สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 5

เมื่อธามหลงลืมเหตุผล

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณช่วยยืนนิ่งๆ เป็นหลักให้ผมสักส้าววินาทีจะได้ไหมครับ พิมพ์... ผมกำลังจะสติหลุดอยู่แล้วนะ" น้ำเสียงที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจของธาม บัดนี้กลับเจือความร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายที่เคยเชิดขึ้นอย่างถือดี มีหยดเหงื่อซึมตามไรผม ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานสถาปัตยกรรมกำลังทำงานอย่างเต็มกำลังจนอุณหภูมิแทบจะติดลบ พิมพ์กะพริบตาปริบๆ สมองที่ปกติประมวลผลเรื่องกลยุทธ์การตลาดและการจัดวางตำแหน่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว กลับหยุดชะงักลงชั่วขณะ เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเสาคอนกรีตเปลือยสไตล์ลอฟท์ มือใหญ่ข้างหนึ่งของเขากุมขมับแน่น ส่วนอีกข้างพยายามกดโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอกะพริบดับๆ ติดๆ ด้วยความหงุดหงิด เหตุการณ์ฉุกเฉินไม่ได้มาจากการส่งมอบงานล่าช้า หรือการที่ผู้รับเหมาทิ้งงานอย่างที่ธามเคยรับมือมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายและไร้เหตุทางสถาปัตยกรรมโดยสิ้นเชิง—ไฟฟ้าดับทั้งตึก พร้อมกับระบบสำรองฉุกเฉินที่ล่มกะทันหัน และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ประตูนิรภัยอัตโนมัติของห้องเก็บแบบแปลนโครงการสำคัญที่ธามต้องใช้ส่งมอบในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ได้ล็อกตายสนิทด้วยระบบเซนเซอร์แม่เหล็กไฟฟ้า และคนเดียวที่อยู่กับเขาในตึกมืดทึบเวลานี้ ก็คือหญิงสาวสายมูผู้พกหินนำโชคติดตัวกระเป๋าตุงคนนี้ "คุณธามใจเย็นก่อนสिपครับ" พิมพ์พยายามดึงสติ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแม้จะพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง "แค่ไฟดับ ประตูมันก็แค่รอระบบรีเซ็ต ไม่เห็นจะต้องทำท่าเหมือนโลกกำลังจะแตกเลยนี่คะ... เอ๊ย! นี่ครับ!" เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่หันมามอง "จะไม่ให้ผมสติแตกได้ยังไงล่ะครับพิมพ์ แบบร่างสุดท้ายของโครงการ 'The Heritage' ที่ผมใช้เวลาแก้มาสามเดือนเต็ม อยู่ในนั้นทั้งหมด และกำหนดส่งให้คณะกรรมการคือบ่ายสองโมงตรง!" ธามก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยไม่รู้ตัว ความสูงของเขาทำให้พิมพ์ต้องแหงนหน้ามอง และกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษเขียนแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาก็ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความสลัว "แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันเป็นนักการตลาดนะ ไม่ใช่ช่างกุญแจ หรือคุณอยากให้ฉันจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางแถวนี้ดีล่ะ เผื่อท่านจะช่วยดลใจให้ประตูมันเปิดเอง" พิมพ์ประชดด้วยความหมั่นไส้ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ธามถอนหายใจยาวพรืด เขาไม่ได้ต่อปากต่อคำเหมือนทุกครั้ง ดวงตาคมคายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่ตอนนี้ถอดออกเพราะเหงื่อออกจนเลนส์มัว) มองสำรวจใบหน้าของหญิงสาวในแสงสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เหลือแบตเตอรี่เพียงสิบเปอร์เซ็นต์ ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ชั่วขณะหนึ่ง ความถือดีและมาดนิ่งทระงстиทั้งหมดของสถาปนิกหนุ่มดูเหมือนจะพังทลายลงเหลือเพียงความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ "ผม..." ธามเว้นวรรค กลืนก้อนความอึดอัดลงคอ "ผมแค่... กลัวว่าความพยายามทั้งหมดมันจะสูญเปล่าเพราะเรื่องงี่เง่าแบบนี้... พิมพ์ คุณช่วยจับมือผมไว้หน่อยได้ไหมครับ" หัวใจของพิมพ์กระตุกวูบ คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากผู้ชายที่เคยบอกว่า 'ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและคำนวณอย่างแม่นยำ' มันไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือการยอมจำนนต่อความไร้เหตุผลของสถานการณ์—และบางที... อาจรวมถึงความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยปริปากบอก มือใหญ่ที่เย็นเฉียบเอื้อมมาคว้ามือของพิมพ์ไว้แน่นโดยไม่รอคำอนุญาต ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความสั่นเทาและความหวาดวิตกที่เขาพยายามปกปิดมาตลอดออกมาอย่างชัดเจน พิมพ์อ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด เธอลืมบทสวดเสริมดวง ลืมวิธีหายใจ ลืมกระทั่งความโกรธที่เขากวนประสาทเธอเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "คุณธาม..." พิมพ์พึมพำเสียงเบาหวิว ในความมืดมิดและเงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาดิจิทัลที่มุมห้อง จู่ๆ ไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำก็สว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นทะลุโสตประสาท ธามดึงตัวพิมพ์เข้าหาอกกว้างโดยสัญชาตญาณเพื่อปกป้องเธอจากแรงลมระบายอากาศที่ทำงานขึ้นกะทันหัน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ธามก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาที่มองมาในเสี้ยววินาทีนั้นไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวั่นไหวและคำถามมากมายที่ซ่อนเร้น "ถ้าประตูนี้เปิดออก... และงานชิ้นนี้ผ่านไปด้วยดี..." ธามกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "ผมขอสิทธิ์พิเศษในการพาคุณไปดินเนอร์ไถ่โทษ... แบบที่ไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวข้อง... ได้ไหมครับ" พิมพ์สมองโล่งโพลน เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์ม แต่จังหวะนั้นเอง ประตูนิรภัยเจ้าปัญหาก็ส่งเสียงคลิกใหญ่ๆ แล้วเลื่อนเปิดออกเองอย่างปาฏิหาริย์ พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาเต็มตา แสงนั้นเปิดเผยให้เห็นระยะห่างที่แนบชิดและใบหน้าที่แดงก่ำของคนทั้งคู่ได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง และก่อนที่พิมพ์จะได้ตั้งตัว ธามก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะแตะเข้ากับแก้มเนียนของเธอโดยไม่ตั้งใจ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนที่ 5 ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะอมยิ้มและใจเต้นไปกับเหตุการณ์ฉุกเฉินของพ่อหนุ่มสถาปนิกและแม่สาวสายมูของเรานะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%