"ถ้าคุณยังเดินช้ากว่าเต่าคลานแบบนี้ ฉันจะโยนกระเป๋าแบรนด์เนมของคุณลงไปให้รถบรรพ์ทับเล่นตรงข้างล่างซะเดี๋ยวนี้แหละค่ะคุณเธียร"
น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งบางของพายที่ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าลิฟต์ส่วนตัว แรงกระแทกจากการลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ถึงสามใบทำให้ข้อศอกเรียวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อยเท่ากับการต้องมาทนเห็นคนตัวสูงใหญ่เดินทำหน้าตายราวกับกำลังเดินชมสวนพฤกษศาสตร์อยู่ในคอนโดหรูใจกลางเมืองแห่งนี้
เธียรชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหล่อเหลาคมคายราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นหันกลับมามองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังพ่นลมหายใจฟัดฟัดด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่รวบเป็นมวยลวกๆ ไปจนถึงเรียวขาขาวที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นสบายๆ สำหรับวันย้ายของ
"ปากเก่งจังนะพาย นี่มันคอนโดผม หรือคุณคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของห้องกันแน่ ถึงได้ออกคำสั่งผมซะดิบดี" เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าเจือแววเย้าแหย่ที่ตั้งใจกวนประสาทคนฟังให้สติหลุดโดยเฉพาะ
"ถ้าฉันเป็นเจ้าของ... ฉันคงไล่คุณไปนอนระเบียงตั้งแต่วินาทีแรกที่เหยียบเข้ามาแล้วค่ะ ไม่มายืนทนฟังเสียงบ่นน่ารำคาญแบบนี้หรอก" พายตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงพักตร์หล่อเหลาที่ตอนนี้ยกยิ้มมุมปากอย่างน่าหมั่นไส้
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นตัดบทการปะทะฝีปาก ทั้งคู่ก้าวเข้าไปด้านในโดยมีความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแคบๆ กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นจากตัวของเธียรลอยมาแตะจมูกพายทุกครั้งที่คนตัวสูงขยับตัว ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนเจ้าตัวต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
พายบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านี่คือ 'ข้อตกลง' เพื่อความอยู่รอดและเพื่อตัดรำคาญเสียงบ่นของมารดาที่ส่งเขามาดัดนิสัยกับลูกชายเพื่อนสนิท แต่ใครจะไปคิดว่าไอ้คุณเธียรผู้ชายน้ำแข็งเดินได้ในวันวาน จะกลายร่างมาเป็นรูมเมต์จอมกวนประสาทที่ขยันหาเรื่องมาปะทะคารมด้วยได้ทุกวريวินาทีแบบนี้
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น penthouses สูงสุด เธียรเดินนำออกไปก่อนจะแตะคีย์การ์ดเปิดประตูห้องชุดสุดหรูที่กว้างขวางจนแทบจะวิ่งเล่นได้ พายก้าวตามเข้าไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายคือห้องโถงกว้างสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี กระจกใสบานยักษ์จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครในมุมสูง แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงาจนระยิบระยับ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างประณีตราวกับหลุดมาจากโชว์รูมราคาแพง
"อืม... ก็ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ พอจะซุกหัวนอนได้" พายแกล้งทำเป็นพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ ทั้งที่ในใจแอบทึ่งกับรสนิยมของคนตรงหน้าไม่น้อย
"พูดจาให้มันน่ารักหน่อยสิครับคุณรูมเมต์ หรือจะให้ผมทบทวนความจำเรื่อง 'กฎการอยู่ร่วมกัน' ที่เราตกลงกันไว้ที่บ้านเมื่อคืนนี้อีกรอบดีล่ะ" เธียรหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อยจนพายต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
วงแขนแกร่งยกขึ้นทาบกับผนังทั้งสองข้าง กักขังร่างโปร่งไว้ตรงกลางอย่างจงใจ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส พายใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ร่างบางจึงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัว
"ถอยไปเลยนะเธียร ใครอนุญาตให้เข้าใกล้ฉันขนาดนี้เล่า!" พายเอ็ดเสียงเขียว มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีมีมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาซ่อนอยู่ "แล้วก็เลิกเอาเรื่องกฎบ้าบอมาขู่สักที ฉันจำได้ทุกข้อแม่นยิ่งกว่าท่องสูตรคูณอีกน่า!"
"แน่ใจเหรอครับว่าจำได้หมด..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูกvของคนตัวเล็ก ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียวจนพายสะ thấu ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "โดยเฉพาะ... กฎข้อที่สาม ที่บอกว่า 'ห้ามใจสั่นเวลาอยู่ใกล้รูมเมต์' เนี่ย คุณทำตามได้จริงๆ หรือเปล่า hmmm?"
คำถามเย้าแหย่พร้อมรอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากทำเอาพายหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือที่ดันอกอีกฝ่ายอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังแล่นพล่านอยู่ในอก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความปั่นป่วนที่ควบคุมไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้พายเกลียดตัวเองที่ดันแพ้ทางสายตาแพรวพราวคู่นั้นทุกที
"ฉันจะใจสั่นทำไมกับคนปากเสียอย่างคุณ ฝันไปเถอะ!" พายเค้นเสียงเถียงกลับทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
เธียรหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมทอดมองท่าทางพยศเหมือนแมวขู่ของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด ก่อนที่ร่างสูงจะยอมถอยออกไปอย่างนึกสนุก พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนหมั่นไส้
"โอเค ในเมื่อปากแข็งนัก งั้นเรามาพิสูจน์กันยาวๆ สามเดือนเต็มก็แล้วกันครับ... ไปจัดกระเป๋าในห้องนอนของคุณซะ ห้องทางขวานั้นแหละ ส่วนผมจะไปรอข้างนอก ห้ามจัดนานล่ะ เพราะผมไม่ชอบรอใครนานๆ"
พูดจบ เจ้าตัวก็หมุนตัวเดินผละไปยังโซนครัวอย่างไม่ยึดติด ทิ้งให้พายยืนหายใจฮึดฮัดอยู่คนเดียวหน้าห้องโถง พายพ่นลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะลากกระเป๋าเดินทางคู่ใจมุ่งหน้าไปยังห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้
การใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันระหว่างเขากับเธียรเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ... และพายก็เริ่มสังหรณ์ใจแปลกๆ แล้วว่า สามเดือนต่อจากนี้ คงไม่ใช่แค่การอยู่ร่วมกันธรรมดาแน่ๆ แต่มันอาจจะหมายถึงการที่หัวใจของเขาต้องตกอยู่ในอันตรายขั้นสุดยอด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน ขัดจังหวะที่พายกำลังจะเปิดซิปกระเป๋าเดินทาง ร่างโปร่งขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะคิดว่าคงเป็นเธียรที่ลืมของอะไรสักอย่าง แต่เมื่อหมุนลูกบิดเปิดออก กลับพบกับใบหน้าคุ้นเคยของเพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่หน้าห้อง
"เซอร์ไพรส์! เพื่อนรัก ตกใจล่ะสิว่าฉันโผล่มาได้ยังไง" จินเอ่ยทักทายเสียงใส พร้อมกับถือวิสาสะผลักประตูเดินเข้ามาในห้องหน้าตาเฉยราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง
พายอ้าปากค้าง กำลังจะเอ่ยปากไล่เพื่อนตัวดี แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่ก้าวตามหลังจินเข้ามาในห้องชุดด้วย ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ชายหนุ่มแปลกหน้าส่งยิ้มบางๆ มาให้พาย พร้อมกับดวงตาคู่คมที่มองตรงมาด้วยประกายแสงบางอย่างที่อ่านไม่ออก
หัวใจของพายกระตุกวูบทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบุคคลอันตรายที่เธียรจงใจซ่อนเร้นเอาไว้ และกำลังจะเข้ามาพลิกเกมชีวิตรูมเมต์ของเขากับเธียรให้พังทลายลงในพริบตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 3
ย้ายเข้าหอพัก (หรู)
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!