"ผมแก้แบบให้ใหม่แล้วครับ"
ประโยคสั้นๆ เรียบๆ ไร้ซึ่งหัวใจจากสถาปัตยกรรมมาดนิ่งอย่างธาม ถูกส่งเข้ามาในหน้าจอแชตตอนตีสองสี่สิบห้า นาทีที่พิมพ์กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้ากองเอกสารการตลาด พร้อมกับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เส้นเริ่มอืดบวมจนหมดความน่ากิน พิมพ์ขยี้ตาตัวเองแรงๆ หนึ่งที นึกว่าตัวเองตาฝาดหรือโดนฤทธิ์คาเฟอีนเล่นงานจนเห็นภาพหลอน เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าของโปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าโซนใหม่รายนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวแข็งยิ่งกว่าหินแกรนิต ไม่ว่าเธอจะเสนอไอเดียอะไรไปเกี่ยวกับมุมพักผ่อนหย่อนใจ หรือการจัดวางพื้นที่ให้มีความยืดหยุ่นตามหลักฮวงจุ้ยที่เธออ้างอิงตำรามาเป็นตั้ง ธามก็มักจะปัดตกด้วยสายตาเรียบนิ่งและคำพูดเชือดเฉือนแบบสุภาพว่า *"พื้นที่เชิงพาณิชย์ไม่ได้มีไว้สำหรับความเชื่อส่วนบุคคลนะครับคุณพิมพ์"*
แต่พอเปิดไฟล์ PDF ที่แนบมาในอีเมลดูให้เต็มตา พิมพ์ก็ต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทبيบินเข้าไปได้
นี่มัน... ไม่ใช่แค่การแก้แบบธรรมดา
โครงสร้างหลักยังคงความเฉียบคมและทรงพลังตามสไตล์สถาปนิกมือรางวัลของเขา แต่มุมอับสายตาใต้บันไดหนีไฟที่เธอเคยเปรบosๆ ว่าอยากให้มี "มุมฮีลใจ" เล็กๆ สำหรับพนักงานออฟฟิศที่เหนื่อยล้า—จุดที่ธามเคยเบะปากใส่ด้วยซ้ำว่ามันไร้สาระและเสียพื้นที่ใช้สอย—กลับถูกเนรมิตใหม่ให้กลายเป็นสวนหย่อมในร่มขนาดกะทัดรัด มีการคำนวณทิศทางแสงธรรมชาติจากกระจกฝ้าที่ต่อเติมขึ้นมาใหม่เพื่อให้แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบต้นไม้เขียวขจีได้อย่างพอดิบพอดีแถมยังมีม้านั่งไม้ดีไซน์โค้งมนรับกับสรีระ ซึ่งเป็นดีเทลเดียวกับที่เธอเคยบ่นให้ฟังตอนไปเดินดูงานแฟร์ด้วยกันเมื่อเดือนก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
พิมพ์นิ่งอึ้ง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกอุ่นวาบซ่านขึ้นมาในอกอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความดีใจแบบคนชนะประมูลงาน แต่มมันคือความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนแอบหยิบเอา "ความลับ" ที่เธอซ่อนไว้ลึกที่สุดในใจ ไปประกอบสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว
คนอย่างธามเนี่ยนะ... จะเป็นคนละเอียดอ่อนถึงขนาดจำเรื่องเพ้อเจ้อของเธอได้?
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยความเร็วแสงด้วยความหมั่นไส้ปนความซาบซึ้งที่ตีรวนกันอยู่ในอก
*(พิมพ์): นี่คุณแอบไปก๊อปปี้สมองส่วนมูเตลูของฉันมาเหรอคะ เอ๊ย ของผมเหรอครับ? ทำไมมุมนี้มันตรงกับที่ผมอยากได้เป๊ะๆ ไหนตอนประชุมบอกว่ามันรกพื้นที่ไงสถาปนิกธาม?*
พิมพ์เผลอพิมพ์สรรพนามผิดไปนิดเพราะความรีบร้อน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจจะแก้ข้อความ เพราะสายตาตอนนี้กำลังจดจ่ออยู่กับสถานะในแชตที่ขึ้นว่า *"กำลังพิมพ์..."* อยู่นานสองนาน
ธามพิมพ์ๆ ลบๆ อยู่หลายรอบ จนกระทั่งข้อความจริงจังถูกส่งกลับมา
*(ธาม): ผมไม่ได้ก๊อปปี้ครับ ผมแค่คำนวณสัดส่วนความสุขของคนใช้งานเพิ่มเข้าไปต่างหาก พื้นที่บางจุดถ้ามันแข็งกระด้างเกินไป มันจะไม่มีใครอยากหยุดยืนอยู่ตรงนั้นหรอกครับ... อีกอย่าง เลิกเรียกผมว่าสถาปนิกธามได้แล้วครับ เรียกชื่อเฉยๆ ก็ได้*
พิมพ์อ่านแล้วถึงกับกัดริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ห้องแอร์เย็นเฉียบ เธอมองหน้าจอที่มีรูปโปรไฟล์เป็นภาพถ่ายเงาสถาปัตยกรรมขาวดำนิ่งๆ นั้น แล้วเผลอยิ้มออกมาบางๆ โดยไม่รู้ตัว
*(พิมพ์): โอho พ่อพระเอกลิเกคณะไหนเนี่ย ยอมรับมาเถอะว่าแอบใจอ่อนกับสาวออฟฟิศสายมูคนนี้เข้าแล้วใช่มั้ยล่ะคะ*
พิมพ์แกล้งหยอกกลับไปตามนิสัยชอบเอาชนะ เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกๆ ในใจ
ทว่า ผ่านไปเกือบสิบนาที ฝั่งนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับมา สถานะ "กำลังพิมพ์" หายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ทำให้ห้องทำงานเงียบงันยิ่งกว่าเดิม พิมพ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย หรือเธอจะเล่นมุกแรงเกินไปจนเจ้าพ่อระเบียบเขาถือสา? หรือว่าเขาปิดคอมพิวเตอร์นอนไปแล้วจริงๆ?
ในจังหวะที่เธอกำลังจะวางมือถือลงบนโต๊ะและหันไปจัดการกับบะหมี่ที่อืดจนเละ หน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่ที่ทำให้ลมหายใจของพิมพ์สะดุดกึก
*(ธาม): ถ้าผมบอกว่าใจอ่อน... คุณจะเลิกไปแก้บนแก้เคราะห์แล้วหันมาคุยกับผมจริงจังได้หรือยังล่ะครับ*
พิมพ์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของพ่อหนุ่มมาดนิ่ง ข้อความนั้นสั้นกระชับ แต่กลับมีพลังทำลายล้างความนิ่งสงบในใจเธอจนราบคาบ เธอรีบยกมือขึ้นทาบอกตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามรากับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน
นี่มันไม่ใช่แค่การแก้แบบบ้านหรือตึกรามบ้านช่องธรรมดาแล้ว...
แต่นี่มันคือการ "รื้อโครงสร้างหัวใจ" ของเธอชัดๆ!
ในขณะที่เธอกำลังนั่งหน้าแดงอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบสงบยามดึก เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่หน้าห้องทำงานส่วนตัวของเธอ พิมพ์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามเสียง และภาพที่ปรากฏตรงหน้าผ่านกระจกใสก็ทำให้เธอต้องลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงโปรดในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ดวงตาคมกริบที่มักจะมองอะไรด้วยความเบื่อหน่ายในยามปกติ บัดนี้กำลังมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไมออก พร้อมกับถุงกาแฟร้อนและขนมปังปิ้งในมือ
"แถวนี้ร้านสะดวกซื้อปิดหมดแล้ว ผมซื้อนี่มาฝาก... คนที่ชอบทำงานโต้รุ่งจนลืมดูแลตัวเอง" ธามเอ่ยเสียงทุ้มต่ำผ่านบานประตูกระจกที่แง้มเปิดออกเล็กน้อย โดยที่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 16 นี้ด้วยนะครับ!
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 16
ความใจดีที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!