สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 20

ความสับสนของคนมีเหตุผล

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณธามครับ ตกลงว่าฟังก์ชันบิวด์อินตรงมุมนี้... คุณจะเอาฮวงจุ้ยหรือเอาชีวิตรอดครับ" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกปิดลงดัง *ป้าบ* บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ในห้องประชุมชั้นสิบสี่ ดึงสติสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง ธามกะพริบตาช้าๆ ปรับโฟกัสสายตากลับมายังร่างบางของหญิงสาวที่ยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า พิมพ์ในชุดสูททำงานสีครีมแต่ยังมีสร้อยข้อมือหินสีมงคลสะท้อนแสงไฟเบาๆ กำลังมองเขาด้วยสายคาดคั้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในสัปดาห์นี้ที่ธามจับaข้อความในแบบแปลนผิดพลาดติดต่อกันเป็นวันที่สาม และสำหรับชายหนุ่มผู้ไม่เคยปล่อยให้งานหลุดมือแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เปรียบเสมือนรอยร้าวบนกระจกกันกระสุน มันเล็กน้อย แต่กวนใจอย่างประหลาด "ผมขอโทษครับพิมพ์ เมื่อคืน... ดีไซน์รายละเอียดเยอะไปหน่อย" ธามเอ่ยเสียงเรียบ พยายามรักษามาดนิ่งสนิทตามแบบฉบับของหัวหน้าโครงการที่ลูกน้องเกรงใจ แต่ปลายนิ้วเรียวที่กำลังหมุนดินสอไม้ในมือกลับฟ้องถึงความกระวนกระวายใจที่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาคำ "เยอะหรือใจลอยครับคุณธาม" พิมพ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับแว่นกรอบใสลงเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม "ฉันเห็นคุณจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบไม่ขยับมากว่ายี่นาทีแล้วนะ หรือว่าแบบร่างออฟฟิศใหม่ของบริษัทฉันมันมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่จนทำให้สถาปนิกมือหนึ่งถึงกับสมองกลับกันแน่" ลูกล่อลูกชนและการแซวแบบไม่เกรงกลัวบารมีของพิมพ์ มักจะทำให้ธามรู้สึกอยากถอนหายใจใส่ทุกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พื้นที่เงียบงันและเป็นระเบียบของเขาเริ่มมีรอยยิ้ม กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์บนโต๊ะ และเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วเรื่องดวงดาวราศีของเธอแทรกซึมเข้ามาครอบครองทีละน้อย และนั่นแหละ... คือปัญหา สำหรับธาม โลกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยความมีเหตุผล โครงสร้าง แรงโน้มถ่วง และสัดส่วนทองคำ ทุกอย่างต้องวัดผลได้ คาดเดาได้ และมีความปลอดภัยสูง หัวใจของเขาถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาหลังจากการพังทลายครั้งใหญ่ในอดีต เขาให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมให้ใครเข้ามามีอิทธิพลเหนือความรู้สึกนิ่งสงบนี้อีกเด็ดขาด ทว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แค่เห็นพิมพ์เดินก้าวเข้ามาในออฟฟิศพร้อมกับหินนำโชคเส้นใหม่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขากลับกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล ยิ่งเวลาที่เธอขมวดคิ้วเวลาเถียงเรื่องทิศทางของประตูห้องทำงาน ธามกลับพบว่าตัวเองไม่ได้มองแปลนอาคารเลย เขากลับเฆี่ยนตีสายตาไปที่ปลายจมูกรั้นๆ กับริมฝีปากที่ขยับเถียงอย่างเอาเป็นเอาตายแทน *บ้าไปกันใหญ่แล้ว ธาม แกเป็นสถาปนิกนะ ไม่ใช่เด็กหนุ่มเพิ่งหัดมีความรัก* เขานึกค่อนขอดตัวเองในใจขณะยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตา "ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้างรับน้ำหนักของคานชั้นลอยครับ มันซับซ้อนกว่าที่คิด" ธามแก้ตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามตีสีหน้าให้ตายด้านไร้อารมณ์ "เห R โครงสร้างหรือคนกันแน่ที่ซับซ้อน" พิมพ์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏที่มุมปากเล็กน้อยตามประสาคนชอบปั่น "หรือว่า... คุณกำลังเครียดเรื่องที่หมอดูทักว่าช่วงนี้ดวงความรักจะโคจรมาเจออุปสรรคชิ้นใหญ่คะ" "ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนั้นครับพิมพ์" ธามตอบทันควัน น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย "ชีวิตคนเราถูกกำหนดด้วยการกระทำและการวางแผน ไม่ใช่หินสีหรือตำแหน่งดาว" "โอ้โห ท่านประธานสมาคมคนมีเหตุผลมาเอง!" พิมพ์หัวเราะคิกคัก ยกมือขึ้นกอดอกแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน "ระวังเถอะค่ะคุณธาม คนที่มั่นใจนักมั่นใจหนาว่าตัวเองคุมเกมได้ทั้งหมดเนี่ย เวลาตกหลุมรักขึ้นมาจริงๆ มักจะอาการหนักกว่าชาวบ้านเขาทุกราย" ประโยคนั้น... ทำเอาธามชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเงยขึ้นสบตากับหญิงสาวตรงหน้าอย่างจัง ระยะห่างระหว่างโต๊ะทำงานไม่ได้กว้างนัก แต่ในวินาทีนั้น บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบงันลงอย่างประหลาด เสียงเครื่องปรับอากาศบนเพดานและเสียงพิมพ์ดีดจากด้านนอกราวกับถูกดึงออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจของเขาสองคนที่เต้นแข่งกับความเงียบ แววตาที่พิมพ์มองมาไม่ได้มีเค้าLของความล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย มันมีความจริงใจและความใสซื่อบางอย่างที่ทำให้ธามรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนขอบหน้าผา ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ความหวาดกลัวลึกๆ ที่เคยฝังราقลึกเริ่มสั่นคลอน การยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้กำลังมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขา มันน่ากลัวยิ่งกว่าการคำนวณโครงสร้างตึกสูงร้อยชั้นผิดพลาดเสียอีก "พิมพ์..." ธามเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบากว่าปกติ แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนเจ้าตัวต้องรีบหลบสายตาลงมองแฟ้มเอกสารแทน "คะ?" พิมพ์เอียงคอด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอาการเงียบขรึมผิดคาดของคนตรงหน้า ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นที่หล่นหายกลับคืนมา เขามั่นใจมาตลอดว่าเขาควบคุมทุกอย่างได้ แต่ทำไม... แค่เพียงปลายนิ้วของเธอเผลอมาโดนหลังมือเขาตอนหยิบปากกาเมื่อครู่ ถึงทำให้เขาอยากจะคว้าข้อมือนั้นไว้แล้วถามเธอตรงๆ ว่าตกลงแล้ว... เธอคิดเหมือนกันบ้างไหม แต่สัญชาตญาณของการป้องกันตัวก็ทำงานเร็วกว่า เขากลืนก้อนความรู้สึกประหลาดนั้นลงคอ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง "เปล่าครับ... ไม่มีอะไร" ธามพูดเสียงเรียบ ปิดแฟ้มเอกสารลงแล้วดันมันกลับไปหาเธอ "เรื่องแบบแปลนตรงมุมนั้น... ผมจะแก้ให้ตามที่คุณต้องการก็แล้วกัน พึงพอใจหรือยังครับ คุณลูกค้าสายมู" พิมพ์ทำหน้ามœใส่เบาๆ อย่างหมั่นไส้ "พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะเนี่ย ประชดฉันเหรอ" ธามไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีแค่ความสุภาพตามมารยาท แต่มีความอ่อนโยนบางอย่างซ่อนอยู่จนคนมองถึงกับใจกระตุกวูบ หลังเลิกงาน ท้องฟ้าด้านนอกตึกสูงระฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงไฟจากเมืองหลวงเริ่มสว่างไสวแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้า ธามปฏิเสธคำชวนของเพื่อนร่วมงานที่จะไปสังสรรค์ เขาขับรถกลับมาถึงคอนโดมิเนียมส่วนตัวด้วยความรู้สึกที่เหนื่อยล้าทางจิตใจมากกว่าปกติ ความเงียบสงบในห้องชุดสไตล์มินิมอลโทนสีเทา-ขาวที่เคยเยียวยาจิตใจเขาได้เสมอ วันนี้กลับรู้สึกกว้างใหญ่และอ้างว้างเกินไป ธามถอดเสื้อสูทโยนไว้บนโซฟา ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกแล้วเดินไปยืนมองวิวกรุงเทพฯ เบื้องหน้าผ่านกระจกบานใหญ่ คำพูดของจูน เพื่อนสนิทของพิมพ์ที่เคยแซوةไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนลอยเข้ามาในหัว *'ระวังนะคุณธาม คนนิ่งๆ เนี่ยแหละ เวลาคลั่งรักขึ้นมา น่ากลัวกว่าใครเพื่อน'* ธามแค่นหัวเราะให้กับตัวเองเบาๆ เขาน่ะหรือจะคลั่งรัก? คนที่มีเหตุผลและกรอบชีวิตชัดเจนอย่างเขา ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองหลุด มือหนาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย ปลายนิ้วเลื่อนเปิดหน้าจอแชตที่ค้างอยู่กับหน้าต่างสนทนากับ "พิมพ์" ข้อความล่าสุดคือรายงานเรื่องการแก้ไขแบบแปลนที่เธอส่งมาเมื่อช่วงหัวค่ำ ธามยืนมองชื่อนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ตลอดทั้งวันจะทะลักล้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ สมองสั่งให้หยุด แต่นิ้วมือกลับขยับพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงไปในช่องแชตด้วยความรวดเร็วโดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจ *[พิมพ์ครับ... ผมอาจจะเป็นคนที่มีเหตุผลและจัดการชีวิตได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียว... เรื่องที่มีคุณเข้ามาปั่นป่วนอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบนี้ ผมควรต้องใช้หลักการข้อไหนคำนวณความรู้สึกตัวเองดีครับ ถึงจะรู้ว่าอาการแบบนี้มันเรียกว่าอะไร]* พิมพ์ข้อความเสร็จ หัวใจของธามก็เต้นรัวระรัวราวกับกลองชุด ความตื่นตระหนกพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขาเพิ่งทำอะไรลงไปวะเนี่ย! สติที่เหลืออยู่น้อยนิดสั่งให้เขากดปุ่มลบข้อความทันที แต่ทว่า... ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะกดกดยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน หน้าจอมือถือกลับสั่นเตือนขึ้นมาอย่างแรง พร้อมกับสถานะที่เปลี่ยนเป็น **"Seen"** ทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายและลุ้นไปกับความซึมซับความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%