เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาจนกระจกห้องพักสั่นสะเทือน พร้อมกับแสงสีขาววาบที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง โคมไฟระย้าบนเพดานดับสนิทลงในเสี้ยววินาที ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเสียงคำรามกึกก้องของพายุภายนอกที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
พายหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้อยู่กันแค่สองคนอย่างที่คิด!
"ไฟดับเหรอวะเนี่ย บรรยากาศเป็นใจชะมัด" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของจินดังขึ้นมาจากมุมมืดใกล้โซฟา เรียกให้พายสะดุ้งสุดตัวจนเผลอถอยหลังไปชนแผ่นอกกว้างของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเข้าอย่างจัง
เธียรไม่พูดอะไร มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้พายเซถลา ปลายนิ้วอุ่นจัดทาบทับผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนคนโดนจับสะท้านเฮือก พายรีบปัดมืออีกฝ่ายออกแทบไม่ทัน แต่ความมืดรอบตัวกลับทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างจนต้องคว้าชายเสื้อสูทของคนด้านหลังไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวแทน
"จิน... แกมาโผล่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เปิดไฟฉายจากมือถือวะ ตกใจหมด" พายแหวกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก น้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งสั่นน้อยๆ จนคนฟังจับพิรุธได้
"กูอยู่ของกูตรงนี้ตั้งนานแล้ว แค่พวกมึงมัวแต่ยืนสบตากันจนลืมโลกต่างหากล่ะ" จินหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน แม้จะมองไม่เห็นหน้ากันชัดเจน แต่ก็นึกภาพออกว่าเพื่อนสนิทหน้าแดงก่ำขนาดไหนในตอนนี้ "เอ้า เธียร... แฟนแกตัวสั่นใหญ่แล้ว รีบกอดปลอบสิครับ รออะไรอยู่"
"ปากดีนะจิน เดี๋ยวพ่อก็ไล่ออกไปยืนตากฝนข้างนอกซะนี่" เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาตามเคย แต่ทว่าวงแขนที่โอบเอวพายอยู่กลับกระชับแน่นขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย
พายกัดริมฝีปากแน่นในความมืด ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเธียรลอยวนอยู่รอบตัว ท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักจนกลบเสียงทุกอย่างรอบกาย หัวใจของเขากลับเต้นดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าเสียอีก
"ใครแฟนมันวะ พูดจาเพ้อเจ้อ" พายเค้นเสียงเถียง ทั้งที่ใบ้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "ปล่อยได้แล้วน่าเธียร คนยิ่งมืดๆ อยู่ อย่ามาฉวยโอกาสนะเว้ย"
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย นายคิดไปเองรึเปล่าพาย" เธียรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอขาวจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนียน พายรู้สึกได้ถึงความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น "แต่อันที่จริง... ถ้าจะให้ฉวยโอกาสตอนนี้ ก็คงไม่มีใครเห็นหรอกมั้ง"
"ไอ้บ้า..." พายฮึดฮัด ขยับตัวจะหนีแต่พื้นที่จำกัดทำให้เขาติดกับอ้อมแขนของอีกฝ่ายสนิท
"เอ่อ... กูว่านะ บรรยากาศแบบนี้ กูควรเดินออกไปเดินตากฝนข้างนอกดีกว่าไหมวะ เหมือนจะเป็นส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้" จินแกล้งถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าขยับเดินออกไปทางประตูห้อง พร้อมกับเสียงบานพับเปิดและปิดลงเบาๆ
ตอนนี้... เหลือแค่เขาสองคนจริงๆ แล้ว
ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนา มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกและเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ เธียรขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของพายแนบชิดกับอกแกร่ง ไม่มีช่องว่างระหว่างกันอีกต่อไป ความมืดทำให้ความกล้าของคนเราเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ หรือบางที... อาจเป็นเพราะหัวใจมันเรียกร้องจนเกินกว่าจะต้านทานไหว
มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อของพายออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดกับบุคลิกปกติทำให้พายชะงัก นัยน์ตาสองคู่ที่ปรับจนชินกับความมืดมองสบกันผ่านแสงวาบของสายฟ้าที่แล่นผ่านหน้าต่าง
"ทำไมถึงดื้อนักนะพาย" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมฝีปาก
"ใครดื้อ... นายต่างหากที่เอาแต่ใจ" พายเถียงกลับเสียงเบาหวิว ความอวดดีที่มีอยู่ก่อนหน้ามลายหายไปสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นลูบไล้กรอบหน้าของเขาอย่างทะนุถนอม
"แล้วไม่ชอบรึไง ที่ฉันเอาแต่ใจกับนายแค่คนเดียว"
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจ พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บซบและปฏิเสธมาตลอดเริ่มพังทลายลงในคืนที่พายุโหมกระหน่ำนี้ ไม่มีกำแพง ไม่มีข้ออ้าง ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงความจริงในใจที่ตะโกนร้องออกมาอย่างชัดเจน
พายเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่า ความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตาคู่สวย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อสูทของเธียรไว้ ออกแรงดึงเบาๆ ให้ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้ขึ้นอีก
"ถ้าฉันตอบว่าไม่ชอบ..." พายกระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงคืบ "นายจะหยุดไหมล่ะเธียร"
เธียรชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบเป็นประกายวับวับในความมืด มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีแค่ความเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนมานาน
"ถามแปลกๆ..." เธียรเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่บนริมฝีปากของพาย "คนอย่างเธียร... เคยยอมหยุดอะไรง่ายๆ ด้วยเหรอ"
พูดจบ เธียรก็ไม่เปิดโอกาสให้พายได้อ้าปากเถียงอีกต่อไปริมฝีปากหนาทาบทับลงมาปิดเรียวปากอุ่นนุ่มทันที ความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชาปะทุขึ้นในความมืด รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานเคล้าคลอไปกับเสียงฝนฟ้าคะนองภายนอก พายหลับตาลงรับสัมผัสที่ค่อยๆ สูบเอาสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้น วงแขนเรียวเกี่ยวรั้งรอบลำคอแกร่งแน่น ตอบรับสัมผัสที่วาบหวามนี้อย่างไม่คิดจะปฏิเสธใจตัวเองอีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังลึกซึ้งและเร่าร้อนถึงขีดสุด เสียงกSะแอมกระไอมอย่างจงใจก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องที่ปิดสนิท
"แฮ่ม! กูเตือนสติว่าประตูลืมล็อกนะเว้ย... แล้วกูก็ลืมของไว้ที่โต๊ะทำงานด้วย"
เสียงของจินดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน พร้อมกับเสียงเปิดไฟพรึบจากสวิตช์หน้าห้องที่สว่างวาบขึ้นจนพายต้องรีบผละออกจากอกเธียรแทบไม่ทัน หน้าแดงก่ำหัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจ
เธียรขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมดุหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ก่อนที่สายตาของเธียรและพายจะเบนไปหยุดอยู่ที่บุคคลอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังจิน... คนที่พวกเขานึกไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามวิกาลแบบนี้!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนพายุฝนอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
- แบล็กเวลเวต -
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 15
คืนที่ฝนตก
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!