พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 8

รอยจูบที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังกร็อกแกร็กสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ชั่ววินาทีนั้นโลกทั้งใบ parece ว่าจะหยุดหมุนลงตรงหน้าผากที่ชนกันพอดี เธียรไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดหาข้อแก้ตัว ร่างสูงใหญ่ที่เมื่อครู่ยังยืนคุมเชิงด้วยความเย่อหยิ่ง กลับพุ่งพรวดเข้าคว้าเอวบางของพายไว้ด้วยสัญชาตญาณ แรงดึงที่ฉับพลันทำให้ร่างของพายเซถลาล้มทับลงไปบนโซฟาตัวนุ่ม โดยมีแผงอกกว้างของอีกฝ่ายตามทาบทับลงมาอย่างหมิ่นเหม่ “เฮ้ย! ทำบ้าอะไร—” พายอุทานออกมาได้แค่นั้นเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเธียรเลื่อนขึ้นมาปิดริมฝีปากเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งคู่ปะปนกันจนแทบแยกไม่ออก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความเร่าร้อนเฉพาะตัวของเธียรแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท จนสมองของพายขาวโพลนไปชั่วขณะ *แอ๊ด—!* บานประตูเปิดผางเข้ามาพร้อมกับร่างโปร่งของจินที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้อง พร้อมเสียงบ่นอุบอิบที่เตรียมไว้แmช็ดยาว “นี่นาย! ล็อกห้องทำไมวะ ฉันเคาะจนมือจะหัก— อ้าว เฮ้ย!” จินชะงักกึก ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างจนแทบถลนเมื่อภาพตรงหน้าประจักษ์แก่สายตา บนโซฟาตัวยาว... เธียร—ท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชาและถือตัว กำลังคร่อมทับอยู่บนร่างของพายด้วยท่าทางที่หมิ่นเหม่เกินกว่าคำว่า ‘อุบัติเหตุ’ จะอธิบายได้ เสื้อเชิ้ตของเธียรหลุดลุ่ยกระดุมบนเม็ดนึงเผยให้เห็นไหปลาร้าคมชัด ส่วนพายก็นอนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบระเบิด จินอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็นตรงหน้า “เอ่อ... คือว่า... ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะความสุข... เอ้ย ความลับอะไรของพวกนายนะเว้ย!” จินละล่ำละลักละมือไม้ไม่ถูก รีบยกมือขึ้นปิดตาทันทีทั้งที่แอบแยกนิ้วกว้างเท่ากำแพงบ้านเพื่อแอบมอง “เชี่ย! พาย นายใจร้อนไปป่ะเนี่ย เพิ่งรู้จักกันไม่นาน เล่นปล้ำกันกลางห้องเลยเหรอวะ? เธียร นายก็เถอะ หน้าตาดูขรึมๆ ที่แท้ก็เสือซ่อนเล็บนี่หว่า!” “จิน! ปากเสีย!” พายแว้ดเสียงHissใส่เพื่อนสนิทหน้าแดงแจ๋ด้วยความอับอาย อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด พยายามจะผลักอกเธียรออก แต่คนตัวโตกว่ากลับทิ้งน้ำหนักลงมามากกว่าเดิมราวกับแกล้งกัน เธียรไม่ได้มีท่าתิร้อนรนแม้แต่น้อย เขายันศอกข้างหนึ่งไว้กับพนักโซฟา ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเจ้าเล่ห์อย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตาสีนิลคมกริบก้มลงมองคนใต้ร่างที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความหมั่นไส้ “เพื่อนเธอนี่... ปากดีเหมือนเจ้าของร่างเลยนะ” เธียรจงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ขนลุกซู่ เสียงนั้นต่ำพร่าจนจินที่ยืนปิดตาอยู่ถึงกับต้องแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ “ใครปากดีวะ! ปล่อยนะเว้ย ไอ้บ้าเธียร!” พายดิ้นสุดแรงเกิด มือเรียวระดมทุบเข้าที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายไม่ยั้ง แต่เธียรกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงมหาศาลจากคนตัวโตทำให้พายรู้ซึ้งทันทีว่า การต่อ ้กรรกับคนอย่างเธียรในระยะประชิดแบบนี้มันอันตรายต่อหัวใจแค่ไหน “ถ้าดิ้นอีกที ฉันจะถือว่านายเรียกร้องความสนใจนะ พาย” เธียรโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้มใส พายสะท้านเฮือก เผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะเมื่อดวงตาคมคายคู่นั้นมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขา ลึกซึ้งและร้อนแรงเสียจนพายต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ใคร... ใครจะไปเรียกร้องความสนใจจากนาย ปล่อยฉันนะโว้ย จิน! ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ ช่วยกูด้วย!” พายหันไปโวยวายใส่เพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำทีเป็นเดินไปดูวิวที่หน้าต่างราวกับคนตาบอดหูหนวกไปเรียบร้อยแล้ว “ช่วยไม่ได้เว้ยเพื่อน! แฟนใคร แฟนมันดิ... เอ้ย ไม่ใช่! บรรยากาศแบบนี้ ฉันไม่อยากขัดลาภ เอ้ย ขัดจังหวะ! พอดีนึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่รถ งั้นฉันลงไปรอข้างล่างก่อนนะ ตามสบายเลยพวก!” พูดจบทันที จินก็ชิ่งหนีออกจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูดัง *ปัง!* ทิ้งให้พายเผชิญชะตากรรมอยู่กับ ‘เสือร้าย’ ตามลำพังสองต่อสองอย่างไม่มีทางหนี ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องชุดหรูอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่แปลกประหลาด หัวใจของพายเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เสียงสะท้อนจากอกกว้างที่แนบชิดกันอยู่ยิ่งตอกย้ำความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าเส้น ่กั้นของคำว่า ‘คู่กัด’ ไปไกลลิบ “เพื่อนเธอนี่ฉลาดดีนะ” เธียรเอ่ยเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มพึงพอใจ “ฉลาดบ้านนายสิ! ปล่อยได้แล้ว หนักนะเว้ย!” พายค้อนควักใส่ ปากก็เก่งแต่หัวใจกลับสั่นไหวจนควบคุมไม่อยู่ ยิ่งเธียรขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากชิดกันอีกครั้ง พายก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลอมละลาย “ไม่ปล่อย...” เธียรตอบเสียงพร่า สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู “เมื่อกี้ใครนะที่บอกว่าฉันใจร้าย? ใครนะที่กล้าท้าทายฉัน?” “ฉันเองแหละ ทำไม! จะหักคอฉันรึไงเล่า!” พายเชิดหน้าขึ้นเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าน้ำเสียงจะเริ่มสั่นนิดๆ ด้วยความประหม่าที่ซ่อนไม่มิด เธียรหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านแผงอกจนพายรู้สึกได้ มือหนาที่ตรึงข้อมือเขาไว้ข้างหนึ่งค่อยๆ คลายออก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไล้ปลายนิ้วอุ่นจัดขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้พายชะงักกึก ดวงตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววบางอย่างที่พายไม่กล้าแม้แต่จะตีความ “ไม่ได้จะหักคอ...” เธียรพูดแผ่วเบา ราวกับกระซิบกับตัวเองมากกว่าจะบอกคนใต้ร่าง “แต่แค่อยากจะลงโทษ... คนปากเก่งสักหน่อย” สิ้นคำพูดนั้น เธียรก็ก้มลงมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่พายจะทันตั้งตัว ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของพายอย่างแม่นยำ ไม่มีความรุนแรง มีเพียงความนุ่มนวลและดื้อรั้นที่บด ่ขยี้หัวใจของพายให้แหลکสลายเป็นจุลในพริบตาเดียว พายเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ริมฝีปากที่เคยใช้เถียงคำไม่ตกฟากตอนนี้ถูกปิดสนิทด้วยความหอมหวานที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เธียรขบเม้มริมฝีปากเขาเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้คนใต้ร่างเปิดทางให้ และด้วยความที่สติสัมปชัญญะหลุดลอย พายจึงเผลอเผยอริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน ส่งผลให้ลิ้นร้อนของเธียรแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ไม่ได้ตั้งใจในตอนแรก กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่กัดกินหัวใจจนพายแทบหายใจไม่ทัน มือเรียวที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเธียรแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไว้ไม่ให้ลอยเคว้ง เธียรประคองท้ายทอยของพายไว้หลวมๆ เพื่อบังคับให้องศารับจูบแนบ ่ชิดยิ่งขึ้น ความนุ่มนวลที่แฝงความดุดันทำให้พายรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชี้นำ นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เวลาหยุดเดิน เธียรค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ทิ้งไว้เพียงรอยแดงช้ำและหอบหายใจรดริน พายหลับตาปี๋ ใบหน้าแดงก่ำจนแทบจะระเบิด อกบางกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะทะลุตรอกออกมานอกอก “ทีนี้...” เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดกับมุมปากของพาย “ยังกล้าเถียงฉันอยู่อีกไหม... พาย?” พายลืมตาขึ้นช้าๆ มองค้อนคนตรงหน้าด้วยความเขินอายที่ผสมปนเปไปกับความหงุดหงิด ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจาเผ็ดร้อนตามนิสัยเดิม ทว่า... ก่อนที่เสียงแหวๆ จะหลุดออกจากปาก เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของเธียรที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโซฟาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้นลงอย่างไม่รู้เวลากล่าว เธียรขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่ก็ยอมผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว เขาก้มลงมองพายที่ยังคงนอนหอบอยู่บนโซฟาด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่พายอ่านไม่ขาด เธียรเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่เรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที “ว่าไง...” เธียรกรอกเสียงรับสายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความเย็นชาที่พายคุ้นเคย พายค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตัวเองให้เรียบร้อย พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นไม่เป็นจังหวะจากรสจูบเมื่อครู่ก็ตาม เขากวาดตามองเธียรที่หันหลังให้เพื่อคุยโทรศัพท์ สังเกตเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและแผ่นหลังกว้างที่ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีบางอย่าง... หรือใครบางคน... กำลังทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป เธียรวางสายโทรศัพท์ลงอย่างรวดเร็ว ใบหล่อเหลาหันกลับมามองพายด้วยสีหน้าที่เรียบสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยนเมื่อครู่นี้หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าบทจูบอันเร่าร้อนเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา “มีเรื่องด่วนเหรอ?” พายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกตัดอารมณ์ดื้อๆ เธียรนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีนิลคู่คมมองลึกลงมาในดวงตาของพาย ก่อนที่มุมปากหยักจะขยับยิ้มเย็นชาที่ทำให้พายรู้สึกใจหายวาบ “เปลี่ยนแผนแล้วล่ะ...” เธียรพูดเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความหมายบางอย่างที่ทำให้พายรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์ไม่ดีวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร... เพิ่งแลนดิ้งถึงล็อบบี้ข้างล่างนี้แล้ว” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่สั่นคลอนของพวกเขาในตอนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%