"คุณกำลังเอาความเชื่อส่วนบุคคล มาทำลายตรรกะทางวิศวกรรมโครงสร้างของผมอยู่รู้ตัวไหมครับ คุณพิมพ์"
น้ำเสียงของธามเรียบสนทนาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแววตากลับมีความระอาใจเจืออยู่จางๆ ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンตามแรงอารมณ์ เขากำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีแบบแปลนบ้านสามชั้นกางแผ่หลาอยู่ตรงกลาง ปากกาหมึกซึมในมือของเขาถูกวางลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ
พิมพ์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ความกลัวที่เคยมีต่อสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งคนนี้กลับถูกความดื้อรั้นตามประสาคนวงการสายมูเข้าครอบงำแทนที่ เธอสูดหายใจเข้าลึก 2 วินาที ก่อนจะตบโต๊ะป้าบเข้าให้จนกระดาษแปลนสั่นสะเทือน
"มันไม่ใช่แค่ความเชื่อค่ะ... เอ๊ย! ไม่ใช่แค่ความเชื่อนี่คะ... ไม่ใช่! หมายถึง มันไม่ใช่แค่เรื่องงมงายนะคุณธาม!" พิมพ์เกือบหลุดปากใช้คำลงท้ายผิดเพี้ยนไปหมดด้วยความลนลาน เธอรีบกระแอมไอแก้เขินแล้วปรับเสียงให้เข้มขึ้น "คุณดูนี่สิคะ... ตำแหน่งบันไดที่คุณวางไว้เนี่ย มันพุ่งตรงปะทะกับประตูหน้าบ้านพอดิบพอดีเป๊ะเลยนะ!"
"เขาเรียกว่าฟังก์ชันการใช้งานที่ต่อเนื่องและประหยัดพื้นที่ใช้สอยครับ" ธามสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตึงขึ้นเล็กน้อย "บ้านหลังนี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดโมเดิร์นลอฟท์ที่เน้นความโปร่งโล่ง และการไหลเวียนของอากาศ ไม่ใช่ค่ายกลแปดทิศที่คุณจะมาเอาฮวงจุ้ยยุคโบราณมาจับยัดใส่ได้ตามใจชอบ"
พิมพ์เบิกตากว้าง ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันนี้ปลิวหายไปในพริบตา เมื่อสัญชาตญาณบอกเธอทันทีว่า ปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่สถาปนิกมาดนิ่งคนนี้จะแบกรับไว้คนเดียวได้แน่ๆ ถ้าบ้านหลังนี้สร้างเสร็จตามแปลนนี้จริงๆ มีหวังเจ้าของบ้านที่เป็นซีอีโอสายมูตัวพ่อ ได้เฉดหัวพวกเขาทั้งคู่ตกงานแบบไม่ต้องผุดไม่ต้องเกิดกันพอดี
"คุณธามฟังฉันนะ..." พิมพ์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวลขึ้น เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากกว่าเดิม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมชาขาวลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว จนธามต้องเผลอชะงัก ถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง "ฉันไม่ได้มาป่วนงานคุณ... แต่ฉันไปเช็กดวงชะตาของลูกค้ามาแล้ว... เอ่อ หมายถึง ไปทำการบ้านพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้ามาแล้ว... ลูกค้ารายนี้เขาซีเรียสเรื่อง 'พลังงานชี่' มาก ถ้าบันไดตรงกับประตู เงินทองจะไหลเข้าแล้วไหลออกทันทีเหมือนน้ำป่าไหลหลาก... แล้วคุณคิดว่าถ้าโปรเจกต์นี้เจ๊ง... ใครจะซวยที่สุดคะ?"
ธามเงียบ เขามองหน้าหญิงสาวที่กำลังทำหน้าจริงจังราวกับกำลังกอบกู้โลก ดวงตากลมโตคู่นั้นใสกระจ่างจนสะท้อนภาพเงาของเขาลงไปได้อย่างชัดเจน สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยอ่อน เขายกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ
"คุณพิมพ์ครับ... นี่คือวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ไม่ใช่วิชาโหราศาสตร์พยากรณ์" ธามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อเห็นความตั้งใจจริงในแววตาของเธอ "แบบแปลนนี้ผ่านการคำนวณรับน้ำหนักมาอย่างแม่นยำทุกตารางมิลลิเมตร ถ้าผมขยับบันไดตามที่คุณบอก โครงสร้างเสาหลักของชั้นสองจะต้องรื้อทำใหม่หมด... ซึ่งมันหมายถึงงบประมาณที่บานปลายและเวลาที่เสียไปอีกเป็นเดือน"
"แต่ถ้าไม่ขยับ... ชีวิตคุณกับฉันอาจจะต้องไปนอนข้างถนนเพราะโดนฟ้องร้องค่าเสียหายนะคะคุณธาม!" พิมพ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอจริงจังเสียจนธามเผลอชะงักไป
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธามจ้องมองหน้าหญิงสาว นัยน์ตาสمสีเข้มของเขาฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง จริงอย่างที่เธอว่า... ถึงเขาจะมั่นใจในฝีมือการออกแบบแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้าปฏิเสธหัวชนฝา โปรเจกต์นี้ก็จบเห่ และชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาหลายปีก็คงพังทลายลงในพริบตา
"โอเค..." ธามยอมจำนนด้วยหลักเหตุและผลที่ผสมผสานความกลัวตกงานเข้าด้วยกันอย่างละครึ่ง "ไหน... ลองเสนอทางแก้ปัญหาตามหลัก 'ฮวงจุ้ย' ของคุณมาซิครับ... ว่าคุณจะจัดการกับบันไดเจ้าปัญานี้ยังไง โดยที่เสาหลักของผมไม่ต้องหักโค่นลงมา"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนมุมปากของสาวนักการตลาดทันที พิมพ์หยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้นราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เธอก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขาอีกครั้ง จนไหล่บางเกือบจะชนกับแขนแกร่งของสถาปนิกหนุ่มโดยไม่รู้ตัว
"ง่ายมากค่ะคุณธาม..." พิมพ์เริ่มอธิบายพร้อมกับลากเส้นลงบนกระดาษแปลนอย่างคล่องแคล่ว "เราไม่ต้องรื้อบันไดเลยค่ะ... แต่เราจะสร้าง 'ฉากกั้นกรอบไม้ระแนง' ตรงโถงทางเข้า เพื่อหักเหทิศทางของลมและพลังงาน ให้มันวนซ้ำในบ้านก่อนจะพุ่งออกประตู... แบบนี้ในทางฮวงจุ้ยเรียกว่า 'การกักเก็บทรัพย์' ส่วนในทางสถาปัตยกรรมของคุณ..."
พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับปลายคางของธามพอดี จนสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยนิ่งสงบมาร่วมหลายปี กลับเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"...มันก็คือการสร้างความเป็นส่วนตัวให้ห้องรับแขกไงคะ... จริงไหมคะคุณสถาปนิกมาดนิ่ง?" พิมพ์กระพริบตาปริบๆ ส่งยิ้มกวนประสาทให้เขา
ธามนิ่งงันไปชั่ววินาที เขามองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มันทั้งน่ารำคาญและ... น่ารักอย่างประหลาดในเวลาเดียวกัน สถาปนิกหนุ่มเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ก่อนจะกระแอมออกมาเบาๆ
"Erm... ก็นับว่า... ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ครับ" ธามยอมรับเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้เถียงกันต่อ เสียงข้อความแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธามก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *'Line!'*
ธามเหลือบมองหน้าจอเล็กน้อย ใบหล่อเหลาที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงเมื่อครู่ กลับพลันมืดครึ้มลงทันทีราวกับฟ้าฝนคะนองในฤดูร้อน ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่มือหนาจะรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาคว่ำหน้าลงอย่างรวดเร็วราวกับต้องการปกปิดความลับบางอย่าง
พิมพ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ท่าทางมีพิรุธแบบนั้นมันคืออะไรกัน?
"ใครส่งมาเหรอคะ? หน้าตาคุณดูเหมือนเพิ่งเจอผีตอนกลางวันแสกๆ เลยนะนั่น" พิมพ์ถามด้วยความสอดรู้สอดเห็นตามประสาคนอัธยาศัยดี
"ไม่มีอะไรครับ... เรื่องงานส่วนตัวนิดหน่อย" ธามตอบเสียงห้วน ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นกำแพงน้ำแข็งอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"แน่ใจเหรอคะ? หน้าคุณฟ้องมากเลยนะว่ากำลังมีความลับ..." พิมพ์หรี่ตาจับผิด เธอแกล้งเอื้อมมือไปคว้ามือถือเครื่องนั้น แต่มือไวของธามไวกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะโดนหน้าจอ
สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของสถาปนิกหนุ่มส่งผ่านผิวเนื้อของพิมพ์ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเรื่องงาน กลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่น
ธามก้มมองข้อมือเล็กในมือตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว ดวงตาคมกริบคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าที่พิมพ์จะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"อย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมเกินไปนักจะดีกว่านะครับ... คุณพิมพ์" ธามกระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่ม และใกล้ชิดจนเกินความจำเป็น
พิมพ์ใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เธออ้าปากจะเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ถูกดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรอรับอนุญาต
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย สวีทกันเบอร์นี้เลยเหรอแกรรร!"
เสียงแหลมใสของ **จูน** เพื่อนสนิทตัวดีของพิมพ์ดังลั่นห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแซวคู่หนุ่มสาวที่กำลังยืนจับมือกันแนบชิดคาโต๊ะทำงาน
พิมพ์สะดุ้งสุดตัว รีบสะบัดมือออกจากอุ้งมือของธามทันทีราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายขายขี้หน้า ส่วนธามก็รีบปล่อยมือแล้วก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเรียบนิ่งพยายามรักษาฟอร์มสุภาพบุรุษไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ใบหูที่แดงแจ๋ของเขากลับทรยศทุกคำพูด
และในวินาทีที่พิมพ์กำลังจะหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทปากมาก สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของธามที่ยังคงสว่างวาบคาอยู่บนโต๊ะ เนื่องจากเจ้าของเครื่องลืมกดล็อกหน้าจอสนิท
ข้อความแชตล่าสุดจากหน้าจอที่สะท้อนเข้าตาพิมพ์พอดี ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในทันที
*ข้อความจากใครบางคนระบุไว้ว่า:*
**"ธาม... พรุ่งนี้เรานัดกันเรื่องหย่า อย่าลืมนะคะ"**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะอมยิ้มและใจเต้นไปกับความกวนของพ่อหนุ่มสถาปนิกและแม่สาวสายมูของเรานะครับ!
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 3
ดวงชะตากับแบบแปลน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!