แก้วค็อกเทลทรงสูงในมือฉันเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ถ้าปลายนิ้วไม่ได้จิกเข้าที่ก้านแก้วแน่นจนขึ้นข้อขาว
คำพูดของจินเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ชวนให้บรรยากาศรอบตัวที่เคยครึกครื้นในปาร์ตี้รูมเย็นเยียบลงถนัดตา ประโยคที่ว่า *'แขกไม่ได้รับเชิญ' กำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าร้าน... เหมือนจะเป็นคุณ 'มีน' แฟนเก่าสุดที่รักของคุณ* ทำเอาสติที่สะสมมาตลอดทั้งคืนกระเจิงหายไปในพริบตา
"ว่าไงนะ..." ฉันเค้นเสียงลอดไรฟัน ถามย้ำออกไปทั้งที่ข้างในเริ่มปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุนขนาดย่อม "แกตาฝาดไปเองหรือเปล่าจิน มีนมันควรจะอยู่ปารีสโน่น ไม่ใช่มาเดินลอยชายอยู่หน้าผับของ... ของคุณเธียร"
จินเบ้ปาก คว่ำโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งใช้แอบถ่ายภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านลงบนโต๊ะกระจก เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าเอือมระอาที่ปิดไม่มิด
"ตาฉันไม่ได้ฝาดและสมองฉันก็ยังปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะคุณพาย" จินหรี่ตามองฉันอย่างจับผิด "อยากดูหลักฐานไหมล่ะคะ ภาพซูมชัดระดับเอชดีเห็นหน้าค่าตากันจะแจ้ง แถมพ่อคุณทูนหัวตัวดีของคุณเธียรเนี่ย... ดูท่าทางจะรู้ตัวก่อนพวกเราซะอีกมั้ง ถึงได้ทำหน้าเครียดเป็นตูดหมึกตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเดินลงมาอีก"
ฉันสะอึก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ
ภาพใบหน้าคมคายดุจรูปสลักของคุณเธียรที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่ในวินาทีที่เขากวาดสายตามองออกไปนอกกระจกใสเมื่อครู่กลับฉายแววความยุ่งยากใจอย่างปิดไม่มิดผุดขึ้นมาในหัว นัยน์ตาคู่นคมกริบที่เคยใช้มองฉันด้วยความเจ้าเล่ห์และดุดันในเวลาเดียวกัน กลับไหววูบไปชั่วขณะจนฉันสังเกตเห็น... หรือเขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว? หรือการที่เขาบอกให้ฉันอยู่แต่ในห้องพักส่วนตัวของเขาก่อนหน้านี้ คือการพยายามปกปิดไม่ให้ฉันต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญใจแบบนี้กันแน่?
ความคิดมากมายตีรันฟันแทงอยู่ในหัวจนสมองแทบระเบิด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าการปรากฏตัวของแฟนเก่าตัวปัญหา คือภาพความทรงจำบางอย่างที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ภายใต้ความมึนเมาของค่ำคืนแรก... ค่ำคืนที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างระหว่างฉันกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นไปตลอดกาล
*พั่บ!*
เสียงวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรงดึงฉันกลับสู่โลกความเป็นจริง คุณเธียรเดินกลับเข้ามาจากมุมอับสัญญาณโทรศัพท์พอดี ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสไตล์นักธุรกิจหนุ่มดูทรงพลังและเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันแน่นและสันจมูกโด่งเป็นสันที่เชิดขึ้นเล็กน้อยนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากกำลังหงุดหงิดขีดสุด
"มองหน้าฉันแบบนั้น มีอะไรติดอยู่บนหน้าหรือไงพาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบเฉยที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่าแฝงความระ3คายหูไว้อย่างจงใจ
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นยังคงสะท้อนภาพเงาของฉันเหมือนเช่นเคย แต่ในอกกลับรู้สึกร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม "คุณรู้ใช่ไหม..." ฉันเปิดฉากถามเสียงแข็ง ไม่คิดจะอ้อมค้อมให้เสียเวลาอีกต่อไป "คุณรู้ว่ามีนกลับมาแล้ว และคุณก็รู้ว่ามันกำลังยืนอยู่ข้างนอกนั่น!"
บรรยากาศรอบตัวรอบโต๊ะวีไอพีเงียบกริบลงทันตา จินรีบถอยฉากเดินเลี่ยงออกไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนอีกมุมหนึ่งอย่างรู้งาน ปล่อยให้เราสองคนเผชิญหน้ากันด้วยพลังงานที่คุกรุ่นจนแทบจะจุดประกายไฟได้
เธียรชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีนิลไหววูบลงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นอย่างรวดเร็ว เขาปรายตามองฉันด้วยหางตา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันที่ชวนให้อยากซัดสักหมัดเป็นบ้า
"หึงเหรอ?" เขาย้อนถาม น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดออกมาใช้เพื่อกลบเกลื่อนสถานการณ์ "หรือว่ากลัวว่าถ่านไฟเก่ามันจะกลับมาคุจนเธอต้องเป็นฝ่ายเสียน้ำตากันแน่ล่ะ หืม... คุณตัวแสบ"
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคุณเธียร!" ฉันลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเข้าหาร่างสูงที่สูงกว่าเกือบหนึ่งช่วงตัว ปลายนิ้วชี้หน้าเขาอย่างคาดคั้น "ฉันถามว่าคุณรู้เรื่องนี้มาก่อนใช่ไหม ทำไม? กลัวฉันจะไปอาละวาดใส่รักแรกของคุณหรือไง ถึงได้พยายามกีดกันฉันให้อยู่แต่ในห้องนั้น!"
เธียรไม่ถอยหนี เขายังคงยืนนิ่งให้อีกฝ่ายจี้ถาม แถมยังลดใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเขายิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของฉันปั่นป่วน "รักแรกบ้าบออะไรของเธอพาย เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วตั้งสติซะ" เขากดเสียงต่ำลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความกังวลบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนไว้ "ฉันไม่อยากให้เธอเจอเรื่องน่ารำคาญใจต่างหาก นายมีนมันเป็นพวกบ้าคลั่งที่สลัดไม่หลุด... และฉันก็รำคาญเกินกว่าจะเอาเวลามาต้อนรับอดีตที่มันจบไปแล้ว"
"อดีตเหรอ?" ฉันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาเร่าร้อนจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่คมเพื่อค้นหาความจริง "ถ้ามันเป็นแค่อดีตจริงๆ ทำไมคุณต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นตอนที่รู้ว่ามันมาหาล่ะ? หรือว่า... กลัวฉันจะไปหลุดปากพูดเรื่อง 'คืนนั้น' ให้มันฟังกันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงที่กำลังยืนกอดอกนิ่งก็ชะงักกึกทันที
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลง ประกายความตกใจฉายชัดในแววตาของคนปากแข็งที่มักจะเหนือกว่าเสมอ แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยความลุ่มลึกและดุดันยิ่งกว่าเดิมในเวลาต่อมา
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของฉันโดยไม่เปิดโอกาสให้ถอยหนี แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมแน่นจนสลัดไม่หลุด เขากระชากฉันเข้าหาตัวจนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มจนหัวใจกระหน่ำเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
"เธอว่าไงนะ..." เสียงทุ้มต่ำรlอดไรฟัน เอ่ยถามช้าๆ ทีละคำราวกับต้องการทวนความแน่ใจ "เธอพูดถึงคืนไหนพาย"
ฉันเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้าเมื่อภาพความทรงจำสีเทาของคืนแรกย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... กลิ่นแอลกอฮอล์ รสสัมผัสที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย และเสียงกระซิบพร่าเลือนที่เคยคิดว่าเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ แต่ในตอนนี้... ทุกอย่างมันกลับชัดเจนแจ่มแจ้งเสียจนน่าตกใจ
ไม่ใช่ความฝัน... ฉันไม่ได้ฝันไป!
คืนนั้น... ในห้องชุดส่วนตัวที่มืดสลัว กลิ่นกายคุ้นเคย และอ้อมกอดที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจจนฉันขัดขืนไม่ไหว คนที่ผลักฉันลงบนเตียงและครอบครองสติสัมปชัญญะของฉันไปจนหมดสิ้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นผู้ชายเย็นชาปากร้ายที่กำลังยืนจ้องหน้าฉันด้วยแววตาคลั่งรักแต่ปากแข็งคนนี้นี่เอง!
"อย่ามาทำเป็นไขสืบคุณเธียร" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก "ฉันจำได้... จำได้หมดทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องที่คุณฉวยโอกาสตอนที่ฉันเมา ทั้งคำพูดบ้าๆ ที่คุณกระซิบข้างหูฉันในคืนนั้น... และที่สำคัญที่สุด..."
ฉันเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาสื่อความหมายล้ำลึกที่แฝงไปด้วยความเคืองแค้นและเสน่หาในคราวเดียวกันพุ่งตรงไปยังคนตรงหน้า
"...ฉันจำได้ว่าใครเป็นคนบอกว่า *'อย่าดื้อกับฉันอีก ไม่งั้นฉันจะจัดการเธอให้ลุกไม่ขึ้น'*... จำได้แม่นเลยล่ะค่ะ!"
เธียรนิ่งงึดไปทันที ใบหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงเสมอมีร่องรอยของความตกตะลึงพาดผ่านเป็นครั้งแรก นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นทีละน้อย... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตรายอย่างถึงที่สุด
"ในที่สุดก็จำได้สินะ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "นึกว่าความจำเสื่อมไปตลอดกาลซะอีก... หึ ดีล่ะ ในเมื่อความลับมันแตกแล้ว งั้นเรามาเคลียร์กันให้รู้เรื่องทีเดียวเลยดีไหม ว่าระหว่างฉันกับไอ้มีน... ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของตัวจริงของเธอ!"
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องวีไอพีด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงทุ้มหวานคุ้นหูที่ดังแทรกเข้ามากลางวงสนทนาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
"อ้าว... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญเข้าสินะครับ คุณเธียร... แล้วก็น้องพายคนสวย คิดถึงผมกันบ้างไหมเอ่ย?"
ร่างโปร่งระหงของ 'มีน' แฟนเก่าตัวร้ายก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเราทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษอย่างสมบูรณ์แบบ!
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์สายตึงของน้องพายและคุณเธียรมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 21
ความจริงที่พายลืม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!