"ถ้าคิดจะถอยตอนนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าฉันไม่รับฝากความรู้สึกคืน"
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะกระจกในห้องทำงานส่วนตัวหยุดชะงัก พายเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ด้วยแววตาท้าทาย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงหยักยิ้มเย้ยหยันตามนิสัยที่แก้ไม่หาย
เธียรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองใบหน้าเนียนใสของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม เขาไม่ได้ถอย แถมยังโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้น จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางระคนกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"ถอยเหรอคะ... คำนี้ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของฉันหรอกค่ะ พาย" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้าๆ ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ฉันต้องมั่นใจเสียก่อนว่าเด็กดื้อแถวนี้จะไม่หาเรื่องหนีหายไปไหนเสียก่อน"
"ใครเด็กดื้อกันคะ!" พายดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ทันที ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ "พูดจาให้มันดีๆ นะคะคุณเธียร ฉันอายุเท่าไหร่แล้วไม่ทราบ"
"ปีสามค่ะ... เด็กกว่าฉันสามปี แบบนี้ไม่ให้เรียกว่าเด็ก แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ หืม" เธียรยื่นมือหนาออกไปหมายจะบีบจมูกคนปากเก่งด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่พายไวกว่าจึงเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับตีมืออีกฝ่ายดัง *เพี๊ยะ*
ไม่มีความเจ็บปวด มีเพียงเสียงกระทบเบาๆ และรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ บรรยากาศตึงเครียดที่อบอวลมาตลอดหลายสัปดาห์คลายลง เหลือเพียงเคมีประหลาดที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วง
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างปากแข็งใส่กันจนเกือบจะพังทลายความสัมพันธ์ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาทีละน้อย ความหึงหวงที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้คำพูดถากถาง ความห่วงใยที่แปลเปลี่ยนเป็นข้ออ้างสารพัด จนกระทั่งจิน เพื่อนสนิทตัวดีของพายเข้ามาสะกิดเตือนสติด้วยประโยคสั้นๆ ที่ดังขึ้นในหัว
*‘ถ้ามัวแต่ฟอร์มจัด ระวังหมาคาบไปกินนะเว้ยพาย คนแบบคุณเธียรไม่ได้มีโปรโมชั่นลดราคาตลอดชีพนะยะ!’*
นั่นแหละคือจุดเปลี่ยน...
พายถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าเขาแพ้ทางผู้ชายคนนี้เข้าอย่างจัง แพ้ความใส่ใจที่แสดงออกผ่านการกระทำมากกว่าคำหวาน แพ้สายตาที่มองมาทีไรก็ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษที่สุดในโลก
"โอเคค่ะ..." พายยอมทิฐิลงชั่วคราว ร่างโปร่งทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับโซฟาตัวยาว กอดอกมองหน้าคนตัวสูงที่เดินตามมาทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง "ถ้าคุณอยากจะลองศึกษาดูใจกันจริงๆ แบบที่ว่า... ไม่ใช่แค่คู่กัดจำยอม หรือสถานะคลุมเครือที่มีแต่คนรอบตัวปวดหัว ฉันมีข้อแม้สามข้อค่ะ"
เธียรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ผายมือออกเชิงอนุญาตให้พูดต่อ "ว่ามาค่ะ ฉันรับฟังทุกข้ออยู่แล้วสำหรับคนพิเศษ"
"ปากหวานนักนะคะ" พายค้อนให้วงหนึ่งก่อนจะชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อ "ข้อแรก... ห้ามขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ที่เราเคยกัดกันมาตัดสินปัจจุบันเด็ดขาด ฉันจำได้หมดว่าคุณเคยว่าฉันว่าอะไรบ้าง"
เธียรอมยิ้ม "ข้อนี้ง่ายมากค่ะ ฉันจำได้แม่นยิ่งกว่าคุณเสียอีกว่าเคยจิกกัดฉันเจ็บแสบแค่ไหน"
"เงียบไปเลยค่ะ ยังพูดไม่จบ!" พายค้อนให้อีกรอบ "ข้อสอง... ห้ามมีเรื่องปิดบังกัน ถ้ามีปัญหาอะไรต้องคุยกันตรงๆ ห้ามหายหัวไปเฉยๆ แบบคราวที่แล้วเด็ดขาด และข้อสุดท้าย..."
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองนิ่ง ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน
"...ข้อสุดท้าย ห้ามใจอ่อนให้คนอื่นนอกจากฉันคนเดียวค่ะ"
เธียรนิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนเสียงหัวเราะทุ้มต่ำจะหลุดออกมาจากลำคอ ดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนมานาน มือหนายื่นออกไปรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนพายอุทานเบาด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่
"ข้อนี้ไม่ต้องสั่ง ฉันก็ทำให้อยู่แล้วค่ะ... เด็กดื้อของฉัน"
ริมฝีปากอุ่นจัดทาบทับลงมาเบาๆ บนกลีบปากนุ่ม เป็นการประทับตรารับ
ข้อตกลงที่ไร้ซึ่งเสียงคัดค้านใดๆ มีเพียงรสสัมผัสหวานล้ำที่ค่อยๆ ละลายความพะวงในใจจนหมดสิ้น พายหลับตาลงรับสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน มือเรียวเผลอขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมาจากอก เคมีที่เคยปะทะกันอย่างดุเดือด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเธียรยอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของคนตรงหน้าอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคม
"ตกลงตามนี้นะคะ ตั้งแต่วินาทีนี้ไป... เราข้ามเส้นกันอย่างเป็นทางการแล้วนะ"
พายซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู แอบอมยิ้มคนเดียวโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตา พยักหน้ารับเบาๆ แทนคำตอบ
บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่น ชนิดที่เรียกว่าฟินจนคนอ่านต้องจิกหมอนขาดกระวิง ทว่าในจังหวะที่ความเงียบสงบอันน่ารื่นรมย์กำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว
"เฮ้ยคุณเธียร! เอกสารเซ็นสัญญาล็อตใหม่มา... อ้าว เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกมึงวะเนี่ย!"
เสียงโص่งโฉ้งของจินที่ยืนอ้าปากค้างกลางห้องทำเอาพายสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมอกของเธียรแทบไม่ทัน ใบหน้าหวานหันไปมองเพื่อนสนิทตัวดีที่ทำหน้าเลิกลั่กทำตัวไม่ถูกอยู่ตรงประตู ขณะที่เธียร...
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปี่ยมไปด้วยความสุขเมื่อครู่ บัดนี้บึ้งตึงสนิท ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในค่ำคืนที่กำลังจะหวานซึ้ง
ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุน "แบล็กเวลเวต" เสมอมานะคะ!)
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 23
ข้ามเส้นขนาน
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!