สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู•ตอนที่ 25

จับมือกันฝ่ามรสุม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าแผนกของคุณพิมพ์แก้แบบทันเที่ยงนี้ไม่ได้ โครงการรีโนเวทคอมミュニティมอลล์มูลค่าร้อยล้านของผม... จะกลายเป็นกองขยะรีไซเคิลที่ราคาถูกที่สุดในกรุงเทพฯ ครับ" น้ำเสียงของธามเรียบนิ่ง ทว่าเย็นเยียบจนพิมพ์ที่ยืนกำโทรศัพท์มือถือแน่นถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ เธอไม่ได้กลัวสายตาคมกริบที่มองลอดกรอบแว่นสายตานั้นหรอก... แต่เธอกลัว *'ธูปหอมเสริมดวงการงาน'* ที่เพิ่งจุดปักไว้หน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อห้านาทีที่แล้ว จะหมดฤทธิ์เสียก่อนที่ปัญหาหน้างานจะคลี่คลายต่างหาก วิกฤตครั้งใหญ่ไม่ได้มาจากความผิดพลาดของระบบ แต่มาจากเจ้าของโครงการตัวจริงที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนใจ สั่งรื้อคอนเซ็ปต์การจัดโซนร้านค้าใหม่ทั้งหมด เหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงก่อนพรีเซนต์ใหญ่ และตัวเลขในสเปรดชีตการตลาดที่พิมพ์นั่งปวดหัวมาสามวันสามคืนก็กำลังพังครืนไม่เป็นท่า "คุณธามก็ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ—เอ๊ย! ครับ!" พิมพ์เผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นเคยจนต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นมุมปากหยักลึกของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังกลั้นยิ้ม "หมายถึงว่า... พิมพ์กำลังปรับตัวเลขตามเรנדใหม่ให้อยู่ครับ แต่โครงสร้างพื้นที่ที่พี่ธามออกแบบมา มันเบียดบังพื้นที่ทำเงินของร้านกาแฟมุมตึกไปตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์นะ พิมพ์จัดงบลงตัวไม่ได้หรอกถ้าไม่ทุบผนังฝั่งทิศเหนือทิ้ง" ธามถอนหายใจยาวเบาๆ เสียงถอนหายใจนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความรำคาญ แต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาข้ามวัน เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้ปลายนิ้วมือนวดสันจมูกตัวเองช้าๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของพิมพ์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้ม "คุณพิมพ์คิดว่าผมเพิ่งเริ่มออกแบบตึกนี้เมื่อวานหรือครับ" ธามก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียงทุ้มต่ำอยู่ใกล้จนใบหูของหญิงสาวร้อนผ่าว "ผนังฝั่งนั้นมีคานรับน้ำหนักหลักอยู่ ถ้าทุบ... ชั้นสองจะถล่มลงมาทับหัวฝ่ายการตลาดช่างมูเตลูอย่างคุณก่อนได้พรีเซนต์แน่ๆ" "แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ หรือจะให้พิมพ์จุดธูปขอเจ้าที่ให้ช่วยย้ายคานตึกออกไปตอนนี้เลยดีไหม" พิมพ์หันขวับไปเถียง ตาโตใส่อย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะหวั่นไหวกับความใกล้ชิดนี้แปลกประหลาด ธามไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่งนาน แววตาสุขุมที่มักจะเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในยามนี้กลับมีความอ่อนล้าซ่อนอยู่ลึกๆ เขาเป็นคนสมบูรณ์แบบที่เกลียดความผิดพลาด แต่วิกฤตครั้งนี้มันเกินกว่าที่คนคนเดียวจะแบกรับไหว... และเขาก็เพิ่งรู้ตัวว่า ในยามที่เรือกำลังจะล่ม คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาอย่างเหนียวแน่น กลับไม่ใช่ทีมงานคนสนิท แต่เป็นสาวออฟฟิศจอมเพ้อเจ้อที่พกเครื่องรางเต็มกระเป๋าคนนี้ "ไม่ต้องพึ่งเจ้าที่หรอครับ" ธามพูดเสียงแผ่วเบa น้ำเสียงปราศจากความกวนประสาทอย่างทุกที "แต่ช่วยมาช่วยผมคิดตรงนี้หน่อย... ว่าเราจะเกลี้ยกล่อมให้ลูกค้าเชื่อได้ยังไง ว่าพื้นที่สามสิบเปอร์เซ็นต์ที่หายไป จะกลายเป็นมุมลับที่ทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูดได้ยังไง" พิมพ์กะพริบตาปริบๆ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนิ่งของสถาปนิกหนุ่ม มือเรียวบางจึงเลื่อนไปดึงเก้าอี้ตัวข้างๆ มาให้อย่างรู้งาน "ขยับมาสิครับ... มัวแต่ยืนเท่ เดี๋ยวโปรเจกต์ร้อยล้านก็ปลิวหรอก" พิมพ์เอ่ยปากแซวเบาๆ เพื่อลดความตึงเครียดในห้อง ธามยอมหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ โดยไม่ถือตัว ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางของเธอเบาๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว ไออุ่นจากร่างกายของคนทั้งสองแผ่ซ่านท่าศูนยากาศที่หนาวเหน็บจากเครื่องปรับอากาศในห้องประชุม ในวินาทีนั้น ความเหนื่อยล้า ความหวาดกลัวต่อความล้มเหลว และแรงกดดันมหาศาลราวกับถูกปัดเป่าให้เบาบางลงด้วยจังหวะการทำงานที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด มือใหญ่ของธามเอื้อมไปจับเมาส์บนโต๊ะ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมผ่านหน้าพิมพ์เพื่อหยิบปากกาไวท์บอร์ดมาเขียนผังงานบนกระจกใสตรงหน้า ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนของหญิงสาวไปเพียงนิดเดียว... ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ทั้งคู่ชะงักค้างไปพร้อมกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันแผ่วเบา ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงรอบข้างชั่วขณะ ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากของคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำในจังหวะเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ พิมพ์รู้สึกเหมือนสติสตางค์ที่สะสมมาทั้งวันกำลังจะกระเจิงไปกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายข้างกาย "เอ่อ... ตรงนี้... พิมพ์ว่าเราขยายกระจกใสให้กว้างขึ้นอีกนิดดีไหมครับ เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา..." พิมพ์รีบเบนสายตากลับมาที่หน้าจอ พยายามบังคับเสียงตัวเองให้ราบ ธามอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายเยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งที่เขามอบให้เธอเพียงคนเดียว "ครับ... ตามใจคุณทุกอย่างเลยครับ ยัยตัวแสบ" เวลาสามชั่วโมงผ่านไปราวกับติดปีก ความร่วมมืออย่างไร้รอยต่อระหว่างสถาปนิกผู้เคร่งขรึมกับนักการตลาดสายมูทำให้แผนงานฉบับใหม่เสร็จสมบูรณ์ทันเวลาราวกับปาฏิหาริย์ (หรืออาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ธูปหอมเสริมดวงจริงๆ พิมพ์ก็ไม่แน่ใจ) การพรีเซนต์ผ่านพ้นไปอย่างงดงาม ลูกค้าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และจรดปากกาเซ็นสัญญาโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ท่ามกลางเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของทีมงานทั้งสำนักงาน เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานส่วนตัว ท่ามกลางความเงียบยามเย็นที่แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องผ่านกระจกเข้ามา พิมพ์ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟาด้วยความอ่อนเพลีย เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะส่งข้อความหาจูนเพื่อนรักเพื่อเม้าท์มอยวีรกรรมในวันนี้ แต่พิมพ์ดันเผลอพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงในแชตส่วนตัวที่เปิดค้างไว้ผิดคน... ส่งตรงไปยังห้องแชตของ 'ธาม สถาปนิกมาดนิ่ง' แทนที่จะเป็นจูน *พิมพ์: แกรรรร รู้ป่ะ วันนี้อีตาธามใจดีผิดหูผิดตาแถมยังหล่อมากตอนก้มหน้าทำงานด้วย ฉันเกือบจะเผลอใจตกหลุมรักผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้าจริงๆ แล้วเนี่ย ถ้าเขาไม่ติดยืดยาดนะ ฉันคงขอเขาแต่งงานตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องประชุมแล้ว 55555* ทันทีที่ปลายนิ้วกดส่ง และเห็นสัญลักษณ์ 'Read' ขึ้นมาแทบจะทันที พิมพ์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด สมองประมวลผลว่าเผลอทำอะไรลงไป! เธอรีบกดปุ่มยกเลิกข้อความสุดชีวิต... แต่ระบบของแอปพลิเคชันกลับแจ้งเตือนตัวแดงขึ้นมาตรงหน้าผากว่า: *'ไม่สามารถยกเลิกข้อความได้ เนื่องจากอีกฝ่ายได้อ่านข้อความนี้แล้ว'* ในวินาทีนั้น เสียงเคาะประตูก็รัวขึ้นเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงของธามที่ยืนถือแก้วกาแฟอยู่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พิมพ์ไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟา ก้มตัวลงมองเธอที่นอนตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาด้วยสายตาพราวระยับ "ข้อความเมื่อกี้... หมายความว่ายังไงหรือครับ คุณพิมพ์?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปด้วยกันกับตัวอักษรเหล่านี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับสาวออฟฟิศสายมูเตลู นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%