทีคุณธามเขาอาจจะกำลังอึ้ง หรือไม่ก็... กำลังหาทางตอบให้อยู่ในโหมดฟอร์มจัดสไตล์เขาไง" จูนหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ ออกอาการเชียร์ออกนอกหน้า "ถือว่าเป็นฤกษ์ดี มูเตลูสำแดงเดชแล้วเพื่อน!"
"มูเตลูบ้าอะไรล่ะแบบนี้ อันนี้เรียกกรรมสนองกรรมต่างหาก!" พิมพ์โวยวายหน้าดำหน้าแดง
ทว่า ในจังหวะที่สองสาวกำลังกะหน่ำซัมเมอร์เซลล์ความว้าวุ่นใจกันอยู่นั้น เสียงเคาะกระจกเบา ๆ ที่กั้นเขตห้องทำงานก็ดังขึ้น ขัดจังหวะการสนทนาฉับพลัน
ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกัน และพบกับร่างสูงโปรดิวเซอร์หนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน กรณ์ยืนยิ้มละมุนอยู่ตรงนั้น ในมือถือถุงกระดาษแบรนด์ขนมชื่อดังส่งกลิ่นหอมกรุ่น และที่สำคัญ... สายตาของเขากำลังมองมาที่พิมพ์ด้วยประกายวิบวับแบบที่ผู้ชายใช้มองผู้หญิงที่ตนเองกำลัง 'จีบ' อย่างไม่ปิดบัง
"สวัสดีครับคุณพิมพ์ สวัสดีครับคุณจูน" กรณ์ทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกส่งมาให้ ทำเอาสาว ๆ ในออฟฟิศแอบเหลียวมองกันเป็นแถว
จูนกระศิกศอกใส่พิมพ์เบา ๆ พร้อมส่งสายตากรุกริบประมาณว่า *'อุ๊ย ศัตรูหัวใจภาคอินเตอร์มาเสิร์ฟขนมถึงที่ หรือนี่คือพระเอกขี่ม้าขาวที่สวรรค์ส่งมาดามใจแกวะเพื่อน!'*
"เอ่อ... สวัสดีค่ะคุณกรณ์ ลำบากแย่เลยนะคะ หิ้วขนมมาฝากพวกเราด้วย" พิมพ์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ฝืนยิ้มทักทายตามมารยาทนักการตลาด แม้ในใจจะยังกังวลเรื่องแชต์ของธามอยู่ไม่سาย
"ไม่ลำบากเลยครับ พอดีผมผ่านมาแถאןนี้แล้วก็นึกถึงเรื่องงานที่คุยค้างไว้ด้วย... แล้วก็... ตั้งใจเอามาฝากคุณพิมพ์เป็นพิเศษเลยครับ" กรณ์พูดพร้อมกับวางถุงขนมลงบนโต๊ะของพิมพ์อย่างนิ่มนวล สายตาที่มองเธอนั้นอบอวลไปด้วยความเอาอกเอาใจ ชนิดที่เรียกว่าใครมองก็รู้ว่าหนุ่มคนนี้กำลังเดินเครื่องจีบเต็มสูบ
จูนรีบทำหน้าที่เพื่อนที่ดี (ที่ชอบเสือก) ทันที ลุกขึ้นยืนแล้วบอกปัดเสียงใส "อุ๊ย ตายจริง ฉันเพิ่งนึกได้ว่าต้องไปตรวจสต็อกงานกราฟิกด้านโน้นพอดีเลยค่ะคุณกรณ์ เชิญตามสบายเลยนะคะพิมพ์ เดี๋ยวฉันมา" พูดจบคบสหายก็ทิ้งเพื่อนรักไว้เผชิญชะตากรรมคนเดียวท่ามกลางสายตาพราวระยับของลูกค้าหนุ่ม
พิมพ์ส่งค้อนวงใหญ่ให้หลังเพื่อนสนิทในใจ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับกรณ์ที่ดึงเก้าอี้ของจูนมานั่งลงใกล้ ๆ อย่างถือวิสาสะ
"เรื่องแบบแปลนคาเฟ่ที่คุณกรณ์ทักมาในไลน์เมื่อกี้..." พิมพ์พยายามเปิดประเด็นเรื่องงานเพื่อรักษาระยะห่าง
"เรื่องงานเอาไว้ก่อนก็ได้ครับคุณพิมพ์" กรณ์อมยิ้ม ดวงตาคมกอดอกมองเธอด้วยความเอ็นดู "ผมเป็นห่วงคุณมากกว่า... ดูท่าทางคุณจะเครียด ๆ นะครับช่วงนี้ มีอะไรให้ผมพอจะช่วยแบ่งเบาไหมครับ ผมยินดีเสมอนะ"
คำพูดที่เจือความห่วงใยอย่างเปิดเผย พร้อมกับรอยยิ้มที่สุภาพและอบอุ่น ทำให้กรณ์ดูเป็น 'สุภาพบุรุษ' ที่น่าค้นหาไม่น้อย สำหรับผู้หญิงหลายคน นี่คือโปรไฟล์แฟนในฝันที่เพียบพร้อม แต่สำหรับพิมพ์ในตอนนี้... หัวใจเธอกลับไม่ได้รู้สึกเต้นแรงกับความใส่ใจนี้เลยสักนิด ภาพในหัวเธอกลับมีแต่ใบหน้าเรียบนิ่ง แววตาดุ ๆ และริมฝีปากที่ชอบพูดจากวนประสาทของสถาปนิกข้างห้องคนนั้นลอยเข้ามาแทรกตลอดเวลา
*ให้ตายสิ... ทำไมฉันต้องเอาไปเปรียบเทียบกับคุณธามด้วยนะ!* พิมพ์แอบด่าตัวเองในใจ
ในขณะที่กรณ์กำลังเอ่ยปากชวนเธอไปทานมื้อค่ำหลังเลิกงานเพื่อคุยเรื่องงานควบคู่ไปกับการทำความรู้จักกันนอกรอบ บรรยากาศรอบตัวบริเวณโต๊ะทำงานของเธอก็พลันเย็นเยียบลงอย่างประหลาด อุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงจนขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ
พิมพ์รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางเธอจากที่ไกล ๆ ด้วยรังสีอำมหิตบางอย่างที่ทรงพลังจนน่ากลัว
เธอหันขวับไปมองยังทางเดินกระจกยาวที่เชื่อมต่อระหว่างโซนสถาปนิกและฝ่ายการตลาด...
และตรงนั้นเอง ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก กางเกงสแลคเข้ารูปที่ดูเนี้ยบกริบ กำลังยืนกอดอกพิงเสาด้วยท่าทางนิ่งสนิท ใบหน้าคมสันไร้รอยยิ้ม แววตาภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังมองตรงมาที่โต๊ะของเธอ นิ่งสนิท เย็นชา และลุ่มลึกจนคาดเดาความรู้สึกไม่ได้
ธามยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้... แต่ที่แน่ ๆ สายตาคู่นั้นกำลังจ้องมองภาพที่กรณ์กำลังโน้มตัวเข้ามาใกล้พิมพ์ด้วยท่าทางสนิทสนมอย่างชัดเจน
พิมพ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอื้ออึงไปหมดเมื่อนึกถึงข้อความสารภาพรักที่เธอเพิ่งส่งไปหาเขาเมื่อคืน แล้วตอนนี้เขาก็มาเห็นเธอนั่งยิ้มรับขนมจากผู้ชายคนอื่นต่อหน้าต่อตาแบบนี้พอดี!
ธามปรายตามองมาที่กรณ์แวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับพิมพ์นิ่ง ๆ มุมปากหยักหนายกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด... รอยยิ้มที่แปลความหมายได้คำเดียวว่า *'ดีมาก... กล้ามากนะพิมพ์'*
กรณ์ที่เพิ่งสังเกตเห็นบุคคลมาใหม่ หันไปมองตามสายตาของพิมพ์ ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย "อ้าว นั่นคุณธาม สถาปนิกโปรเจกต์นี้ใช่ไหมครับ ทำไมมายืนตรงนั้นล่ะ ทำไมไม่เดินมาคุยกันตรงนี้ล่ะครับคุณธาม"
ธามไม่ตอบคำถามของกรณ์ ทว่าเขากลับก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนทีละก้าว ๆ อย่างมั่นคง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง *ก๊อก ๆ* เป็นจังหวะที่กดดันหัวใจของพิมพ์ให้ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มอย่างแท้จริง
เมื่อเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของพิมพ์ ร่างสูงใหญ่ก็แผ่รัศมีกดดันออกมาจนกรณ์ต้องขยับตัวถอยออกไปนิดหน่อยอย่างงุนงง
ธามก้มมองหน้าพิมพ์ที่ตอนนี้ซีดเผือดลงถนัดตา ดวงตาคมกริบกวาดมองถุงขนมบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของกรณ์ ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เรียบเฉย แต่เฉียบคมจนคนฟังต้องสะท้าน
**"งานแปลนคาเฟ่ตรงส่วนไหนเหรอครับที่ยังเคลียร์ไม่จบ... ถึงต้องมาปรึกษากันนอกเวลางาน ถึงขนาดต้องเอาขนมมาล่อใจกันถึงโต๊ะแบบนี้?"** ธามปรายตาคมกริบมองหน้ากรณ์ ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่พิมพ์ นัยน์ตาสีเข้มวับวาวด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "หรือว่า... มีเรื่องส่วนตัวอะไรที่สำคัญกว่าเรื่องงาน... ที่ยังคุยกันไม่เคลียร์ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะครับคุณพิมพ์?"
พิมพ์อ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ หัวใจเต้นกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าเมื่อรู้ว่า... ธามไม่ได้แค่เปิดอ่านข้อความนั้นเฉย ๆ เสียแล้ว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับตัวอักษรเหล่านี้เสมอนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 21
ศัตรูหัวใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!