เสียงประตูห้องรับแขกที่ถูกปิดลงอย่างไร้เสียงจากร่างของจิน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบที่เข้ามาแทนที่กลับทำให้อากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พายยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังแนบติดกับบานประตูห้องที่เพิ่งถูกล็อกกลอนโดยฝีมือของคนตัวสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้กฤษณาผสมความเย็นยะเยือกของแอมเบอร์ลอยวนอยู่ปลายจมูก เธียรไม่ได้พูดอะไร เขายืนทิ้งน้ำหนักตัวลงข้างหนึ่ง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคเนื้อดี ส่วนอีกข้างยกขึ้นปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทอย่างใจเย็น สายตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสำรวจตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิง ดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววตื่นตัวระแวดระวัง ไปจนถึงริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ
"นายล็อกห้องทำไม เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะเธียร" พายเปิดฉากกระแทกเสียงใส่ก่อนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก ยิ่งอีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดเหลือแค่คืบ เขากยิ่งต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดติดขอบโต๊ะทำงาน
"ถ้าเปิดแล้วนายจะวิ่งหนีไปฟ้องเพื่อนรักปากสว่างคนนั้นอีกใช่ไหมล่ะครับ" เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าหมั่นไส้ รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "หึ... เมื่อกี้ยังเก่งอยู่เลยไม่ใช่เหรอพาย ตอนที่ยืนเถียงฉอดๆ อยู่หน้าลิฟต์น่ะ หายไปไหนหมดแล้วล่ะความมั่นใจเมื่อกี้"
"ฉันไม่ได้กลัว นายต่างหากที่เล่นสกปรก!" พายเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น "เรื่องนี้มันเป็นความเข้าใจผิด จินมันก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนปากพล่อย นายไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องนี้มาผูกมัดฉันไว้ที่นี่ เข้าใจไหม"
เธียรไม่ตอบทันที ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหาจนพายต้องผงะหายใจสะดุด ปลายจมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายเกือบจะเฉียดแก้มใสอยู่รำคาญใจ หากแต่แววตาที่มองมากลับไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลย มันเต็มไปด้วยความจริงจังที่กดดันเสียจนพายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ผมไม่ใช่คนใจดีนะพาย และผมก็เกลียดที่สุดคือการโดนเอาเปรียบ... โดยเฉพาะจากเด็กดื้ออย่างคุณ" เธียรจงใจกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงต่ำพร่าทุ้มที่จงใจลากยาวทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของพายลุกชันขึ้นมาพร้อมกัน "ในเมื่อคุณสร้างเรื่องปั่นป่วนขึ้นมาแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ... ตั้งใจฟังให้ดี เพราะผมจะพูดแค่รอบเดียว"
นิ้วเรียวยาวของคนตัวสูงยกขึ้นแตะปลายคางมน บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากันตรงๆ พายพยายามจะปัดมือนั้นออกแต่ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บเมื่อแรงบีบกระชับแน่นขึ้นอย่างไม่ยอมให้ขัดขืน
"กฎข้อแรก..." เธียรเว้นจังหวะ สายตากดลึกซึ้งตรึงร่างบางไว้กับที่ "ห้ามปฏิเสธคำสั่งของผม... ทุกกรณี ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องไร้สาระแค่ไหนก็ตาม"
"บ้าหรือเปล่า ใครจะไปยอมทำตาม!" พายสวนกลับทันควันแทบจะไม่ต้องคิด
"นั่นหมายความว่าคุณกำลังแหกกฎข้อแรกตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มนับหนึ่งเลยสินะครับ" เธียรเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน "ถ้าคุณยังเถียงผมอีกคำเดียว กฎข้อที่สองจะถูกบวกเพิ่มความโหดขึ้นเป็นสองเท่าทันที เลือกเอาว่าจะฟังเงียบๆ หรือจะลองดีดู"
ดวงตากลมโตฉายแววขัดเคืองอย่างถึงที่สุด พายเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธผสมความอับอายพุ่งพล่านจนหน้าแดงก่ำ เขาอยากจะยกเท้าขึ้นถีบยอดอกคนตรงหน้าสักทีให้หายแค้น แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ประเภทที่จะยอมให้ใครมาเอาคืนง่ายๆ
"เออ! ว่ามาสิ กฎข้อบ้าบออะไรของนายอีก" พายเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความจำยอม
เธียรระบายยิ้มสมใจ ยอมลดมือลงจากการกุมคางมน แต่สายตายังคงไม่ละไปไหน "กฎข้อที่สอง... ห้ามติดต่อ ปรึกษา หรือแม้แต่ส่งข้อความหาไอ้จินเพื่อนตัวดีของคุณ จนกว่าโปรเจกต์งานแต่งบ้านจัดสรรนี่จะจบลง"
"ว่าไงนะ?!" พายเบิกตากว้างจนแทบจะถลونออกมาจากเบ้า "นายไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตส่วนตัวฉันนะ นั่นเพื่อนสนิทฉันนะเว้ย!"
"ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะเจ้าหนี้และคนที่คุณกำลังทำให้เดือดร้อน" เธียรตอบกลับเสียงเรียบอย่างไร้ความปรานี "ถ้าผมเห็นคุณแอบแชทหา หรือมันโผล่หัวมาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว เอกสารสัญญาฉบับจริงที่ผมถืออยู่จะถูกส่งตรงไปถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยคุณทันที... พร้อมกับภาพหลักฐานที่คุณมาอาละวาดในห้องนี้"
พายอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความหายนะหากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูผู้บริหารมหาวิทยาลัย ชีวิตนักศึกษาปีสามที่เหลืออยู่คงพังไม่เป็นท่าแน่ๆ ไอ้บ้านี่มันร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจจำแลงมาเกิดชัดๆ!
"นายมัน... จอมเผด็จการ!" พายเค้นคำด่าออกมาได้แค่นั้น
"ขอบคุณสำหรับคำชมครับ" เธียรยิ้มรับหน้าตาเฉย ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องมองใบหน้าบึ้งตึงของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกเกินกว่าจะเอ่ยปาก "ส่วนกฎข้อสุดท้าย..."
พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสกำแพงป้องกันตัวเองอีกครั้ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นว่ากฎข้อสุดท้ายนี้จะพิลึกพิลั่นขนาดไหน
"กฎข้อที่สาม..." เธียรเว้นจังหวะอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขากลับสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวพายเร็วกว่าเดิม มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้แล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนพายอุทานลั่นด้วยความตกใจ ร่างทั้งร่างแนบชิดติดกับอกแกร่งจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่แพ้กัน
"ทำอะไรของนาย ปล่อยนะ!" พายทุบไหล่หนาปึ้กด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายปัดผ่านแก้ม
"กฎข้อที่สาม..." เธียรโน้มใบกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่กำลังอ้าพะงาบๆ เถียงไม่ทัน "ห้ามหลบตาเวลาผมมอง... และห้ามใจสั่นเวลาอยู่ใกล้ผมเด็ดขาด"
คำพูดนั้นทำเอาพายชะงักค้าง ดวงตากลมโตเผลอสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และความคลั่งไคล้ที่ถูกปิดบังไว้ไม่มิด
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันตาเห็น เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใครกันแน่ เธียรจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีด้วยความรู้สึกอยากจะแกล้งให้เข็ดหลาบเสียให้เข็ด แต่กลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ จากตัวคนในอ้อมแขนกลับทำให้สติที่ควบคุมไว้เริ่มสั่นคลอน
นิ้วเรียวของเธียรเลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนออกอย่างเบามือสัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพายลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนคิดคำด่าไม่ออก ทำได้เพียงยืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้อีกฝ่ายรุกรานพื้นที่ส่วนตัวตามอำเภอใจ
"นาย..." พายขยับปากจะเอ่ยประโยคปฏิเสธ แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นกระซิบ
ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเถียงอะไรต่อ ประตูห้องทำงานด้านในที่ปิดสนิทอยู่ก็ส่งเสียง 'คลิก' เบาๆ พร้อมกับบานประตูกลุ่มใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือใครบางคนที่มีสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวนี้โดยไม่ต้องเคาะ
"คุณเธียรคะ เอกสารสรุปยอดงบประมาณไตรมาสนี้... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าคะ"
เสียงหวานใสของเลขาฯ สาวคนสนิทที่ยืนหน้าตื่นอยู่ตรงธรณีประตูทำเอาพายสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต รีบออกแรงผลักอกแกร่งของเธียรสุดแรงจนกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
แต่ทว่า... ในจังหวะที่พายกำลังจะผละตัวหนีด้วยความตกใจอับอายนั้นเอง มือหนาของเธียรที่ไวกว่ากลับคว้าข้อมือเขาเอาไว้แน่น พร้อมกับดึงร่างบางให้กลับเข้ามาแนบชิดอกแกร่งอีกครั้งอย่างไม่แคร์สายตาใคร
เธียรปรายตามองเลขาฯ สาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาหลบสายตาด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย ก่อนจะกระซิบข้างหูพายด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"คิดจะหนีไปไหนล่ะครับ... เกมของเราเพิ่งจะเริ่มต้นรอบสองเองนะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากแข็งของเจ้าต้าวพายกับคุณเธียรนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 2
กฎสามข้อของผู้คุม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!