พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 16

มากกว่าแค่ดีล

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
"ถ้ายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้กว่านี้อีกเซนเดียว ฉันจะถือว่าคุณฉวยโอกาส" เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่ยกขึ้นแตะแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่า เพื่อรักษาระยะห่าง ทว่ามันกลับดูเหมือนการเชื้อเชิญเสียมากกว่าเมื่อพายไม่ได้ผลักไสเขาออกไปอย่างที่ปากว่า เธียรหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึกยามเจรจาธุรกิจ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่แม้แต่จะรู้ตัวด้วยซ้ำ นี่คือตอนที่ 16 ของ "พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม" ในตอนที่มีชื่อว่า "มากกว่าแค่ดีล" ค่ะ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปาก นิ้วมือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนของคนปากเก่งออกให้อย่างเบามือ เป็นสัมผัสที่แผ่วเบาและทะนุถนอมจนคนถูกกระทำถึงกับชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของเธียรปัดป่ามอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก จนพายรู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดทั้งวันกำลังจะหลุดลอย "ฉวยโอกาสอะไรกันครับ... เอ่อ, ฉันหมายถึง... ฉันแค่จะเช็ดมุมปากให้เธอกินเลอะเทอะเป็นเด็กไปได้" เธียรเกือบหลุดสรรพนามคุ้นชินออกมา แต่ก็รีบแก้เกมด้วยการใช้นิ้วโป้งปัดคราบซอสที่มุมปากของพายออกอย่างนุ่มนวล พายเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงยับคนนี้ กำลังทำให้เขารู้สึกเหมือนสูญเสียการควบคุมทีละน้อย ตั้งแต่เรื่องสัญญาบ้าๆ นั่น จนถึงความใกล้ชิดเกินความจำเป็นที่เริ่มเกิดขึ้นบ่อยจนน่าตกใจ "ผมเป็นเจ้าหนี้ของคุณนะพาย จำไม่ได้เหรอ" เธียรโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหูจนขนลุกซู่ "เจ้าหนี้บ้าบออะไรซื้อกาแฟแก้วโปรดมาให้ทุกเช้า แถมยังนั่งเฝ้าเวลาผมปั่นงานโปรเจกต์จนตีสองตีสามทุกวันแบบนี้วะ" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าไม่บอกว่ามาทวงหนี้ ฉันคงนึกว่าคุณตกอับจนไม่มีงานการทำ ถึงได้มาเกาะติดชีวิตเด็กมหาลัยอย่างฉันแจขนาดนี้" "ก็เพราะกลัวว่าลูกหนี้จะช็อกตายคากองชีทหนังสือก่อนจะใช้หนี้หมดต่างหาก" เธียรตอบหน้าตาเฉย มือหนาเปลี่ยนจากการเกลี่ยปอยผมมาเป็นการคว้าแก้วกาแฟลาเต้เย็นอุณหภูมิหวานน้อยที่พายชอบมาถือไว้เอง พร้อมกับเลื่อนกล่องข้าวแบรนบาวด์ที่อุ่นร้อนกำลังดีมาตรงหน้า "กินข้าวซะ ตอนนี้เที่ยงตรงพอดี" "คุณสั่งข้าวร้านโปรดผมเหรอ..." พายกะพริบตาปริบๆ มองกล่องอาหารที่เปิดออกเผยให้เห็นเมนูโปรดที่ต่อคิวซื้อยากเย็นในย่านนี้ "อืม ร้านนั้นคิวยาวเป็นหางว่าว แต่บังเอิญผมมีคนขับรถที่ว่างงานอยู่พอดี เลยให้เขาไปยืนต่อคิวให้" เธียรตอบเสียงเรียบ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามในห้องสมุดคณะที่ถูกจับจองเป็นมุมส่วนตัวไปโดยปริยาย พายหรี่ตามองอย่างจับผิด "คนขับรถ? หรือว่าเลขาคุณที่เงินเดือนเป็นแสนคนนั้น" "เขามีหน้าที่ซัพพอร์ตงานทุกอย่างของผม รวมถึงเรื่องส่วนตัวด้วย" "ทาสในเรือนชัดๆ" พายบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ความอร่อยของอาหารทำให้ดวงตาคู่สวยเป็นประกายขึ้นมาทันที เธียรนั่งมองภาพนั้นเงียบๆ มุมปากหยักระบายยิ้มบางเบาที่นานๆ ทีจะปรากฏให้เห็น ความเหนื่อยล้าจากการประชุมเครียดกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศเมื่อช่วงเช้าพลันมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้เห็นเด็กดื้อตรงหน้ากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงข้อความมือถือของเธียรก็ดังขึ้น เจ้าตัวก้มลงมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจ "มีปัญหาอะไรรึเปล่า สีหน้าคุณดูเหมือนอยากจะเสกให้ใครสักคนหายไปจากโลก" พายที่เคี้ยวข้าวหมดปากเอ่ยแซะขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย "เปล่า... เรื่องงานที่บริษัทนิดหน่อย" เธียรวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ เลี่ยงที่จะสบตา พายแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ วางช้อนลงแล้วกอดอกมองนิ่ง "อย่ามาโกหกน่า หน้าคุณฟ้องชัดๆ ว่ากำลังมีเรื่องกวนใจ... หรือว่าคุณโดนสาวที่ไหนตามตื๊อจนรำคาญล่ะท่านประธาน" เธียรเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสดใสที่ฉายแววรู้ทัน ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม "ไม่มีใครกล้าตื๊อผมหรอ... ยกเว้นก็แต่เด็กปากจัดแถวนี้คนเดียวเนี่ยแหละที่ชอบสร้างปัญหาให้ผมปวดหัวอยู่เรื่อย" "ฉันไปสร้างปัญหาตอนไหน! ฉันอยู่เฉยๆ ของฉันแท้ๆ" พายโวยวายเสียงเบาแต่หน้าตาตื่นตระหนกจนเธียรนึกอยากจะแกล้งให้หนักกว่าเดิม "แล้วใครกันล่ะที่โทรมาโวยวายตอนตีสามเพราะหาชีทสรุปวิชาบัญชีไม่เจอ จนผมต้องขับรถฝ่าฝนเอาไปส่งให้ถึงหน้าหอพัก" "วันนั้นมัน... มันฉุกเฉินนี่นา!" พายหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อน "ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าหน้าที่ของผมคือการทำเกรดให้ดี ห้ามตกเด็ดขาดเพราะมันมีผลต่อเครดิตของบริษัทคุณที่เซ็นสัญญาไว้กับมหาลัย..." "นั่นมันเรื่องงาน..." เธียรเว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบพุ่งตรงมาที่พายราวกับจะกลืนกิน "แต่การที่ผมขับรถฝ่าฝนไปหาคุณตอนตีสาม... มันไม่ใช่เรื่องงานเลยสักนิด" บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะอุณหภูมิสูงขึ้นมาเฉียบพลัน พายรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยินเสียงมันอีกครั้ง สัมผัสทางสายตาของเธียรในตอนนี้มันเข้มข้นและร้อนแรงเกินกว่าที่เด็กหนุ่มอย่างเขาจะรับมือไหว ปากที่เคยเก่งกาจต่อกรกับคนอื่นมานักต่อนัก บัดนี้กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ "คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย เลี่ยนเป็นบ้า" พายหลบสายตา เสแสร้งหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแก้เขิน ทว่าใบหูที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง เธียรหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือออกไปหมายจะดึงแก้วน้ำออกจากมือเรียวที่ถือสั่นๆ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของทั้งคู่จะได้สัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังชั้นหนังสือ "อ้าว! อยู่นี่เองไอ้เธียร ปล่อยให้กูเดินหาตั้งนาน... เฮ้ย! พวกมึงทำอะไรกันวะเนี่ย?" จิน เพื่อนสนิทตัวแสบโผล่พรวดเข้ามาในมุมลับตาคน พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแซวเต็มพิกัด ด้านหลังยังมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนในกลุ่มอีกสองสามคนชะเง้อมองตามมาติดๆ พายสะดุ้งสุดตัวรีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปข้างหลังเสียงดังครูด ส่วนเธียรชักสีหน้าหงุดหงิดทันทีที่ถูกขัดจังหวะความหวาน ดวงตาคมดุวัติมองเพื่อนสนิทตัวดีด้วยสายตาพิฆาตที่พร้อมจะแช่แข็งคนพูดให้กลายเป็นจุลในพริบตา "มึงมาทำไมไอ้จิน" เธียรเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย "กูก็มาตามเพื่อนกُดิ จะหมดคาบอยู่แล้ว... อุ๊บ! หรือว่ากูมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานชื่นของ 'เจ้าหนี้' กับ 'ลูกหนี้' เขาเข้าวะเนี่ย" จินลากเสียงยาวพร้อมกับทำหน้าล้อเลียนสุดฤทธิ์ พายหน้าร้อนผ่าว รีบคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายไหล่ "ฉัน... ฉันต้องไปเข้าเรียนวิชาต่อไปแล้ว! ส่วนข้าว... ขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยงนะ!" พูดจบทันทีพายก็ก้าวฉับๆ หนีเตลิดออกจากตรงนั้นทันทีโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้เธียรนั่งหน้าตึงอยู่กับที่ ขณะที่จินยังคงส่งเสียงหัวเราะชอบใจไล่หลัง ทว่าในวินาทีที่พายกำลังจะเดินพ้นมุมชั้นหนังสือเพื่อออกไปยังประตูทางออก ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวบนหน้าจอมือถือก็เด้งขึ้นมาสว่างวาบ พร้อมกับชื่อของ 'คนปากร้าย' ที่ส่งตรงเข้ามาถึงหัวใจ *เธียร:* [เย็นนี้เลิกเรียน ห้ามไปไหน รออยู่ที่เดิม... ฉันมีเรื่องสำคัญ 'มากกว่าเรื่องนี้' ที่ต้องเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่อง] พายหยุดเดินกะทันหัน หัวใจกระตุกวูบเมื่ออ่านประโยคสุดท้ายจบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งตื่นกลัว หวั่นไหว และคาดเดาไม่ได้ว่าคนเอาแต่ใจอย่างเธียรคิดจะทำอะไรกันแน่... และก่อนที่เขาจะได้คิดทบทวนอะไรไปมากกว่านั้น เงาร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาขวางทางเดินเอาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้พายต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ! - แบล็กเวลเวต -
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%