กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขนาดเท่าฝ่ามือถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าพายด้วยปลายนิ้วเรียวยาวของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่การวางลงเบาๆ แต่เป็นการจงใจผลักให้มันชนเข้ากับแก้วมัคเซรามิกจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ
พายละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตเงยขึ้นมองอีกฝ่าย ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งสนิท รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วเร็วจนแทบไม่ทันสังเกตเห็น
"คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างสินะคะ คุณเธียร" เสียงหวานติดจะเย้ยหยันเอ่ยขึ้น ท่าทางไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยสวนทางกับหัวใจที่กระตุกวูบเมื่อเห็นประกายระยับในดวงตาคมกริบของคนตัวสูง
เธียรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหนุ่มพิงหลังพิงพนักเก้าอี้โซฟาในคาเฟ่หรู บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่ซ่านความกดดันและอำนาจบางอย่างที่มักทำให้คนอื่นหายใจไม่ทั่วท้อง... ยกเว้นก็แต่พาย
"ถ้าเงินมันซื้อความรำคาญจากความงี่เง่าของเธอออกไปได้... ฉันก็จะจ่าย" เธียรตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาตามแบบฉบับคนปากแข็ง แต่ดวงตาสีเข้มกลับจ้องมองพายด้วยความไหววูบที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอเอื้อมมือไปหยิบกล่องกำมะหยี่นั้นขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ก่อนจะเปิดฝาออก เผยให้เห็นสร้อยเพชรน้ำงามดีไซน์เรียบหรูที่ส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟในร้าน
สวย... ยอมรับเลยว่ารสนิยมของคนตรงหน้าไม่เคยแย่ แต่ปัญหามีอยู่ว่าสิ่งนี้มันไม่ได้ช่วยลบเลือนความหงุดหงิดที่เธียรทิ้งไว้เมื่อคืนก่อนเลยแม้แต่น้อย
"สวยดีนี่คะ" พายเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววตื่นเต้นยินดี ก่อนจะปิดฝากล่องดัง *คลิก* แล้วผลักมันกลับไปไว้ที่เดิมอย่างไม่ไยดี "แต่เสียดายจัง... พายแพ้ทางของแพงก็จริง แต่แพ้ทางคนรู้ใจมากกว่า... และคุณเธียรคะ สอบตกเรื่องนี้มาตั้งแต่ชาติปางก่อนแล้วล่ะ"
กรามคมของเธียรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความนิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มมีรอยปริร้าว สายตาที่มองมาที่พายเต็มไปด้วยความคุกกรุ่นผสมผสานกับความจนปัญญาที่หาดูได้ยากจากผู้บริหารหนุ่มไฟแรงคนนี้
"จะเอาอะไรอีกพาย..." เธียรเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงเริ่มเจือความหงุดหงิดที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "ฉันตระเวนหาของขวัญชิ้นนี้มาครึ่งค่อนวัน ยกเลิกประชุมสำคัญไปสองนัด เพียงเพราะอยากให้เธอเลิกทำหน้าบึ้งใส่ฉันเสียที... นี่เธอยังไม่พอใจอะไรอีก?"
"โอ๊ะ! เลิกประชุมเพื่อมาง้อพายเหรอคะ?" พายแสร้งทำเป็นยกมือทาบอก ทำตาโตตกอกตกใจ น้ำเสียงจิกกัดทำเอาคนฟังอยากจะกระโดดข้ามโต๊ะมาเขย่าตัวแรงๆ สักที "น่าประทับใจจังเลยค่ะ แต่ช่วยจำใส่สมองอันชาญฉลาดของคุณไว้ด้วยนะคะว่า พายไม่ได้เรียกร้องให้คุณมาง้อ... และที่สำคัญ ของขวัญราคาแพงพวกนี้ มันไม่ได้ช่วยลบความจริงที่ว่าคุณทิ้งพายไว้ที่งานเลี้ยงคนเดียวเมื่อคืนหรอกนะ!"
บรรยากาศบนโต๊ะ VIP เงียบกริบลงทันที ความตึงเครียดแผ่ขยายจนพนักงานที่เดินผ่านโต๊ะไปเมื่อครู่ต้องรีบสาวเท้าหนีด้วยความกลัวจะโดนลูกหลง
เธียรนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มฉายแววสำนึกผิดวูบหนึ่งแต่ก็รีบซ่อนมันไว้ใต้ฟอร์มคนปากแข็งตามเดิม เมื่อคืนเขาจำต้องปลีกตัวไปเคลียร์ปัญหากดดันทางธุรกิจที่กะทันหันจริงๆ แม้จะพยายามบอกพายแล้วแต่คนตัวเล็กก็เลือกที่จะหันหลังให้และเดินหนีไปก่อนที่เขาจะได้อธิบายจบ
"ฉันบอกเหตุผลเธอไปแล้ว..." เธียรเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะหลังมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่พายกลับชักมือหนีราวกับโดนของร้อน
"เหตุผลของคุณมันมีค่าสำหรับคุณค่ะ แต่สำหรับพาย... ความใส่ใจในปัจจุบันมันสำคัญกว่าข้ออ้างในอนาคต" พายพูดเสียงเฉียบขาด ดวงตาคู่สวยสתท้อนความน้อยใจที่ต่อให้พยายามกลบเกลื่อนยังไงก็ยังคงหลุดลอดออกมาให้เห็น "ถ้าคิดจะใช้แค่เงินฟาดหัวเพื่อให้เรื่องมันจบ... คุณก็เก็บสร้อยเส้นนี้ไปให้คนที่เขาเห็นค่ามันเถอะค่ะ พายไม่รับ!"
พูดจบ พายก็เตรียมจะลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าหนังราคาแพงขึ้นมาสะพายไหล่เตรียมสะบัดบ๊อบเดินหนีออกจากคาเฟ่แห่งนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า...
ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าหมับไว้เสียก่อน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและรั้งร่างของพายให้นั่งลงตามเดิมโดยไม่ต้องออกแรงมาก
"ปล่อยนะคะ!" พายตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่ พร้อมกับสะบัดข้อมือหนี แต่เธียรกลับกระชับมือแน่นขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนจนพายต้องเผลอกลั้นหายใจ
"บอกว่าไม่รับสร้อย... งั้นจะรับอย่างอื่นแทนไหมล่ะ" เธียรเอ่ยกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นลึกล้ำจนน่ากลัว รisรสันของความดื้อรั้นในตัวพายมักจะปลุกสัญชาตญาณความอยากเอาชนะในตัวเขาเสมอ "ถ้าของนอกกายมันซื้อใจเธอไม่ได้... งั้นฉันยอมเอา 'ตัว' เป็นๆ นี่แหละมาขัดดอกแทน เธียรคนนี้ยอมจำนนให้เธอทุกอย่างแล้ว พายพอใจหรือยังล่ะหึ?"
พายเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยามที่ได้สบกับสายตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังอีกต่อไป
ไอ้คนบ้าเอ๊ย... พูดจาแบบนี้ใครจะไปตั้งรับทันกันเล่า!
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของพายกำลังเต้นรัวระส่ำและสมองกำลังประมวลผลคำพูดกำกวมชวนใจสั่นของคนตรงหน้าไม่ถูกนั้นเอง...
เสียงกรดกริ่งประตูร้านพร้อมกับเสียงฝีเท้าคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"อุ๊ย ตายจริง! ฉันมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานชื่นของท่านประธานกับคุณหนูพายเขาหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงแหลมสูงติดจะกวนประสาทของ *จิน* เพื่อนสนิทตัวดีดังขึ้นลอยๆ พร้อมกับร่างโปร่งที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนยันอยู่ข้างโต๊ะด้วยรอยยิ้มพายเรือลอยลำเต็มประดา
เธียรชะงัก ชักมือกลับทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงด้วยความหงุดหงิดคูณสองที่ถูกมารผจญมาขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนพายรีบหันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาพิฆาตทันที
แต่ทว่า... สิ่งที่จินพูดต่อมา กลับทำให้ทั้งเธียรและพายต้องแข็งค้างพร้อมกับลมหายใจที่สะดุดกึกในอก
"พอดีเลยคุณเธียรขา... พอดีฉันบังเอิญไปเห็น 'แขกไม่ได้รับเชิญ' คนหนึ่งกำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าร้าน... เหมือนจะเป็นคุณ 'มีน' แฟนเก่าสุดที่รักของคุณที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวานซืนเสียด้วยสิคะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของคู่นี้เสมอนะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 20
ง้อด้วยวิธีคนรวย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!