สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 4

กาแฟหนึ่งแก้วกับคำสบประมาท

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณพิมพ์แบบนี้ลงในพรีเซนต์... ผมแนะนำให้เอาเวลาไปจุดธูปขอพรองค์แม่ที่คุณเคารพเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่าครับ เผื่อปาฏิหาริย์จะช่วยให้ลูกค้าไม่ยกเลิกโปรเจกต์นี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบระดับปวช. (ป่าช้า) ของห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้า กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดที่ถูกกดทับไว้ด้วยสไลด์พรีเซนต์เตชันส Aesthetic เรียบหรูสไตล์มินิมอล ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ "ธาม" สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมิลลิเมตร "อ้าว คุณธาม พูดแบบนี้ก็เกินไปนะคะ... เอ๊ย เกินไปนะครับ!" พิมพ์สะดุ้งสุดตัว เกือบเผลอหลุดปากพูดภาษาหญิงสาวออกไปเสียแล้ว ดีที่เบรกทันแล้วรีบเปลี่ยนสรรพนามแก้เก้อ ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองด้วยความหมั่นไส้จนแทบจะกินหัวได้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ พร้อมกับใช้นิ้วโป้งกดคลึงหินมงคล "ไทเกอร์ไอส์" ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทแน่นเพื่อเรียกพลังใจ *่องคุณสถาปนิกปากคอเราะร้าย! หน้าตาดีซะเปล่า แต่ปากนี่น่าเอาพริกขี้หนูสวนมาบดแล้วยัดใส่ปากจริงๆ* พิมพ์คิดในใจอย่างคับแค้น เธอเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายการตลาดที่ผ่านศึกเหนือเสือใต้มานับไม่ถ้วน แต่กลับต้องมาเสียเซลฟ์ให้กับผู้ชายที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขนสีขาวสะอาดตาคนนี้ เพียงเพราะเขาบอกว่า "สโลแกนและกลยุทธ์สายมู" ที่เธออุตส่าห์ไปนั่งสมาธิขอมาจากวัดดังถึงสามจังหวัด "มันขัดกับหลักสถาปัตยกรรมเชิงพื้นที่และรสนิยมของกลุ่มเป้าหมายระดับลักชูรี" "ผมไม่ได้เกินไปหรอกครับคุณพิมพ์..." ธามปรายตามองเอกสารข้อเสนอแนะการตลาดที่พิมพ์เป็นคนร่างขึ้นมา นิ้วเรียวยาวเคาะลงกับโต๊ะประชุมไม้สักทองเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความใจร้อนและความไม่พอใจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "งานออกแบบชิ้นนี้ ผมใช้เวลาศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน Data และ Market Trend นานกว่าสามเดือน แต่คุณกลับบอกว่า... 'เราควรทุบผนังทิศตะวันออกออก แล้วย้ายโซฟาไปวางมุมอับรับทรัพย์' แบบนี้เหรอครับที่คุณเรียกว่ากลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่?" รอยยิ้มมุมปากของธามบาดลึกเสียจนพิมพ์รู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสาธารณชน เสียงกระแอมเบาๆ ของน้องๆ ในทีมการตลาดดังขึ้นเป็นระยะด้วยความอึดอัด ทุกคนในห้องต่างก้มหน้ามองตัก ไม่กล้าสบตากับสถาปนิกจอมโหดคนนี้เลยสักคน "มันคือศาสตร์แห่งความสมดุลต่างหากล่ะคะ... เอ๊ย! ความสมดุลครับ!" พิมพ์เผลอหลุดเสียงสูงอีกรอบด้วยความโมโห เธอตบมือลงบนโต๊ะเบาๆ จนเอกสารสะเทือน "คุณธามอาจจะเก่งเรื่องโครงสร้าง ตึกสูง หรือการจัดวางสเปซ แต่วิทยาศาสตร์อย่างเดียวมันอธิบายเรื่อง 'ความรู้สึก' ของมนุษย์ไม่ได้ทั้งหมดหรอกนะคะ... หรอกครับ! ลูกค้าที่เรากำลังจะไปพรีเซนต์ด้วยพรุ่งนี้ เขาเป็นเจ้าของธุรกิจอัญมณีรายใหญ่ เขามีความเชื่อเรื่องพลังงานบวกและฮวงจุ้ย ถ้าเราไม่เปิดทางให้พลังงานที่ดีไหลเวียน ต่อให้ดีไซน์ของคุณจะสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหน เขาก็เซ็นเชอร์โปรเจกต์นี้ทิ้งตั้งแต่เห็นหน้าปกสไลด์แล้วครับ!" ห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง ความกดดันพุ่งสูงจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ธามหยุดเคาะนิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับพิมพ์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนแต่ยังพยายามทำตัวแข็งกร้าวเพื่อปกป้องงานของตัวเอง ความเงียบระหว่างพวกเขายืดเยื้อออกไปราวกับเป็นการงัดข้อทางจิตวิทยา ไม่มีใครยอมหลบตาใคร ลึกๆ แล้ว ธามยอมรับว่าเขารำคาญวิธีคิดแบบสายมูของพิมพ์ แต่น่าแปลก... ทุกครั้งที่เธอเถียงเขาด้วยความมั่นใจแบบผิดๆ ถูกๆ หรือเวลาที่เธอทำหน้ายู่ยี่ด้วยความขัดมัน แววตาคู่นั้นกลับส่องประกายมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด มันเป็นความสดใสที่เขาไม่ได้พบเจอมานานนับตั้งแต่ถูกเพื่อนร่วมงานหักหลังและขโมยโปรเจกต์ชิ้นสำคัญไปเมื่อสองปีก่อน พื้นที่ส่วนตัวที่เขาปิดตายเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ จากความดื้อรั้นของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ "โอเคครับ..." ในที่สุด ธามก็ยอมขยับตัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับเธอด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายขึ้น แต่คำพูดต่อมากลับทำให้พิมพ์ต้องอ้าปากค้าง "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าฮวงจุ้ยกับพลังงานบวกมันจะช่วยกู้โปรเจกต์นี้ได้จริง..." ธามก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของพิมพ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกาแฟพุ่งเข้าแตะจมูกจนพิมพ์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "...งั้นเรามาพนันกันไหมครับ?" ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนพิมพ์ต้องเอนตัวหนี แววตานิ่งสนิทคู่นั้นพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าพรุ่งนี้เราพรีเซนต์ผ่านฉลุยโดยไม่ต้องแก้งานตามที่คุณขอ... คุณต้องยอมยกเลิก 'พิธีบวงสรวงแม่ย่านางไซต์งาน' ที่คุณวางแผนจะจัดวันศุกร์นี้ แล้วไปดินเนอร์กับผมสองต่อสองเพื่อเป็นการขอโทษ" พิมพ์เบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ "แล้ว... แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ... เอ๊ย ชนะล่ะครับ!" ธามยิ้มมุมปาก ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงอย่างสง่างาม สายตาคมมองต่ำลงมาที่ร่างบางด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ถ้าคุณชนะ... ผมจะยอมให้คุณทุบผนังทิศตะวันออก แล้วเอาศาลพระภูมิไซส์มินิมาตั้งกลางห้องรับแขกของโครงการเลยครับ... ว่าไงล่ะครับ สาวน้อยสายมู กล้าพอไหม?" ก่อนที่พิมพ์จะได้ทันอ้าปากด่าหรือปฏิเสธข้อเสนอสุดกวนประสาทนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของจูน เพื่อนสนิทและคู่หูสายชงที่เปิดประตูเข้ามาหน้าตาตื่น ถือโทรศัพท์มือถือสั่นระริกไว้ในมือ "พิมพ์! แย่แล้วแก... ลูกค้าโทรมาหาฉันเมื่อกี้..." จูนหอบแฮก หน้าซีดเผือด "เขาบอกว่า... ขอเลื่อนเวลานشرพรีเซนต์จากพรุ่งนี้เช้า... ให้เป็น 'อีกสิบนาทีข้างหน้า' เพราะท่านประธานเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศกระทันหัน และอยากฟังพวกเราพรีเซนต์ตอนนี้เลย!" ธามหันขวับไปมองหน้าจูนทันที รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความตึงเครียดที่เข้ามาแทนที่ ในขณะที่พิมพ์ หน้าชาหนึบ สมองประมวลผลไม่ทันกับสถานการณ์กะทันหัน เธอหันขวับกลับมามองหน้าสถาปนิกมาดนิ่งที่ยืนอยู่ข้างกาย ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและ... ดินเนอร์สองต่อสอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาถึงตอนที่ 4 ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะอมยิ้มและใจเต้นไปกับความกวนของพ่อหนุ่มสถาปนิกและแม่สาวสายมูของเรานะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%