"ถ้าคุณธามยังยืนกรานจะรื้อผนังฝั่งทิศตะวันตกออกเพื่อทำกระจกบานเปลือยแบบนี้ มีหวังแผนกการตลาดของผมได้กลายเป็นปลากระป๋องรมควันรับแสงอาทิตย์ยามบ่ายแน่ๆ ครับคุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำของหัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นกาแฟดำจางๆ และความตึงเครียดที่สะสมมานานกว่าสามชั่วโมง นาทีกเข็มนาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาสี่ทุ่มสิบห้า พิมพ์ก้มมองกองเอกสารส케ตช์แบบแปลนสามมิติบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่แทบแยกไม่ออกระหว่างความง่วงงันกับอาการปวดขมับตุบๆ
ในฐานะนักการตลาดที่ต้องเข้ามานั่งประกบโปรเจกต์รีโนเวตตึกเก่าคู่นี้ร่วมกับทีมสถาปนิก เธอกลายเป็นตัวกลางที่ต้องคอยประสานรอยร้าวระหว่างความสวยงามเชิงศิลปะที่ธามยึดมั่น กับความใช้งานได้จริงที่ฝ่ายเธอกู่ร้องโหยหามาตลอดทั้งสัปดาห์
ธามในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อนในห้องประชุม เขายังคงนั่งนิ่งอยู่หลังแว่นสายตากรอบบาง นิ้วเรียวยาวเคาะปากกาเบาๆ ลงบนโต๊ะไม้สัก เป็นจังหวะเดียวกับความเงียบที่โรยตัวลงชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอผ่านเลนส์แว่น
"กระจกบานเปลือยที่ผมเลือกใช้ เป็นกระจกกรองแสงอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดครับคุณพิมพ์" ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มลึกจนคนฟังต้องตั้งใจฟัง "มันตัดความร้อนได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เปิดมุมมองให้เห็นสวนด้านนอกได้เต็มตา... ผมคิดว่าคนเราทำงานเครียดมาทั้งวัน อย่างน้อยก็น่าจะมีพื้นที่สีเขียวไว้ให้สายตาได้พักผ่อนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งอุด
อู้ในห้องสี่เหลี่ยมทึบๆ ที่มีแต่กลิ่นกระดาษเอกสาร"
"แต่นั่นมันหมายถึงงบประมาณที่บานปลาย และพวกเราต้องมานั่งเคลียร์ปัญหากับฝ่ายบัญชีจนหัวฟูนะครับคุณธาม" พิมพ์เถียงกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด เธอยกมือขึ้นขยี้หางตาเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว "อีกอย่าง... พื้นที่สีเขียวอะไรนั่นน่ะ ถ้าจะให้ดีจริง เอาศาลพระภูมิเจ้าที่มุมตึกคืนมาด้วยจะดีมากเลยนะคะ เอ๊ย... จะดีมากเลยครับ"
เธอเกือบหลุดสำพูดคุ้นเคยออกไปเสียแล้ว ดีที่ยั้งปากไว้ทัน แต่ท่าทางลนลานเล็กน้อยนั้นกลับทำให้มุมปากของสถาปนิกหนุ่มยกขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มบางเบาที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น จนคนมองเผลอชะงักไปชั่วขณะ
"เรื่องศาลพระภูธร... เอ๊ย ศาลพระภูมิของคุณ ผมคุยกับวิศวกรโครงสร้างให้แล้วครับ" ธามพูดด้วยน้ำเสียงเจือความขบขันจางๆ "เราจะย้ายไปไว้ใต้ร่มไม้ใหญ่ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นตำแหน่งฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดที่คุณจูนเพื่อนสนิทของคุณโทรศัพท์มาร่ายยาวใส่หูผมเมื่อตอนบ่ายแล้วครับ สบายใจได้... ทีมการตลาดจะไม่โดนผีหลอกตอนทำโอทีแน่นอน"
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บรรยากาศที่ตึงเครียดมาตลอดทั้งวันค่อยๆ คลายตัวลงอย่างช้าๆ จนกระทั่งผู้บริหารสั่งปิดการประชุม และทยอยเดินออกจากห้องไปทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เขากับเธอนั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารกองโต
ความเงียบสงบยามดึกโอบล้อมห้องประชุมเอาไว้ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ พิมพ์ฟุบหน้าลงกับท่อนแขนบนโต๊ะ ปิดเปลือกตาลงด้วยความอ่อนล้าที่ประเดประดอนเข้ามาพร้อมกัน สมองของเธอตื้อตันจนแทบคิดอะไรไม่ออก ร่างกายส่งสัญญาณเตือนว่าพลังงานได้หมดลงเกลี้ยงถังแล้ว
ธามมองร่างบางที่ฟุบหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไหลวนอยู่ในอก ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาใช้สร้างกำแพงป้องกันตัวเองมาตลอด กลับสั่นคลอนลงทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงคนนี้แสดงความเปราะบางออกมาให้เห็นตรงหน้า
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความรำคาญใจในตอนแรกที่มีสาวสายมูเตลูเข้ามาวุ่นวายกับแปลนสถาปัตยกรรมที่เขาบรรจงออกแบบอย่างประณีต กลายเป็นความคุ้นชิน... และลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะยอมรับกับตัวเอง
เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะยาวมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ เสื้อสูทสีเข้มถูกถอดพาดไว้ที่พนักพิง นัยน์ตาสคมจ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของพิมพ์ที่ดูผ่อนคลายลง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้ไหล่บางขยับขึ้นลงช้าๆ
ธามก้มตัวลงช้าๆ เพื่อจะหยิบเอกสารที่เธอกอดไว้แนบอกออก ทว่าปลายนิ้วของเขาดันไปแตะโดนหลังมือของเธอโดยบังเอิญ ความอุ่นซ่านที่ส่งผ่านผิวสัมผัสทำให้ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
มันไม่ใช่ความรู้สึกฉาบฉวย แต่มันคือความอบอุ่นประหลาดที่เข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างเปล่าในใจของสถาปนิกหนุ่มผู้โดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน
ธามตัดสินใจช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง พิมพ์ส่งเสียงครางอือในลำคอด้วยความงัวเงีย ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขาตามสัญชาตญาณความอบอุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ติดอยู่บนปลายผมของเธอโชยเข้าจมูก ทำให้หัวใจของสถาปนิกมาดนิ่งเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก
เขาก้าวเดินออกจากห้องประชุมมืดสลัว มุ่งหน้าไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวของสถาปนิกที่จัดเตรียมไว้ท้ายสำนักงาน วางร่างบางลงบนโซฟาหนังนุ่มอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหยิบผ้าห้างผืนเล็กมาคลุมให้ถึงหัวไหล่
ดวงตาคมเข้มทอดมองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา นิ้วเรียวเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกแก้วใสออกให้อย่างเบามือ กลัวเหลือเกินว่าเธอจะตื่นขึ้นมาแล้วทำลายโมเมนต์เปราะบางนี้ลง
"คุณนี่นะ... ทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องใส่ใจอยู่เรื่อยเลยนะครับ" ธามกระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่สลักอยู่บนใบหน้าคมคาย ทว่าในจังหวะที่เขาตั้งใจจะผละตัวลุกขึ้นยืน มือเรียวเล็กที่ควรจะหลับสนิท กลับคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่น่าจะเหลืออยู่
พิมพ์ลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตากลมโตฉายแววพร่ามัวจากความง่วงงัน แต่กลับสุกใสสะท้อนเงาของเขาไว้อย่างชัดเจน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินรดกันและกัน
"อย่าเพิ่งไป... ได้ไหมครับคุณธาม" พิมพ์เอ่ยเสียงแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังเผลอใช้คำลงท้ายเลียนแบบเขา และนั่นคือจุดที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับนิ่งค้างไปในทันที
ก่อนที่สติของทั้งสองคนจะหลุดลอยไปกับบรรยากาศอันตึงเครียดทางอารมณ์ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของธามก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบปราศจากชื่อผู้ติดต่อ แต่กลับโชว์ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตที่ส่งตรงเข้ามาขัดจังหวะ
*ธาม: "คุณลืมเอกสารแปลนชุดสุดท้ายไว้ที่โต๊ะประชุมนะ... พรุ่งนี้เช้าผมวางไว้ให้บนโต๊ะทำงานของคุณ"*
*พิมพ์ (พิมพ์ข้อความตอบกลับยาวเหยียดแล้วกดยกเลิกไม่ทัน): "ขอบคุณนะคะคุณธาม... จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เหนื่อยเพราะงานหรอกค่ะ แต่ฉันเหนื่อยที่ต้องคอยห้ามใจไม่ให้ชอบคุณต่างหากล่ะคะ..."*
ธามก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอส่งอะไรออกไป!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 12 นี้ด้วยนะครับ!
สายลมแผ่วเบา
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 12
ประชุมที่ยาวนาน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!