กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไหม้จางๆ ที่ลอยมาจากเตาอบขนาดเล็กบนเคาน์เตอร์ครัวปูนเปลือย—ภาพนี้คือสิ่งสุดท้ายที่พายคาดว่าจะได้เห็น เมื่อเขาตัดสินใจผลักประตูห้องชุดของคนปากร้ายอย่างเธียรเข้ามาโดยไม่เคาะ
ร่างสูงโปรดในชุดลำลองสบายตา กำลังยืนงอะแงอยู่หน้าสูตรขนมปังในแท็บเล็ต มือข้างหนึ่งเปื้อนแป้งสีขาวโพลนจนถึงข้อศอก เส้นผมสีดำสนิทที่มักจะเซ็ตอย่างเนี้ยบเป๊ะยามอยู่ในบริษัท ตอนนี้กลับยุ่งเหยิงเพราะเจ้าตัวใช้หลังมือปาดเหงื่อออกลวกๆ
"ถ้าจะมาเพื่อหัวเราะเยาะ ก็เชิญกลับไปทางเดิมได้เลยค่ะคุณพาย" เธียรเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง แต่เสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะแหบแห้งและมีความหงุดหงิดเจืออยู่เต็มเปี่ยม
พายยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตากลมโตสำรวจความพินาศย่อมๆ ในครัวอย่างอึ้งๆ คราบแป้ง แยมสตรอว์เบอร์รีที่หกเลอะเทอะ และถาดขนมปังที่เกรียมจนเกือบกลายเป็นถ่าน บอกเล่าเรื่องราวความพยายามอันน่าเวทนาตลอดหลายชั่วโมงได้เป็นอย่างดี
"ใครบอกว่าจะมาหัวเราะล่ะคะ" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปใกล้ก่อนจะใช้ปลายนิ้วปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ตรงข้างแก้มของอีกฝ่ายออกให้อย่างถือวิสาสะ "สภาพคุณตอนนี้มันเกินกว่าจะหัวเราะแล้วค่ะ... มันน่าสมเพชมากกว่า"
เธียรชะงัก ชะตากรรมของขนมปังไหม้ๆ ถูกลืมเลือนไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นหันมาสบเข้ากับดวงตาของคนที่ยืนประชิดตัว ดวงตาของพายไม่ได้มีความเยาะเย้ยถากถางอย่างที่ปากว่า มีเพียงประกายความซับซ้อนบางอย่างที่ไหวระริกอยู่ข้างใน
"ฉันแค่อยากลองทำ..." เธียรเว้นจังหวะ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นของพายยังคงเช็ดคราบแป้งให้อย่างเบามือ "เห็นเธอบ่นนักไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นพวกหุ่นยนต์ ทำงานเป็นอย่างเดียว ไร้ความโรแมนติก ชีวิตมีแต่ตัวเลขกับผลกำไร... ฉันก็แค่อยากเปลี่ยนตัวเองให้มันดูมีมิติขึ้นมาบ้าง"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง ทำเอาหัวใจของพายกระตุกวูบ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้กำลังพยายามงัดตัวเองออกจากคอมפורต์โซนอันแข็งกระด้าง เพียงเพราะคำบ่นลอยๆ ของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนเนี่ยนะ?
"คุณบ้าหรือเปล่าคะเธียร" พายหลบสายตา ทำทีเป็นมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "คิดว่าทำหน้าหงิกแล้วมาอบขนมไหม้ๆ แบบนี้ แล้วฉันจะซาบซึ้งจนยอมใจอ่อนให้คุณง่ายๆ งั้นเหรอ"
"แล้วซาบซึ้งไหมล่ะคะ" เธียรขยับเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนรินรดอยู่ใกล้จนพายต้องถอยหลังจนสะโพชนิดเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว "ตอบตามตรง... อย่าปากแข็ง"
"ถอยไปเลยนะ!" พายดันอกแกร่งเอาไว้ แต่แรงปะทะนั้นน้อยนิดเสียจนแทบจะกลายเป็นอ้อมกอดกลายๆ "เกะกะชะมัด หลบไปค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง... ขืนปล่อยให้คุณทำต่อ ครัวคุณได้วอดวายจริงๆ แน่"
เธียรยอมถอยออกไปก้าวหนึ่งอย่างว่าง่าย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ทีพายจะมีโอกาสได้เห็น และมัน... อันตรายต่อหัวใจของเขาเป็นบ้า
ร่างโปรดบางสวมบทบาทเชฟจำเป็น มือเรียวจัดการเก็บกวาดความยุ่งเหยิงบนเคาน์เตอร์ด้วยความคล่องแคล่ว แววตาจริงจังยามที่หยิบจับอุปกรณ์ทำขนมทำให้เธียรละสายตาไปไม่ได้เลย ภาพของพายที่กำลังบ่นง้างงึมงำเรื่องการกะปริมาณวัตถุดิบ สะท้อนอยู่ในดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบัง
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีแป้งติดอยู่เหมือนกันรึไง" พายหันขวับมาเอ็ดเมื่อรู้สึกถึงสายตาคู่คมที่จ้องมองมาไม่วางตา
"เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า..." เธียรลากเสียงต่ำ ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้งโดยที่พายไม่ทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวพายไว้ระหว่างอ้อมแขนกับเคาน์เตอร์ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นแป้งอบอวลอยู่รอบตัว "ถ้าคนที่น่ารักขนาดนี้ยอมอยู่ใกล้ๆ ทุกวัน ฉันอาจจะยอมเปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ชายสายหวานไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะ"
"เพ้อเจ้อ!" พายหน้าร้อนผ่าว พยายามดันไหล่กว้างออก แต่เธียรกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับชื้นเหงื่ออย่างถือวิสาสะ
"ไม่ได้เพ้อเจ้อ ฉันจริงจัง..." เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังอยู่ชิดริมหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ขอบคุณนะคะพาย ที่ทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้น... เพื่อเธอ"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับจังหวะหายใจสอดประสาน พายเม้มริมฝีปากแน่น ความพยายามที่จะทำตัวแข็งกระด้างพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงใจที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้น เธียรคนเดิมที่แสนเย็นชาได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงผู้ชายตรงหน้าที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงทั้งหมด เพื่อวิ่งตามโลกของเขาให้ทัน
มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแตะลงบนลาดไหล่กว้างอย่างลังเล ก่อนจะขยำเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายแน่นขึ้นเพื่อยึดเหนี่ยว ดวงตากลมโตเงີบขึ้นมองสบตา แววตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้นจนแทบจะทะลักออกมา
"ถ้าทำไม่อร่อยนะ... ฉันจะหักเงินเดือนคุณแน่ค่ะคุณเธียร" พายพึมพำเสียงเบาหวิว ใบหน้าขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ
เธียรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก้มลงกดจูบเบาๆ ที่หน้าผากมนด้วยความทะนุถนอม เป็นสัมผัสที่ไร้การล่วงเกิน แต่วาบหวิวและลึกซึ้งจนคนถูกกระทำต้องหลับตาพริ้มรับสัมผัสอุ่นนั้น
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานหยดจนแทบจะหยดเป็นน้ำผึ้ง เสียงกริ่งหน้าห้องชุดก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศความเงียบงันราวกับจงใจกลั่นแกล้ง
*ติ๊ง... ต่อง...*
เธียรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ส่วนพายสะดุ้งสุดตัวรีบผละออกจากอ้อมกอดทันที ก่อนที่ดวงตากลมโตจะต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อหน้าจออินเตอร์คอมตรงผนังห้องปรากฏภาพของบุคคลที่ไม่คาดฝันกำลังยืนกดกริ่งรออยู่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงเข้ามาผ่านเลนส์กล้อง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความสัมพันธ์สายตึงของน้องพายและคุณเธียรมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 22
เธียรไม่ใช่คนใจร้าย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!