สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 24

โปรเจกต์ล่มกลางคัน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่สิบของบ่ายวันนั้น ไม่ใช่เสียงของพิมพ์ที่มักจะบ่นเรื่องดวงตกหรือราศีวิปริต แต่เป็นเสียงของธาม สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว นิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดปลายดินสอออกแบบเส้นสายโครงสร้างอย่างมั่น มั่นคง ตอนนี้กลับกำลังกดคลึงขมับตัวเองเบาๆ หน้าจอแท็บเล็ตในมือแสดงภาพจำลองสามมิติของคาเฟ่สไตล์มินิมอลที่กำลังจะพังทลายลงในกระดาษ "หมายความว่ายังไงครับคุณเก่ง เสาหลักโซนรับรองแขกมันร้าวทั้งที่เพิ่งเทปูนไปไม่ถึงสัปดาห์เนี่ยนะ" ธามกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำพุเสียงที่เรียบสนทนาราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนฟ้องชัดว่าความอดทนของเขากำลังเดินทางมาถึงเส้นตาย พิมพ์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะโซฟาอีกมุมของห้องทำงานชั่วคราวหน้าไซต์งาน ถึงกับต้องวางกองกระดาษคำทำนายไพ่ยิปซีในมือลงทันที ดวงตากลมโตมองแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนตึงเครียดอยู่ริมหน้าต่างกระจกใส บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบเสียจนเธอรู้สึกได้ถึงไอความหนาวที่แผ่ออกมา แม้ภายนอกแดดข้างนอกจะร้อนระอุขนาดไหนก็ตาม "เกิดอะไรขึ้นเหรอคุณธาม หน้าเครียดเชียว หน้าผากจะย่นเป็นแผนที่ประเทศไทยอยู่แล้วนะ" พิมพ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงพยายามผ่อนคลาย แม้ในใจจะเริ่มเต้นระรัวเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม ธามลดโทรศัพท์ลง ช้าๆ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาว แววตาคู่นั้นไม่มีความขี้เล่นหรือมาดกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความกังวลระคนความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้ "โปรเจกต์มินิมอลคาเฟ่... มีปัญหาใหญ่แล้วครับพิมพ์ โครงสร้างฐานรากส่วนหน้าทรุดตัวลงเพราะชั้นดินข้างเคียงสไลด์ตัวจากฝนตกหนักเมื่อคืน วิศวกรบอกว่าเราต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด" คำว่า 'รื้อทำใหม่ทั้งหมด' ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางอกของคนเป็นนักการตลาดอย่างพิมพ์ งานเปิดตัวที่ถูกวางกำหนดการไว้อย่างกระชั้นชิด เอกสารสัญญา งบประมาณมหาศาล และความคาดหวังของลูกค้า กำลังจะพังครืนลงมาในพริบตาเดียว "รื้อใหม่? คุณพูดเล่นใช่ไหมเนี่ย... แล้วกำหนดการส่งมอบเดือนหน้าล่ะคะ... เอ้ย ลืมตัว พูดครับสิ!" พิมพ์เผลออุทานเสียงหลงด้วยความตกใจจนลืมตัว เผลอใช้คำติดปากออกไป แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขัดแบบนี้ ธามไม่มีอารมณ์จะมาแซวเรื่องสรรพนามของเธอเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าโซฟาที่เธอนั่ง เพื่อให้ระดับสายตาเราเสมอกัน มือหนายื่นออกไปหมายจะกุมมือบางที่กำลังประสานกันแน่นด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศก่อนจะเปลี่ยนเป็นวางลงบนพนักพิงเบาะแทน เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมตามวิสัยสุภาพบุรุษ "ตั้งสติก่อนนะครับพิมพ์..." น้ำเสียงนุ่มทุบลงกลางความว้าวุ่นในใจเธอ "ผมอยู่ตรงนี้แล้ว งานนี้เป็นความรับผิดชอบของผมในฐานะสถาปนิกหลัก ผมจะไม่ยอมให้มันล่มคามือเด็ดขาด" คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้น ทำให้หัวใจที่กำลังเต้นระส่ำของพิมพ์ค่อยๆ สงบลงอย่างน่าประหลาด เธอเงยหน้าสบตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความกลัวการเปลี่ยนแปลงกะทันหันที่ฝังรากลึกอยู่ในใจเธอถูกบรรเทาลงด้วยความอบอุ่นจากแววตาคู่นั้น "แต่มันไม่ใช่ความผิดของคุณนี่คะ... เอ๊ย ของคุณสักหน่อย ฝนมันตกหนักเกินการคาดการณ์ต่างหาก อีกอย่าง... เราเพิ่งไปทำพิธีบวงสรวงที่ไซต์งานมาเองนะ ทำไมถึงยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ หรือฉันดูฤกษ์วันนั้นพลาดไปจริงๆ" พิมพ์เริ่มโทษตัวเอง สมองน้อยๆ เริ่มประมวลผลเรื่องดวงชะตาและฮวงจุ้ยความซวยทันที ธามถอนหายใจออกมาเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างจนปัญญา กับผู้หญิงคนนี้ ต่อให้สถานการณ์จะวิกฤตแค่ไหน เธอก็ยังไม่วายดึงเรื่องมูเตลูเข้ามาเกี่ยวข้องจนได้สินะ "ไม่ต้องไปโทษดวงหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรอกครับพิมพ์ โลกใบนี้มันขับเคลื่อนด้วยฟิสิกส์และวิศวกรรม ไม่ใช่เพราะเราไหว้ศาลพระภูมิผิดทิศหรอก" ธามเอ่ยแซويด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด "แต่ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น... เดี๋ยวผมจะยอมเป็นคนจุดธูปขอขมาเจ้าที่ใหม่อีกรอบด้วยตัวเองเลย ดีไหมครับ?" พิมพ์ค้อนขวับให้เขาเบาๆ ทั้งที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความเครียดสะสม "นี่ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะคุณธาม ฉันเครียดจนกินข้าวไม่ลงแล้วเนี่ย หน้าตาสวยๆ ของฉันจะเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรก็เพราะโปรเจกต์นี้นี่แหละ" "งั้นถ้าแก้ปัญหาเสร็จ... ผมพาไปกินของอร่อยๆ เติมคอลลาเจนให้หน้าเด็กเหมือนเดิม ดีไหมครับ?" ธามเสนอข้อแลกเปลี่ยนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาพราวระยับที่ซ่อนความห่วงใยไว้มิดชิด "สัญญาเลยว่าเลี้ยงไม่อั้น" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความอบอุ่นหัวใจ เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของธามก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ สถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอ เป็นสายตรงจาก "ท่านประธานบริษัท" ผู้ลงทุนรายใหญ่ของโปรเจกต์นี้ ธามกดรับสายและเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที เพื่อให้พิมพ์ได้ฟังไปด้วยกัน "ว่ายังไงบ้างครับท่าน... เรื่องโครงสร้างที่เสียหาย ผมกำลังจัดการ..." (ไม่ต้องพูดเรื่องนั้นแล้วคุณธาม!) เสียงปลายสายตัดบทด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและร้อนรน (ทางเราเพิ่งได้รับจดหมายร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้านรอบพื้นที่ก่อสร้าง พวกเขารวมตัวกันคัดค้านแบบแปลนส่วนต่อขยายด้านหลัง เพราะอ้างว่ามันบังทิศทางลมและรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ! ตอนนี้เทศบาลสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราวแล้ว!) นิ้วมือของธามที่ถือโทรศัพท์อยู่เกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว พิมพ์ที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ถึงกับหน้าถอดสี ข่าวร้ายซ้อนข่าวร้าย โครงสร้างร้าวว่าหนักแล้ว การถูกระงับใบอนุญาตจากเทศบาลและชุมชนคัดค้าน คือฝันร้ายขั้นสุดของสถาปนิกและนักการตลาด (ถ้าภายในสามวันพวกคุณเคลียร์ปัญหากับชาวบ้านและแก้แบบไม่ได้... โปรเจกต์นี้ถือเป็นอันยกเลิกถาวร!) ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่ากลัวปกคลุมไปทั่วห้องทำงานชั่วคราว กลิ่นอายของความล้มเหลวคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ พิมพ์หันไปมองหน้าธามด้วยความตกใจและเป็นห่วงจับใจ เธอรู้ดีว่าโปรเจกต์นี้มีความหมายต่อเขามากแค่ไหน มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่เป็นโปรเจกต์กู้ชื่อเสียงของเขาหลังจากถูกบริษัทเก่าหักหลัง "คุณธาม..." พิมพ์เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ยื่นมือออกไปหมายจะแตะแขนเพื่อปลอบประโลม แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสโดนตัวเขา ธามก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างกะทันหัน แผ่นหลังกว้างหันหลังให้เธอ ใบหน้าคมคายภายใต้แสงไฟยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาดูโดดเดี่ยวและแบกรับภาระหนักอึ้งเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งจะรับไหว บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นชาจนพิมพ์ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำพูดใดออกมาอีก ธามหันกลับมามองเธอช้าๆ แววตาคู่นั้นว่างเปล่าจนน่าใจหาย ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท ไม่มีคำพูดปลอบโยน มีเพียงประโยคสั้นๆ ที่ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย "กลับกันเถอะครับพิมพ์... เราไม่มีเวลาเหลือให้เศร้าแล้ว" ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าเอกสารขึ้นมาสะพายไหล่โดยไม่รอฟังคำตอบ เดินนำออกไปจากห้องปล่อยให้พิมพ์นั่งเคว้งคว้างอยู่ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มคืบคลานเข้ามาพร้อมกับเงื่อนไขเวลาสามวันที่แขวนชีวิตการทำงานของพวกเขาไว้บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับตัวอักษรเหล่านี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%