เศษกระจกใสเกลื่อนกลาดสะท้อนแสงไฟนีออนจากด้านนอกราวกับเศษเพชรที่ถูกโปรยปรายลงบนพื้นห้องพักพาย เสียงคำรามต่ำในลำคอของชายชุดดำร่างยักษ์คนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเงาเหล็กวาววับของมีดพกที่สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาของฉัน
"ถอยไป!" ฉันตวาดลั่น พร้อมกับคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะข้างเตียงปาใส่หน้ามันอย่างไม่คิดชีวิต
*เพล้ง!*
เศษเซรามิกแตกกระจาย เศษคมบาดเข้าที่แขนของมันจนเลือดซึม แต่มันกลับหัวเราะในลำคออย่างน่ากลัว ก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันในเสี้ยววินาทีที่ฉันกำลังจะถอยหลังสะดุดขอบพรม ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง แต่วินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม ประตูห้องที่ถูกล็อกไว้ก็พังโครมเข้ามาด้วยแรงถีบมหาศาล!
ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากออกจนหลวมโกรก ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสายตาดุดันที่ลุกโชนยิ่งกว่าไฟป่า เธียร... เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่บอดี้ガードมืออาชีพตามหลังมาจัดการไอ้พวกเศษสวะสามคนนั้นจนราบคาบภายในเวลาไม่ถึงนาที หมัดหนักๆ ของเธียรซัดเข้าที่กรามของชายชุดดำจนมันล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนที่เขาจะใช้เท้าเหยียบอกมันไว้ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดทุกอณูเส้นเลือด
"ใครส่งพวกแกมา..." น้ำเสียงของเธียรต่ำลึกและเย็นเยียบจนน่าขนลุก มันไม่ใช่เสียงของนักธุรกิจผู้ดีมีชาติตระกูล แต่มันคือเสียงของซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ ถ้าหากบังอาจแตะต้องคนที่เขารัก
เมื่อสถานการณ์สงบลง บอดี้การ์ดลากตัวพวกมันออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดและกลิ่นคาวเลือดจางๆ เธียรหันขวับมามองฉัน ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างกายฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหวาดวิตกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่าพาย..." เขาถามเสียงพร่า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมมาจับไหล่ฉันไว้แน่น
ฉันสะบัดไหล่ออกด้วยความหงุดหงิดที่ยังหลงเหลือ ปนกับความน้อยใจที่สะสมมาหลายวัน "แล้วมันเรื่องอะไรของนายล่ะคุณเธียร! มาทำเป็นห่วงตอนนี้มันไม่ช้าไปหน่อยเหรอ ไหนบอกว่าเรา 'จบกัน' แล้วไง ปล่อยฉันสิ!"
ฉันพยายามจะเดินเลี่ยงหนี แต่เธียรกลับคว้าข้อมือฉันไว้แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรง แรงปะทะทำให้หน้าอกของฉันชนเข้ากับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความเหนื่อยหอบและอารมณ์คุกรุ่น กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมกับกลิ่นอายความดุดันพุ่งเข้าปะทะจมูกจนฉันเผลอกลั้นหายใจ
"อย่าดื้อกับฉันได้ไหมพาย..." เขาพูดเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งและมาดเข้มที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเวทนาตัวเอง "ฉันเกือบจะเสียเธอไปแล้ว... รู้ตัวบ้างไหม"
"แล้วมันแปลว่าอะไรล่ะ นายเป็นคนผลักไสฉันเองนะ!" ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ "คิดว่าฉันเป็นตุ๊กตาหรือไง อยากจะไล่ก็ไล่ อยากจะมาทำหน้าหมาหวงก้างแบบนี้ก็ทำ ฉันมีความรู้สึกนะเธียร!"
เธียรนิ่งงันไปกับคำพูดบาดลึกของฉัน สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาบัดนี้แดงก่ำ เขาหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต ก่อนจะค่อยๆ คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าฉัน ท่ามกลางเศษกระจกที่เกลื่อนพื้น
ฉันสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูด "นาย... นายทำบ้าอะไรเนี่ย ลุกขึ้นมานะ!"
"ไม่..." เธียรเงยหน้าขึ้นมองฉัน สายตาคู่นั้นไม่มีฟอร์ม ไม่มีมาดนักธุรกิจร้อยล้าน มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างราบคาบ มือใหญ่เอื้อมขึ้นมาจับมือฉันไปแนบไว้ที่แก้มสากของเขา ไออุ่นจากผิวเนื้อของเขาทำให้หัวใจฉันกระตุกวูบ
"ฉันมันโง่เองพาย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ "ฉันกลัวความรู้สึกที่มันมีต่อเธอมากเกินไป กลัวว่าวันหนึ่งถ้าฉันปกป้องเธอไม่ได้ ฉันจะทนเห็นเธอเจ็บปวดไม่ได้... ฉันเลยเลือกที่จะผลักไสเธียรออกไป แต่วินาทีที่เห็นพวกมันพังกระจกเข้ามาในห้องนี้ หัวใจฉันมันเหมือนหยุดเต้น..."
น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในโลกกำลังร่วงหล่นลงมาสัมผัสกับฝ่ามือของฉัน ความเย็นเฉียบของคราบน้ำตาทำให้กำแพงทิฐิที่ฉันสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา
"นายมันบ้า..." ฉันพึมพำเสียงสั่น ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความอ่อนแอ
"ขอโทษนะ..." เธียรลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่แถวลาดไหล่จนขนลุกชัน "ขอโอกาสให้ฉันอีกครั้งได้ไหมพาย... ให้ฉันได้ดูแลเธอในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักเธอหมดหัวใจ ไม่ใช่แค่คนที่ปากแข็งอยู่หลังกำแพงบ้าๆ นั่นอีกแล้ว"
อ้อมกอดของเขาแน่นหนาและอบอุ่นจนฉันแทบละลาย ความโกรธเคืองทั้งหมดปลิวหายไปกับสายลม เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง ฉันกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้น ซุกหน้าลงกับอกกว้างเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายออกมาบนใบหน้า
"ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่ให้นายเข้าใกล้ฉันอีกเลยนะ..." ฉันกระซิบเสียงอู้หู ชิดอกเขา
เธียรหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ฉันได้ยินเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดจากเขา มือใหญ่ข้างหนึ่งย้ายมาประคองท้ายทอยฉันไว้ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มให้อย่างแผ่วเบา สายตาที่เขามองมามันหวานเชื่อมจนฉันแทบหายใจไม่ออก
"ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้ว สัญญาด้วยเกียรติของ..."
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศซาบซึ้งลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ เธียรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ฉันชะงักและผลקיตัวออกจากอ้อมกอดเขาเล็กน้อย
ใครกันที่มาเคาะห้องเอาป่านนี้? ในยามวิกาลที่เพิ่งเกิดเหตุระทึกขวัญผ่านไปหมาดๆ
เธียรส่งสัญญาณมือให้ฉันยืนรออยู่ข้างหลัง ก่อนจะเดินย่างสามขุมไปที่ประตูหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่พร้อมจะอัดทุกคนที่กล้ามาขัดจังหวะ เขากระชากประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด
ทว่า... ร่างของคนที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง กลับทำให้ลมหายใจของทั้งฉันและเธียรต้องสะดุดกึก และทำให้บรรยากาศทั้งหมดในห้องพลิกคว่ำลงในพริบตาเดียว!
...
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ รักเสมอค่ะ - แบล็กเวลเวต)
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 33
ขอโอกาสอีกครั้งได้ไหม
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!