สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 7

ความลับใต้โต๊ะทำงาน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"คุณธามครับ โพสต์อิทสีชมพูเรืองแสงรูปแมวกวักห้าสิบแผ่นบนหน้าจอผม... มันคืออะไรครับ" เสียงทุ้มต่ำของน้องฝึกงานแผนกกราฟิกดังลอดผ่านฉากกั้นกระจกฝ้าเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม แต่อารมณ์ของผมในวินาทีนี้ไม่ได้อยู่ที่งานออกแบบโครงสร้างเหล็กของโครงการคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลยแม้แต่น้อย สายตาของผมถูกดึงดูดให้จ้องมองไปยังโต๊ะทำงานของ 'พิมพ์' สาวนักการตลาดโต๊ะข้างๆ ที่ตอนนี้เจ้าตัวไม่อยู่ ลุกออกไปซื้อกาแฟลาเต้เย็นหวานน้อยตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ทิ้งไว้เพียงสมุดบันทึกปกหนังสีพาสเทลกับกองเอกสารที่สูงจนน่าสงสัยว่าเธอแอบสร้างตึกระฟ้าขนาดย่อมไว้บนนั้นหรือเปล่า ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามสไตล์สถาปนิกมาดนิ่งที่ลูกน้องเกรงกลัว แต่ในใจกลับมีความสงสัยระดับสิบกิกะไบต์กำลังวิ่งพล่าน ตั้งแต่พิมพ์ย้ายโต๊ะมาอยู่ใกล้ผมเมื่อสองสัปดาห์ก่อน โต๊ะทำงานของเธอก็ค่อยๆ กลายสภาพเป็นสำนักย่อยของเจ้าแม่กวนอิมผสมกับพิพิธภัณฑ์เครื่องรางของขลัง มีทั้งยันต์สาริกาลิ้นทอง ธูปมงคลกลิ่นวานิลลา และหินนำโชคสารพัดสีที่ผมเคยเผลอไปปัดตกจนเกือบเกิดสงครามขนาดย่อมมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ผมสะกิดใจไม่ใช่เรื่องสายมูเตลูที่เธอศรัทธาจนขึ้นสมองหรอกครับ... มันคือพฤติกรรมการ 'ซ่อน' บางอย่าง เมื่อวานนี้ ตอนที่ผมเดินถือแฟ้มแบบแปลนไปให้เธอเซ็นอนุมัติแคมเปญการตลาด พิมพ์สะดุ้งสุดตัวจนทำปากกาตกพื้น รีบปัดสมุดบันทึกเล่มหนาปิดลงทันทีก่อนที่ผมจะทันได้กวาดสายตาไปเห็นข้อความข้างใน แววตาตื่นตระหนกของเธอยังติดตาผมอยู่จนถึงตอนนี้ เหมือนเด็กน้อยที่ถูกจับได้ว่าแอบซ่อนการบ้านที่ยังไม่ได้ทำไว้ใต้หมอน กองเอกสารและสมุดโน้ตนับส่มเล่มที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะของเธอมันดูหนาผิดปกติสำหรับพนักงานการตลาดทั่วไป... หรือเธอไม่ได้วางแผนงานการตลาดอย่างเดียว? เธอแอบทำบัญชีดำรายชื่อสถาปนิกปากเสียอย่างผมไว้ประณามหยหยามหรือเปล่า หรือว่าเธอแอบจดสูตรทำเสน่ห์ใส่ผมกันแน่! ความคิดฟุ้งซ่านถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่คุ้นเคย ผมรีบถอยกลับมานั่งประจำที่ ทำทีเป็นก้มหน้าตรวจแบบแปลนโครงสร้างคานคอนกรีตอย่างตั้งอกตั้งใจ เสียงเปิดประตูกระจกพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วผสมกลิ่นวานิลลาลอยมาแตะจมูก พิมพ์เดินฮัมเพลงเข้ามาอย่างอารมณ์ดีในชุดเดรสทำงานสีครีมละมุนตา แต่พอเธอเห็นผมนั่งอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของเธอโดยไม่มีเหตุผล รอยยิ้มบนใบหน้าก็ชะงักกึกทันที "อ้าว... คุณธาม มีอะไรรึเปล่าคะ เอ๊ย มีอะไรหรือเปล่าครับ!" พิมพ์แก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามหลุดโลกออกมา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มือข้างที่ถือแก้วกาแฟกำหลอดแน่นจนข้อนفانขาว ผมเงยหน้าขึ้นจากกระดาษเขียนแบบ ถอดแว่นสายตาออกช้าๆ ใช้สายตานิ่งสนิทมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยมาตรส่วนของสถาปนิกผู้รอบคอบ "ผมแค่วัดระยะพื้นที่ทางเดินระหว่างโต๊ะทำงานครับคุณพิมพ์ มันกินพื้นที่เกินเส้นแบ่งเขตมาร่วมสามเซนติเมตรแล้วนะ" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยตามนิสัยที่ชอบแกล้งให้เธอหัวเสีย พิมพ์ทำหน้ายู่ทันที ปากเรียวเล็กยื่นออกมาอย่างขัดใจตามประสาคนขี้โวยวายแต่สู้ผมไม่ค่อยจะไหว "สามเซนติเมตรเองนะคะคุณธาม! เผื่อแผ่กันหน่อยไม่ได้หรือไงคะ โต๊ะคุณนี่แทบจะโล่งเตียนเหมือนห้องสืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมอยู่แล้ว ไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย" เธอบ่นกระพอดกระแปด พร้อมกับวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังปั้ง แล้วรีบพุ่งตัวไปคว้าสมุดบันทึกเล่มหนาที่ผมแอบเล็งไว้เมื่อครู่มาซุกไว้ใต้กองเอกสารทันที ท่าทางมีพิรุธแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่มีหักแม้แต่คะแนนเดียว "โต๊ะโล่งๆ เขาเรียกว่า minimalist ครับคุณพิมพ์ ไม่ใช่ห้องสอบสวน... ว่าแต่" ผมเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างใช้ความคิด "สมุดเล่มนั้นของคุณพิมพ์เนี่ย หนาปึ้กยิ่งกว่าคัมภีร์พระไตรปิฎกเสียอีก เก็บอะไรไว้ข้างในเยอะแยะครับ? หรือว่าแอบวาดรูปประจานผมลงไปทุกหน้า?" หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อยเมื่อเห็นเลือดฝาดพุ่งขึ้นมาแต้มบนพวงแก้มเนียนใสของเธออย่างรวดเร็ว พิมพ์หน้าแดงก่ำ ลนลานจนเกือบทำแฟ้มเอกสารคว่ำ "บ้าเหรอคะ! ใครจะไปว่างวาดรูปคุณกัน... หน้าตาอย่างคุณธาม เสียเวลาหมึกปากกาเปล่าๆ ค่ะ!" เธอเถียงเสียงดังกลบเกลื่อน แต่หลบตาผมโดยการก้มหน้าก้มตาจัดกระดาษบนโต๊ะรัวๆ "ถ้าไม่มีอะไรเสียหาย งั้นผมขอดูหน่อยสิครับ" ผมแกล้งทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดเล่มนั้น "ห้ามมองนะคะ!" พิมพ์ร้องลั่น พุ่งตัวเอาสองมือมาปัดมือผมออกอย่างลืมตัว แรงปะทะทำให้กระดาษในมือของเธอปลิวว่อนกระจายลงมาบนพื้นห้องทำงาน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราชั่วขณะหนึ่ง เราสองคนก้มลงมองกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวมาตกอยู่แทบเท้าผม เป็นกระดาษโน้ตโพสต์อิทสีชมพูอ่อนที่มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยปากกาหมึกสีดำข้อความบางอย่างที่ทำให้ผมต้องชะביК ผมย่อตัวลง หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว พิมพ์หน้าซีดเผือด รีบพุ่งเข้ามาแย่งคืนแต่ผมไวกว่า ชูแขนขึ้นสูงจนคนตัวเล็กกว่าเอื้อมไม่ถึง สายตาคมกริบของผมกวาดอ่านข้อความสั้นๆ บนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็ว— * 'วิธีรับมือกับสถาปนิกหน้าดุ (ฉบับพิมพ์นิยม): ข้อ 1. ห้ามเถียงตอนเขาใส่แว่นทรงเหลี่ยม ข้อ 2. ถ้าเขาทำหน้าดุใส่ ให้แอบซื้อกาแฟลาเต้หวานน้อยมาวางล่อไว้ และข้อ 3... (ขีดฆ่าทับข้อความยาวเหยียดด้วยปากกาเน้นข้อความสีส้มหนาเตอะจนอ่านไม่รู้เรื่อง)'* ผมลดมือลง ชำเลืองมองหญิงสาวที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าคุดคู้ ไหล่ลู่ลงอย่างคนจนมุม ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ความเงียบที่โรยตัวอยู่รอบตัวเราไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป กลับมีบรรยากาศความอบอุ่นบางเบาซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มมุมปากที่ผมพยายามกลั้นไว้ไม่ให้หลุดขำออกมา "อ๋อ..." ผมลากเสียงยาวในลำคอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจให้มีเลศนัย "ที่แท้ก็มีคู่มือลับไว้รับมือผมเองหรอกเหรอครับคุณพิมพ์... ไหนลองบอกผมหน่อยสิครับว่า ข้อสามที่โดนขีดฆ่าไปน่ะ มันเขียนว่าอะไรกันแน่?" พิมพ์เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองผมด้วยความเคืองปนเขินอาย เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีราวกับกำลังชั่งใจระหว่างจะวิ่งหนีออกนอกห้องหรือจะต่อสู้ต่อดี แต่ก่อนที่ผมจะได้คำตอบ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของผมก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศตึงเครียดแต่ชวนใจเต้น *ping!* ผมก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ ปรากฏข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ที่ส่งตรงมาจากหน้าจอของพิมพ์เอง ซึ่งเผลอกดส่งผิดหน้าต่างแชตมาเข้าเครื่องผมพอดีเป๊ะ **[พิมพ์: ส่งรูปภาพ - "ภาพถ่ายหน้าจอ: รายการเครื่องรางแก้ชง และ...ภาพถ่ายแอบถ่ายคุณธามตอนเผลอยิ้ม"]** และวินาทีถัดมา ข้อความปฏิเสธการส่งก็เด้งขึ้นตามมาติดๆ แต่ไม่ทันเสียแล้วครับ... เพราะผมกดเปิดดูรูปนั้นเต็มตาเรียบร้อยแล้ว พิมพ์เบิกตากว้างจนแทบถลน ร้อง "กรี๊ด" เบาๆ ในลำคอ แล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ เอาสองมือปิดหน้าตัวเองแน่นด้วยความอับอายขายหน้าขั้นสุด ผมยืนมองภาพถ่ายของตัวเองบนหน้าจอโทรศัพท์ ที่ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจโพสท่า แต่รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากในรูปนั้น... มันก็ชัดเจนเสียจนปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผมไม่ได้รำคาญเธออย่างที่ปากพูดสักนิดเดียว รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าของผมอย่างห้ามไม่อยู่ ผมก้าวเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่กำลังขดตัวอยู่กับพื้น ย่อตัวลงช้าๆ จนสายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเธอ "รูปนี้..." ผมกระซิบเสียงนุ่มทุ้มชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม "ถ่ายออกมาดูดีใช้ได้เลยนะครับคุณพิมพ์... ว่าแต่ ในอัลบั้มส่วนตัวของคุณ มีรูปผมแอบซงแอบซ่อนไว้อีกกี่รูปกันแน่ หืม?" พิมพ์เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริก แก้มแดงแจ๋ราวกับลูกมะเขือเทศสุก สติสตังของเธอกระเจิดกระเจิงจนแทบจะหาทางกลับบ้านไม่ถูกแล้วในวินาทีนั้น แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่แสนเงียบงันและหัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมานอกอก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของผมก็สั่นครืดคราดขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่พอสายตาปะทะเข้ากับชื่อและเบอร์โทรที่แสดงอยู่บนหน้าจอ—รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของผมก็หายวับไปกับตา กลายเป็นความเย็นชาที่เข้ามาแทนที่ทันที พิมพ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของผม เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนตาม ช้อนสายตาถามด้วยความกังวล "คุณธาม... ใครโทรมาเหรอคะ หน้าตาคุณดู..." ผมกดรับสายโดยไม่ละสายตาจากเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกรอกลงไปในAสายด้วยความเยือกเย็นผิดปกติ "สวัสดีครับ... แม่?" * * * ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางมาเปิดโปงความลับใต้โต๊ะทำงานไปกับพ่อหนุ่มสถาปนิกและแม่สาวสายมูของเราในตอนที่ 7 นี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%