“ถอยไปเลยนะเธียร!”
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความตื่นตระหนกเล็กน้อยหลุดออกจากริมฝีปากของพาย พร้อมๆ กับมือเรียวที่ยกขึ้นดันแผงอกแกร่งของคนตรงหน้าให้ออกห่าง ทว่าแรงปะทะนั้นกลับไม่ได้ผลเท่าใดนักเมื่อเทียบกับความตั้งใจของร่างสูงที่โน้มตัวลงมาประชิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นเมนทอลอ่อนๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มจนพายต้องเสมองทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความปั่นป่วนที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก
“เปลี่ยนแผนอะไรของนาย... อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นนะ” พายกัดฟันกรอด พยายามดึงความแข็งกร้าวกลับมาประดับบนใบหน้าให้เร็วที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำคาญใจที่เผลอทรยศเจ้าของ “แล้วใคร... ใครที่นายบอกว่าเพิ่งแลนดิ้งลงมาข้างล่างนั่น?”
เธียรไม่ตอบทันที นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างนึกสนุก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มร้ายกาจที่ทำให้พายอยากจะยกหมอนแถวนี้ขึ้นมาฟาดหน้าเขาให้สาสมกับความกวนประสาท
“คนที่คุณก็รู้ว่าใคร... ก็คนที่คอยตามตื๊อคุณจนน่ารำคาญไงครับ พาย” เธียรจงใจเน้นเสียงคำว่า *“คุณ”* และทิ้งน้ำเสียงทุ้มต่ำชวนขนลุกในตอนท้าย “พี่กรณ์ของคุณไง... คนที่โทรหาคุณสายแทบไหม้ตั้งแต่เมื่อคืน จนผมต้องเป็นคนกดตัดสายทิ้งให้เองกับมือ”
“นาย... นายกล้าดียังไงมาแตะมือถือฉัน!” พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปัดมือเขาออกแล้วถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนกับขอบเตียงนอน “นั่นมันความเป็นส่วนตัวนะเธียร! นายมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนั้น!”
“สิทธิ์ในฐานะคนที่ยืนอยู่ตรงนี้... และเป็นคนเดียวที่คุณกำลังต่อปากต่อคำอยู่ด้วยไงครับ” เธียรสาวเท้าเข้ามาประชิดอีกครั้งอย่างไม่เกรงกลัว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบดบังแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงจนเงาของเขาทาบทับร่างของพายไว้จนมิด “กลัวเหรอ? หรือว่ากลัวว่าพี่กรณ์สุดหล่อคนนั้นจะขึ้นมาเห็นสภาพที่เราสองคนอยู่ด้วยกันในห้องนี้ตามลำพัง... ในชุดนอนแบบนี้?”
พายก้มมองเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นของตัวเองแล้วอยากจะกรีดร้องให้ลั่นห้อง—ให้ตายสิ เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะนอน ทำไมสถานการณ์มันถึงได้พลิกผันกลายเป็นหนังระทึกขวัญชวนหัวใจวายไปได้
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเรียกที่คุ้นหูจนพายสะดุ้งสุดตัว
“พาย! น้องพายอยู่ข้างในหรือเปล่าพี่เองนะ กรณ์เอง! เปิดประตูให้พี่หน่อย!”
เสียงของกรณ์ดังทะลุบานประตูไม้เข้ามาอย่างชัดเจน หัวใจของพายหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดเล่น และภัยคุกคามระดับพายุเฮอร์ริเคนกำลังยืนเคาะประตูเรียกหาเขาอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร
พายหันขวับกลับมามองหน้าพระเอกหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางลอยชายราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง
“นาย... นายต้องออกไปทางระเบียง!” พายกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือไม้เริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูก “ถ้ากรณ์เห็นนายอยู่ในห้องฉันตอนนี้... ฉันไม่มีทางอธิบายให้จบในสามคำแน่ๆ ออกไปทางระเบียงเดี๋ยวนี้เลยนะเธียร!”
“ทำไมผมต้องออก?” เธียรเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นเอาไว้เต็มเปี่ยม “ในเมื่อห้องนี้ก็ห้องผม คอนโดนี้ก็ชื่อผม แล้วทำไมเจ้าของห้องตัวจริงอย่างผมต้องหนีแขกไม่ได้รับเชิญออกทางระเบียงด้วยล่ะครับ?”
“เธียร! นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะ!” พายพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งแล้วออกแรงดึงสุดกำลัง แต่คนตัวโตกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็ม “ถ้านายไม่ยอมไป... ฉันจะบอกว่านายบุกรุก!”
“เชิญเลยครับ” เธียรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมปลาบที่มักจะเยียบเย็นเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย “บอกเขาเลยว่าผมเป็นเจ้าของห้อง... และเป็นเจ้าของ *คุณ* ด้วย”
“ไอ้...”
ก๊อกๆๆ! “พาย! พี่รู้ว่าน้องอยู่ในนั้น เปิดประตูให้พี่เถอะน่า มีคนเห็นว่าเธียรมันพาขึ้นมาตึกนี้ด้วย อย่าดื้อสิครับคนดี”
เสียงของกรณ์ที่ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับชื่อของเธียรที่ถูกเอ่ยออกมา ทำให้พายชะงักกึก ใบหน้าหวานหันกลับมามองหน้าเธียรทันที ดวงตากลมโตฉายแววไม่เข้าใจระคนประหลาดใจ
“นาย... นายรู้ได้ยังไงว่ากรณ์รู้ว่าฉันอยู่กับนาย?” พายถามเสียงเบา ความระแวงฉายชัดในแววตา “อย่าบอกนะว่า... นายจงใจ?”
เธียรไม่ได้ปฏิเสธ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
“ผมแค่อยากรู้ว่า...” เธียรขยับเข้ามาใกล้จนพายต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ ฝ่ามืออุ่นจัดของเธียรเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่กลุ่มผมนุ่ม ปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยของคนปากร้าย ทำให้พายชะงักงัน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ “...ระหว่างไอ้หมอนั่นกับผม ใครที่ทำให้คุณรู้สึกร้อนรนมากกว่ากัน”
คำพูดนั้น... นุ่มนวล แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่กัดกินหัวใจจนพายรู้สึกชาไปทั้งร่าง ความโกรธที่ควรจะมีกลับถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนหวั่นไหวอย่างประหลาด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระกระเด็นออกมานอกอกเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่ทอดมองมาอย่างมีความหมาย
ไม่มีแววตากวนประสาท ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน สิ่งที่มีอยู่มีเพียงความลึกซึ้งที่เธียรไม่เคยยอมแสดงให้ใครเห็น... และเขากลับเลือกที่จะเปิดมันให้พายได้เห็นในมุมที่ใกล้ชิดที่สุด
“นายมัน...” พายพึมพำเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยสายตานั้น “นายมันบ้าไปแล้วเธียร...”
“ครับ... ผมบ้า” เธียรยอมรับหน้าตาเฉย ปลายนี้ดื้อรั้นลดลงเหลือเพียงความอ่อนโยนที่แฝงอยู่เบื้องลึก “บ้าจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหันมามองผมคนเดียว... ไม่ใช่ไอ้คนอื่นที่ยืนอยู่หน้าห้องนั่น”
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง มือที่เคยผลักไสค่อยๆ คลายลงโดยไม่รู้ตัว ภาพของเธียรในยามนี้ช่างแตกต่างจากนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้หัวใจที่ทุกคนรู้จักอย่างสิ้นเชิง—เขากลายเป็นผู้ชายอันตรายคนเดิม เพิ่มเติมคือความอบอุ่นที่พายไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี
“แต่นาย... นายจะปล่อยให้เขาเคาะประตูอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ” พายพยายามหาทางออกให้กับสถานการณ์เฉพาะหน้า แม้ว่าเสียงของตัวเองจะเบาราวกับเสียงกระซิบก็ตาม “ถ้าเขาพังประตูเข้ามาจริงๆ เราจะอธิบายกันยังไง”
“ปล่อยให้เขาพังไปสิครับ” เธียรพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของพาย “เพราะต่อให้เขาพังเข้ามา... สิ่งเดียวที่เขาจะเห็น ก็คือภาพที่คุณกำลังยืนอยู่กับผม... ในพื้นที่ที่เป็นของผมคนเดียว”
“เธียร—!”
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นหนักหน่วงกว่าเดิม พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความโมโหของกรณ์ “พาย! ถ้าไม่เปิดประตูพี่จะเรียกช่างมางัดแล้วนะ! นายเธียร ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย!”
พายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันไปมองประตูสลับกับใบหน้าของเธียรที่ยังคงนิ่งสงบรากับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าก่อนที่พายจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร มือหนาก็คว้าข้อมือของเขาไว้แน่น แล้วดึงร่างบางเข้าไปประชิดตัวในเสี้ยววินาที
เธียรโน้มใบหน้าลงมา กระซิบคำพูดประโยคสุดท้ายข้างริมฝีปากของพายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาสติกระเจิง—
“อยากรู้ไหมล่ะครับ... ว่าถ้าเขาเปิดประตูเข้ามาตอนนี้ สีหน้าของไอ้กรณ์มันจะทุเรศขนาดไหนเมื่อเห็นว่า... *คนของผม* กำลังถูกผมจูบอยู่?”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด พายยังไม่ทันได้เปล่งเสียงปฏิเสธริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงทั้งหมดไว้ทันที... ความนุ่มนวลที่เจือความดุดันและเร่าร้อนในคราวเดียวกัน ทำให้โลกทั้งใบของพายหมุนเคว้งคว้างจนหลงลืมเสียงทุบประตูด้านนอกไปชั่วขณะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาตลอดนะคะ แบล็กเวลเวตคนนี้สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินจิกหมอนแบบนี้ให้รี้ดเดอร์ทุกคนอย่างจุใจในตอนต่อไปแน่นอนค่ะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 9
พายเริ่มหวั่นไหว
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!