หน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะกาแฟยังคงกะพริบแสงสีแดงวาบ รหัสเตือนภัย IP Address ปริศนาที่พยายามเจาะเข้าระบบโฟลเดอร์ลับยังคงเต้นตุบ ๆ ราวกับหัวใจที่กำลังรวนเรของคนสองคนที่นั่งประจันหน้ากันในห้องนั่งเล่นที่เงียบสนิท
พายลดสายจากจอภาพนั้นลงช้า ๆ ก่อนจะตวัดนัยน์ตากลมโตขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า... เธียร
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวก ๆ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชา ทว่าท่าทีนิ่งขรึมและแววตาที่มักจะฉาบความเย่อหยิ่งไว้เสมอ กลับไหววูบลงอย่างน่าประหลาด ยามเมื่อนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบา ๆ ลงบนพนักพิงโซฟา ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความลับที่แบกไว้ กับความจริงที่กำลังจะเอ่ยปาก
"นายรู้ใช่ไหม... ว่าฉันไม่ได้อยากเปิดดูไฟล์บ้า ๆ นั่นเพื่อจะจับผิดนาย" พายเปิดฉากทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาติดจะแข็งกร้าวเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นพร่าในอก "แต่ในเมื่อระบบมันฟ้องว่ามีคนพยายามแฮกข้อมูลของฉัน... และไอ้ IP Address เวรตะไลนั่น มันก็ดันเชื่อมโยงกับบริษัทของนาย นายจะอธิบายว่ายังไงล่ะ ท่านประธานคนเก่ง"
เธียรไม่โต้ตอบในทันที เขายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
"ฉันไม่ได้เป็นคนแฮก... แต่ก็นั่นแหละ ฉันเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงคีย์การ์ดสำรองของห้องทำงานนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ ทว่าหนักแน่นพอจะทำให้พายชะงักไป "นายอยากรู้ใช่ไหมพาย... ว่าทำไมฉันถึงต้องเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตนายตั้งแต่แรก ทำไมฉันถึงจำชื่อ นาย วันเกิด หรือแม้กระทั่งมุมโปรดเวลาที่นายหงุดหงิดได้หมดทุกอย่าง"
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวเผลอ กำชายเสื้อตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความปากแข็งที่เคยมีมันรวนเรไปหมดเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่เริ่มฉายแววเจ็บปวดลึก ๆ ของอีกฝ่าย
"ก็พูดมาสิ... อย่ามาลีลา" พายเชิดหน้าขึ้น พยายามรักษาฟอร์มของคนที่ไม่ยอมแพ้ใคร "คิดว่าทำหน้าทำตาแบบนั้นแล้วฉันจะสงสารนายหรือไง"
"ฉันไม่ได้อยากให้นายสงสาร" เธียรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ร่างสูงทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าพาย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นแตะเบา ๆ ที่คางหมุนรูปสวย บังคับให้พายต้องสบตาเขาตรง ๆ โดยไม่มีสิทธิ์หลบเลี่ยง
พายหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยระคนกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยวนอยู่รอบตัว ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วผิวแก้ม
"นาย..."
"สิบปีก่อน..." เธียรเริ่มต้นด้วยเสียงกระซิบที่แผ่วเบา ราวกับกำลังดึงตัวเองกลับไปสู่ห้วงความทรงจำที่พยายามฝังกลบ แต่มันกลับชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่ในใจเสมอ "มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่สนามเด็กเล่นหลังโรงเรียนมัธยม เพราะโดนเพื่อนรุมแกล้งจนสมุดวาดภาพที่ตั้งใจทำเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนและโคลน"
พายเบิกตากว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"เด็กคนนั้น... เอาแต่กอดสมุดเน่า ๆ เล่มนั้นร้องไห้จนตาบวมเป่ง" เธียรส่งยิ้มจาง ๆ ให้กับภาพในอดีตที่ฉายชัดในแววตา "แล้วก็มีเด็กผู้เดินดุ่ม ๆ เข้ามา ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าลายเป็ดให้ พร้อมกับด่ากราดใส่พวกที่แกล้งฉันด้วยถ้อยคำเจ็บแสบจนพวกมันวิ่งหนีหางจุกตูด"
ภาพความทรงจำสีจางในอดีตซ้อนทับเข้ามาในหัวของพายอย่างรวดเร็ว ราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมากลางใจ สมองของเขาประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง... ภาพเด็กผู้ชายมอมแมมที่นั่งกอดเข่าในวันนั้น กับใบหน้าคมคายของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งในวันนี้ ค่อย ๆ หลอมรวมเป็นคนเดียวกัน
"นาย..." พายหลุดปากครางออกมาได้แค่นั้น เสียงมันแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
"ใช่... เด็กคนนั้นคือฉันเองพาย" เธียรเลื่อนมือจากคางลงมาสัมผัสหลังมือบางที่กำเข้าหากันแน่น บีบกระชับมันด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้มาเนิ่นนาน "ตั้งแต่วันนั้น... นายไม่เคยรู้เลยใช่ไหม ว่านายกลายเป็นโลกทั้งใบของเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาตลอดสิบปีเต็ม"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน พายรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกอัดแน่นมหาศาลตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งตกใจ ทั้งซาบซึ้ง และสับสนปนเปกันไปหมด
ไอ้บ้านี่... ซ่อนเรื่องนี้ไว้ภายใต้ท่าทางปากร้ายและเยเย็นชามาตลอดหลายปีเนี่ยนะ!
"นายมัน... บ้าชัด ๆ" พายพยายามเค้นเสียงด่าออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความไหวหวั่นที่ล้นทะลัก ทว่าขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างดื้อดึง ปลายนิ้วที่ถูกกุมไว้สั่นระริก "แล้วทำไม... ทำไมถึงเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ ทำไมต้องทำเป็นร้ายใส่ฉัน ทำไมต้องทำเหมือนเกลียดนักหนาด้วยเล่า!"
เธียรหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความขม
ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับขมับของคนตัวเล็ก
"ก็ถ้านายรู้ว่าฉันคลั่งรักนายมานานแค่ไหน... นายคงหนีเตลิดไปไกลตั้งแต่ยังเรียนไม่จบแล้วสิพาย"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำเอาพายขนลุกซู่ ความรู้สึกหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาทำให้เขาแทบจะลืมวิธีหายใจ สองสายตาประสานกันลึกซึ้ง เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถักทอขึ้นจากอดีตและปัจจุบันจนแยกไม่อציק
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งจนหยดสุดท้าย เสียงแจ้งเตือนข้อความป๊อปอัปจากแล็ปท็อปบนโต๊ะเบื้องหลังก็ดังขึ้น *'ติ๊ง!'* ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ใยดี
เธียรขมวดคิ้วมุ่น ผละตัวออกจากพายเล็กน้อยเพื่อหันไปมองหน้าจอ ทันใดนั้น สีหน้าคมคายของนักธุรกิจหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อข้อความบนหน้าจอไม่ได้มาจากระบบจำลองของเขาอีกต่อไป... แต่มันคือข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งตรงเข้ามาในมือถือส่วนตัวของพาย
*[[ ภาพถ่ายปัจจุบันของพวกคุณทั้งคู่ถูกส่งตรงไปยังสำนักข่าวซุบซิบแล้ว... อยากรู้จังว่าถ้ารูปนี้หลุดออกไป ภาพลักษณ์ประธานหนุ่มผู้เย็นชากับเด็กมหาลัยปากจัด จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งยังไงนะ? ]]***
พายหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้อยู่กันแค่สองคนอย่างที่คิด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "แบล็กเวลเวต" นะคะ
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 14
ความลับที่เริ่มถูกเปิดเผย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!