เสียงฟ้าคำรามลั่นเลื่อนลั่นท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถوى... ปลายทางที่พายเลือกเดินหนีมาไกลจนถึงรีสอร์ทปลายด้ามขวาน ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ถูกปิดตาย ไม่มีแม้แต่เงาของความอบอุ่นที่เคยชิน มีเพียงความหนาวเหน็บที่กัดกินผิวเนื้อและกลิ่นอายความอับชื้นของห้องพักราคาประหยัดที่สะท้อนความหม่นหมองในใจได้ดีที่สุด
ร่างโปร่งนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาเก่าๆ ที่มีสปริงโผล่ขึ้นมาทิ่มแทงแผ่นหลัง ดวงตากลมโตบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ความปากเก่ง ความอวดดี และท่าทีไม่ยอมใครที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเคว้งคว้างและหัวใจที่ปวดหนึบจนแทบแหลกสลาย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบและหนักหน่วงท่ามกลางพายุฝนภายนอก ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ พายขยับตัวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ
"พาย! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำที่ตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามาทำเอาลมหายใจของคนข้างในติดขัด มันไม่ใช่เสียงของพนักงานรีสอร์ท... แต่มันคือเสียงที่เขาทั้งคุ้นเคยและพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต
"ผมบอกให้เปิด!"
*ปัง!*
ลูกบิดประตูถูกกระชากด้วยแรงอารมณ์ ก่อนที่บานประตูไม้เก่าๆ จะกระแทกผนังห้องเสียงดังสนั่น ร่างสูงโปร่งของเธียรยืนหอบหายใจหนักหน่วง หยดน้ำฝนไหลโทรมกายจนเสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบไปกับแผงอกแกร่ง ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสนิทกลับแดงก่ำและฉายแววความบ้าระห่ำอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน
เธียรในยามนี้ไม่ได้ดูเนียบเรียบเป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป สภาพของเขาสะท้อนชัดเจนว่าผ่านการขับรถฝ่าพายุและตามหาคนตรงหน้าอย่างคนสติหลุดมานานแค่ไหน
"นาย..." พายอ้าปากค้าง เสียงสั่นพร่าด้วยความตกใจ "ตามมา... ได้ยังไง"
เธียรไม่ตอบ เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนพายเซถลาปะทะแผงอกกว้าง ความเย็นเยียบจากเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของอีกฝ่ายซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามา แต่ความร้อนรุ่มจากฝ่ามือที่บีบแน่นจนเจ็บกลับทำให้พายหายใจไม่ออก
"คิดจะหนีไปไหนฮะพาย!" เธียรเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจดั่งสัตว์ป่าจ้องมองคนในอ้อมแขนราวกับจะกลืนกิน "เก่งนักนะ! ปิดเครื่องหนี นั่งรถมาไกลถึงนี่ คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีรึไงวะ!"
"ปล่อยนะ!" พายพยายามออกแรงผลักแผงอกแกร่ง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของคนคลั่งรักที่กำลังสติแตกได้ "ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน! นายมายุ่งทำไม!"
"เรื่องของนายเหรอ?" เธียรแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวที่เพิ่งผ่านพ้นไป "นายหายหัวไปสิบสองชั่วโมงเต็มโดยไม่บอกสักคำ โทรศัพท์ก็ปิด นายรู้ไหมว่าฉันเกือบประสาทกินตายห่าอยู่แล้วตอนที่ขับรถหาทุกรีสอร์ทในรัศมีร้อยกิโล!"
พายชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูง ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า หยดน้ำฝนและหยดเหงื่อผสมปนเปกันบนใบหน้าคมสัน แววตาคู่นั้นไม่ได้แสดงแค่ความโกรธ แต่มันฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียคนๆ นี้ไปตลอดกาล
"นาย... เป็นห่วงฉันงั้นเหรอ" พายถามเสียงแผ่วเบา หัวใจที่เคยด้านชาเริ่มเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดี
"เป็นห่วงเหรอ?" เธียรย้อนถามเสียงกร้าว ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง "คำว่า 'เป็นห่วง' มันน้อยเกินไปสำหรับความรู้สึกบ้าๆ ที่นายมอบให้ฉันแล้วพาย นายมันใจร้าย... รู้ตัวบ้างไหมวะ"
บรรยากาศในห้องพักแคบๆ เงียบงันลงทันที เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่และเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก เธียรจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของพาย ก่อนที่สายตาจะเลื่อนต่ำลงสำรวจสภาพทรุดโทรม ใบซีดเซียว และดวงตาบวมช้ำของคนตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บแปลบในอก
มือใหญ่ที่เคยบีบต้นแขนเปลี่ยนเป็นฝ่ายประคองใบหน้าหวานเอาไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างไม่ตั้งใจ หัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มใสแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนกะทันหันนี้ทำเอาพายเกือบจะหลั่งน้ำตาออกมาอีกรอบ
"สภาพดูไม่จืดเลยนะเรา..." เธียรเอ่ยเสียงพร่า ความดุดันหายวับไป เหลือเพียงความเวทนาและตัดพ้อ "หนีปัญหาเก่งนัก ทำไมไม่ลองหันมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องวะ"
"ก็คนมันโมโห..." พายเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความดื้อรั้น ถึงใจจะอ่อนยวบแต่ปากก็ยังแข็ง "นายทำตัวแย่ก่อนนี่นา จะให้ฉันยืนยิ้มรับความงี่เง่าของนายรึไง"
"เออ ยอมรับก็ได้ว่าฉันงี่เง่า" เธียรยอมจำนนอย่างง่ายดายชนิดที่พายคาดไม่ถึง ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "แต่ถ้านายกล้าหนีฉันมาอีกครั้ง... ฉันสาบานเลยนะพาย ว่าฉันจะล่ามนายไว้บนเตียงแล้วไม่ให้ก้าวขาไปไหนอีกเลย"
"ไอ้คนบ้า..." พายด่าอุบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งๆ ที่สถานการณ์ยังตึงเครียด
เธียรไม่สนใจคำต่อว่า เขาก้มใบหน้าลงมาประชิดจนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันจนหัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงศูนย์ทำให้สติของพายกระเจิงไปไกล
"กลับกรุงเทพฯ กับฉันเดี๋ยวนี้..." เธียรกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจังจนน่ากลัว "แล้วเราค่อยไปเคลียร์กันให้จบ... ทุกเรื่อง"
พายเม้มปากลังเล หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก มือหนาของเธียรเลื่อนลงมาสอดประสานกับเรียวนิ้วของเขา บีบกระชับแน่นราวกับต้องการย้ำเตือนว่าต่อจากนี้จะไม่มีการปล่อยมืออีกเด็ดขาด
ทว่า... ในจังหวะที่พายกำลังจะพยักหน้ารับคำ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ทาบทับผ่านกระจกหน้าต่างบานเกล็ดเก่าๆ
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูห้องพักอย่างเงียบเชียบ ผิดวิสัยของสถานที่แห่งนี้!
เธียรสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เปลี่ยนไปของคนในอ้อมแขน เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร มือข้างหนึ่งก็ผละออกเพื่อเตรียมจะหันไปมองต้นเสียง
*ปั้ง!*
กระจกหน้าต่างห้องพักแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับร่างของชายชุดดำสามคนที่พังบุกเข้ามาในห้องพร้อมอาวุธครบมือ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 32
พายหนีไปไกล
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!