เอกสารสัญญาสามฉบับถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่ก็มากพอที่จะทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้กำลังจดจ่ออยู่กับเส้นสายในหน้าจอไอแพดต้องเงยหน้าขึ้นมาด้วยความงุนงง
ธามถอดแว่นสายตาออกช้าๆ ปรายตามองเพื่อนร่วมงานสาวรุ่นน้องที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่
"คุณธามครับ นี่สมองส่วนไหนประมวลผลออกมาว่าไซต์งานแถวถนนอโศกกับลาดพร้าว ในวันเดียวกัน ช่วงเวลาห่างกันแค่สองชั่วโมง คือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนอย่างฉันควรไปตรวจพร้อมกันโดยไม่ต้องแยกร่างครับ"
พิมพ์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหลืออด เอกสารในมือเธอสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความโมโหล้วนๆ ยัยจูนเพื่อนสนิทตัวดีส่งข้อความมาขยี้ซ้ำในไลน์ว่า *'สู้เขายัยพิมพ์ โอกาสทองในการตรวจดวงชะตาสมพงศ์กับพี่ธามเขามาถึงแล้ว!'* สมพงศ์บ้าบออะไรล่ะ นี่มันการใช้แรงงานทาสชัดๆ
ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนثرความกวนประสาทที่เจ้าตัวมักซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
"อ้าว ก็นึกว่าคุณพิมพ์ชอบความท้าทาย เห็นช่วงนี้อินกับการทำนายทักทายดวงชะตา การเดินทางไปสองสถานที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน อาจจะเป็นการแก้เคล็ด 'ราหูอมจันทร์' ของคุณพอดีก็ได้นะครับ" ธามเอ่ยน้ำเนือยๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววหยหยันที่ทำเอาเลือดในกายของพิมพ์สูบฉีดจนหน้าดำหน้าแดง
"นี่คุณ! อย่ามาเอาเรื่องความเชื่อฉันมาล้อเล่นนะ!" พิมพ์ชี้หน้าคาดโทษ "แล้วอีกอย่าง นี่มันไม่ใช่คำสั่งของบริษัท นี่มันคือแผนชั่วร้ายที่คุณจูนกับคุณร่วมมือกันใช่ไหม ยอมรับมาซะดีๆ"
ธามวางปากกาในมือลง ขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้เธอยังคงคอนเซปต์สาวออฟฟิศสายมูเตลู กำไลหินสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์ที่ข้อมือขวา กับสร้อยคอจี้รูปดวงตาปีศาจกันภัย น่าแปลก... ทั้งที่เธอบ่นเก่งและวุ่นวายเสียยิ่งกว่าวิทยุตามสาย แต่ทุกครั้งที่เธอเข้ามาโวยวายในห้องทำงานของเขา พื้นที่ที่เคยเงียบเหงาจนน่าอึดอัดกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด
"ผมไม่ได้ร่วมมืออะไรกับเพื่อนคุณทั้งนั้นครับ..." ธามทอดเสียงนุ่ม แววตาไหววับชั่วขณะก่อนจะปรับเป็นปกติ "เพียงแต่... ทางหน้างานโทรมาแจ้งด่วนว่า เกิดปัญหาระหว่างโครงสร้างเหล็กกับแนวท่อระบบไฟที่หน้างานอโศก ซึ่งถ้าผมไปคนเดียว ช่างเหมาอาจจะโกงหน้างานได้เพราะผมไม่มีพยานรู้เห็น... และบังเอิญว่าคุณคือผู้ดูแลฝ่ายประสานงานลูกค้าโดยตรง คุณคิดว่าคุณควรปฏิเสธหน้าที่นี้เหรอครับ คุณพิมพ์"
พิมพ์อ้าปากค้าง เถียงไม่ออก เธอกะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วกำลังประมวลผลข้ออ้างของเขา จริงอยู่... ในฐานะคนประสานงาน เธอก็มีหน้าที่ต้องรู้เรื่องหน้างานเหมือนกัน แต่ทำไมลางสังหรณ์สายมูของเธอถึงกรีดร้องดังลั่นว่า ตาบ้านี่กำลังวางหลุมพรางบางอย่างรออยู่
"ก็ได้! ไปก็ไป!" พิมพ์สะบัดหน้าหนี "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าไปถึงแล้วไม่มีอะไรอย่างที่คุณว่า ฉันจะฟ้องคุณข้อหาทรมานพนักงานหญิงผู้บอบบาง!"
"พนักงานผู้บอบบาง..." ธามทวนคำนั้นเบาๆ ในลำคอ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่เล็ดลอดออกมา "ครับ... เดี๋ยวผมจะขับรถพาไป 'ทรมาน' เอ้ย ไปตรวจหน้างานด้วยความนุ่มนวลที่สุดก็แล้วกันนะครับ"
รถยนต์คันหรูสีดำสนิทเคลื่อนตัวฝ่าการจราจรที่ติดขัดของกรุงเทพมหานคร บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลอเคล้าไปกับเสียงเครื่องยนต์ ธามขับรถนิ่งและมั่นคง มือหนาจับพวงมาลัยด้วยท่าทางที่ดูเป็นธรรมชาติและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ จนพิมพ์ที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ต้องแอบลอบมองเขาผ่านกระจกมองข้างอยู่หลายครั้ง
*ให้ตายสี่... ผู้ชายอะไร ขับรถเฉยๆ ทำไมต้องดูเท่ขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย* พิมพ์แอบบ่นในใจ พยายามเบนสายตาออกไปมองวิวข้างทางเพื่อสงบสติอารมณ์
"มองขนาดนี้ ผมขับเลยทางด่วนไปแล้วนะครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาพิมพ์สะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับมามองตรงหน้าทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
"ใครมองคุณกัน! ฉันแค่ดูป้ายบอกทางต่างหาก เลอะเทอะใหญ่แล้วคุณเนี่ย"
ธามเหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกขัน เขารู้ดีว่าเธอไม่ได้ดูป้ายทางหลวงหรอก แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาเพื่อไว้หน้าแม่สาวปากแข็งคนนี้บ้าง
ผ่านไปเกือบชั่วโมง ทั้งคู่ก็มาถึงไซต์งานก่อสร้างย่านอโศก ฝุ่นละอองและเสียงเครื่องจักรดังระงม ธามหยิบนิรภัยสีขาวขึ้นมาสวมให้ตัวเอง ก่อนจะหันมาหยิบอีกใบยื่นให้กับพิมพ์
"ใส่ด้วยครับ ตรงนี้อันตราย" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเคร่งขรึม สมกับบทบาทสถาปนิกผู้ควบคุมงาน
พิมพ์รับหมวกมาสวมอย่างเก้ๆ กังๆ ธามเห็นดังนั้นจึงโน้มตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว มือหนาเอื้อมมาช่วยปรับสายรัดใต้คางให้กระชับ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอใกล้เสียจนพิมพ์ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุคลิกสะอาดสะอ้าน หัวใจเจ้ากรรมดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด
"อะ... เอ่อ ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย! ขอบคุณครับ!" พิมพ์เผลอหลุดปากพูดคำลงท้ายติดปากออกไปจนเกือบจะตบปากตัวเองไม่ทัน
ธามชะงักไปนิดเมื่อได้ยินสรรพนามที่เธอกลอบเกลื่อน ดวงตาคมคู่สวยมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ... 'ค่ะ' อย่างนั้นเหรอครับ?" ธามแกล้งทวนคำด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
"เปล่าสักหน่อย! หูฝาดแล้วคุณธาม!" พิมพ์รีบผลักอกแกร่งออกเบาๆ แล้วก้าวเท้าเดินหนีเข้าไปในไซต์งานทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
การตรวจหน้างานผ่านไปอย่างราบรื่นกว่าที่คิด ปัญหาเรื่องท่อระบบไฟถูกแก้ไขด้วยการตัดสินใจที่เฉียบขาดและแม่นยำของธาม พิมพ์ยืนมองสถาปนิกหนุ่มกำลังอธิบายรายละเอียดให้ผู้รับเหมาฟังด้วยความรู้สึกชื่นชมลึกๆ ผู้ชายคนนี้เวลาทำงานมีเสน่ห์จนน่ากลัวจริงๆ เค้าไม่ได้มีดีแค่ความกวนประสาทอย่างเดียว แต่ความสามารถและความรับผิดชอบของเขามันแพรพราวเสียจนคนมองละสายตาไม่ได้เลย
หลังจากเสร็จงานแรก ทั้งคู่ก็ต้องเดินทางต่อไปยังไซต์งานที่สองแถวลาดพร้าว แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่คือฝนที่เริ่มตั้งเค้าคำรามและตกลงมาอย่างหนักหน่วงจนการจราจรกลายเป็นอัมพาต
รถของธามติดแหง็กอยู่บนถนนสายหลัก ขยับไม่ได้แม้แต่เซนติเมตรเดียว
"แย่ชะมัด วันนี้ฤกษ์ไม่ดีเลยจริงๆ" พิมพ์บ่นพึมพำ พลางเปิดโทรศัพท์มือถือดูดวงรายวันของตัวเอง "ดาวมฤตยูทับลัคนาชัดๆ ถึงได้ติดแหง็กอยู่ตรงนี้"
ธามหัวเราะในลำคอ ปิดไฟเลี้ยวแล้วดึงเบรกมือ ก่อนจะหันมามองคนข้างๆ ที่กำลังนั่งทำหน้ามุ่ย
"เลิกโทษดวงสักวันเถอะครับ ลองโทษรถติดเพราะฝนตกดูบ้าง"
"มันไม่เหมือนกันนะคุณธาม ดวงน่ะคือสัจธรรมของจักรวาล..." พิมพ์หันมาเถียงคอเอียงกระเท่เร่ แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อหันไปพบว่าใบหน้าของธามอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียวตอนที่เขาเอื้อมตัวมาหยิบขวดน้ำในช่องเก็บของข้างประตู
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ภายในรถ กลิ่นอายความอบอุ่นเจือจางท่ามกลางเสียงฝนที่กระทบหลังคารถดังซ่าๆ ธามไม่ได้ถอยตัวกลับ เขายังคงค้างท่าเดิม ดวงตาคมคายจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของพิมพ์ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ มันไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความตึงเครียดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"พิมพ์..."
เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอห้วนๆ ไม่มีคำว่า 'คุณ' นำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและจริงจังจนพิมพ์เผลอกลั้นหายใจ
"อะ... อะไรคะ... เอ๊ย อะไรครับ" พิมพ์เสียงสั่นระรื้อ พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกปลายนิ้วอุ่นๆ ของธามแตะเบาๆ ที่คางบังคับให้หันกลับมาสบตา
"ผมไม่ได้เชื่อเรื่องดวงหรอกนะ..." ธามกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "แต่ผมเชื่อว่า... การที่ผมต้องมาติดฝนอยู่กับคุณในรถคันนี้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
พิมพ์สมองตื้อตัน หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก คำพูดกวนประสาทหายไปไหนหมดไม่รู้ รู้สึกเพียงแค่ว่าผู้ชายมาดนิ่งคนนี้กำลังขโมยวิญญาณเธอไปทีละน้อย
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธามก็ดังขึ้น *'ติ๊ง'* ทำลายความเงียบและดึงสติของเขาทั้งคู่กลับมา
ธามผละตัวออกช้าๆ อย่างเสียดาย เขาก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจระคนเคร่งเครียดทันทีที่เห็นชื่อผู้ส่ง
พิมพ์แอบชะโงกหน้ามองตามสัญชาตญาณ หน้าจอแสดงข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน—เบอร์โทรศัพท์และชื่อของ **'น้ำเหนือ'** อดีคนคู่หมั้นเก่าของธามที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อน และเป็นปมในใจที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้
ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอทำเอาบรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่เย็นเฉียบลงในพริบตา:
*[ธาม... ฉันกลับมาแล้ว เราต้องคุยกันเรื่องของเรา]*
ธามนิ่งงัน นิ้วที่ถือโทรศัพท์สั่นน้อยๆ ดวงตาคมกริบมองข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกผิด ความโกรธ และความทรงจำที่พยายามฝังกลบมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาในเสี้ยววินาที
---
**[เชิงอรรถนักเขียนจากสายลมแผ่วเบา]**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 13 นี้ด้วยนะครับ!
สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 13
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!