“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะ พาย... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเอง”
เสียงทุ้มต่ำที่ทิ้งท้ายไว้เมื่อวานยังคงดังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ราวกับจงใจทิ้งรอยแผลเป็นจาง ๆ ให้พายต้องหงุดหงิดเล่น แต่วันนี้ ไม่มีเวลามานั่งอารมณ์เสียกับคำประกาศสงครามไร้สาระพวกนั้นอีกแล้วค่ะ เพราะพื้นที่จัดแสดงงานโปรเจกต์สำคัญประจำปี ซึ่งพายทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบมานานนับเดือน กำลังถูกรุกรานจาก ‘ผู้ไม่ได้รับเชิญ’ อย่างหน้าด้านที่สุด
กล่องอุปกรณ์งานศิลป์ราคาแพงถูกเคลื่อนย้ายออกจากจุดเดิมอย่างไร้ความปรานี โต๊ะจัดวางโมเดลจำลองถูกผลักให้ถอยร่นไปชิดมุมอับจนเกือบจะชนผนังห้อง ส่วนตรงกลางพื้นที่โซน A ซึ่งเป็นทำเลทองที่ดีที่สุด กลับถูกแทนที่ด้วยป้ายไวนิลสีฉูดฉาดของ ‘กรณ์’ คู่แข่งตัวฉกาจจากคณะบริหารธุรกิจ ที่ไม่เคยคิดจะแข่งขันกันด้วยฝีมือตรง ๆ เลยสักครั้ง
พายกอดอกแน่น ดวงตากลมโตหรี่ลงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อุณหภูมิความเดือดในเส้นเลือดพุ่งทะยานจนเกือบแตจุดเดือด ปากเรียวบางยกยิ้มเหยียดหยามออกมาทันทีเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปกำลังยืนสั่งการลูกน้องด้วยท่าทางวางโต
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะคุณกรณ์” เสียงใสเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย น้ำเสียงไม่ได้ดังมากแต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องโถงต้องหยุดมือแล้วหันมามอง
กรณ์หันขวับกลับมา รอยยิ้มเย่อหยิ่งฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบพิมพ์นิยมที่พายมองทีไรก็รู้สึกคลื่นไส้ทุกที เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ก่อนจะก้าวเท้าย่างสามขุมเข้ามาหาด้วยท่าทางเหนือกว่า
“อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณพายคนเก่งนี่เอง” กรณ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห “พื้นที่ตรงนี้ทางคณะบริหารเราทำเรื่องขออนุญาตเปลี่ยนมือมาอย่างถูกต้องตามกฎแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น งานของคุณ... ก็ควรจะไสหัวไปอยู่มุมอับซะ หรือถ้าไม่มีปัญญาหาที่ลงใหม่ จะให้ผมช่วยบริจาคพื้นที่ใต้บันไดให้เอาไหมล่ะครับ”
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากกลุ่มลูกสมุนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่พายไม่มีทางยอมตกเป็นฝ่ายถูกเหยียบหัวอยู่ฝ่ายเดียวแน่ค่ะ ร่างเพรียวก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทันทีโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง
“ถูกต้องตามกฎเหรอคะ? แปลกจังนะคะที่กฎของมหา’ลัยอนุญาตให้คนบางจำพวกใช้ ‘เส้นสาย’ มาเบียดเบียนผลงานของคนอื่นหน้าด้าน ๆ แบบนี้ได้” พายแย้มยิ้มหวานหยดแต่แฝงไปด้วยพิษสงที่พร้อมจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ “ถ้าสมองของคุณมันคิดได้แค่วิธีสกปรก ๆ แบบนี้ แนะนำว่าควรเอาเวลาไปพัฒนาทักษะการนำเสนอผลงานที่มันห่วยแตกของตัวเองซะดีกว่านะคะ จะได้ไม่ต้องมาคอยแอบฉกฉวยพื้นที่คนอื่นแบบนี้ น่าสมเพชตายชัก”
“ปากดีนักนะพาย!” กรณ์หน้าชาขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธ มือหนาเผลอยกขึ้นทำท่าจะคว้าแขนเรียวด้วยความบันดาลโทสะ
หมับ!
ทว่ามือหนาอีกข้างหนึ่งกลับพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของกรณ์เอาไว้กลางอากาศได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่กดลงไปบนกระดูกทำให้หน้าของกรณ์เหเกด้วยความเจ็บปวดทัน
พายสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยระคนกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยเข้าจมูก พร้อมกับแผ่นหลังกว้างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาบังร่างของเธอไว้จากสถานการณ์คุกคามเมื่อครู่ได้อย่างมิดชิด
เธียรยืนนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ความรู้สึกจนน่ากลัว ดวงตาสีนิลคู่คมกริบกวาดมองกรณ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียดหยาม ราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่มดปลวกไร้ค่าที่เหยียบเมื่อไหร่ก็ได้
“การใช้กำลังกับคนอื่นในพื้นที่สาธารณะ... ดูเหมือนทางคณะบริหารจะไม่ได้อบรมเรื่องมารยาทพื้นฐานมาให้สินะครับคุณกรณ์” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่กลับกดดันจนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตาเห็น
“คุณเธียร! เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณนะครับ นี่มันเรื่องการจัดการพื้นที่ของ...”
“พื้นที่ตรงนี้ เป็นของโปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างบริษัทผมกับทางมหาวิทยาลัย” เธียรพูดแทรกขึ้นทันที น้ำเสียงเฉียบขาดไม่เปิดโอกาสให้เถียง “และถ้าผมจำไม่ผิด สิทธิ์ในการเลือกโซนแรกเป็นของทางคณะนิเทศศาสตร์... ไม่ใช่ของหมาลอบกัดอย่างคุณ”
พายที่ยืนแอบมองอยู่หลังแผ่นหลังกว้างถึงกับเผลอกัดริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะกับความปกป้องแบบมึน ๆ ซึน ๆ แต่โคตรจะเท่ของคนปากร้ายคนนี้ ยัยจินที่ยืนอยู่ไกลออกไปถึงกับทำมือเป็นสัญญานมือถือโทรศัพท์แล้วทำปากมسبว่า *‘กรี๊ดดด สามีแห่งชาติมาแล้วแม่!’* ใส่เธอรัว ๆ
กรณ์หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อบริษัทของเธียร เพราะไม่มีใครในวงการธุรกิจตอนนี้ที่ไม่รู้จักนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคนนี้ เขาทำได้แค่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดแขนออกจากการจับกุมแล้วหันไปตวาดลูกน้อง
“เก็บของ! เราย้ายไปโซนอื่น!”
สิ้นเสียงทุ้งโวยวาย กลุ่มของกรณ์ก็รีบขนย้ายข้าวของออกไปจากพื้นที่อย่างทุลักทุเล ท่ามกลางสายตาสمเพชของรอบข้าง จนกระทั่งบรรยากาศกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เธียรค่อย ๆ หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่ด้านหลัง ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกขึ้นน้อย ๆ อย่างหมั่นไส้
“เก่งนักนะ... เกือบโดนเขาตบหัวทิ่มอยู่แล้ว ยังจะมีหน้าไปยืนยิ้มระรื่นอีกเหรอครับ” เธียรเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์
“ใครบอกว่าพายจะโดนตบกันล่ะคะ ต่อให้ไม่มีคุณโผล่หัวมา พายก็จัดการตาบ้านั่นคว่ำไปนานแล้วต่างหากเล่า!” พายเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน ไม่ยอมรับความหวังดีง่าย ๆ หรอกค่ะ ชายหนุ่มคนนี้ชอบทำตัวปากร้ายใส่เธอนักนี่นา
“ปากดีแบบนี้ตลอด” เธียรทอดถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวพายจนแผ่นหลังบางเกือบจะชิดติดโต๊ะทำงาน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มใส “แต่ถ้าเกิดเมื่อกี้ผมมาไม่ทัน... คุณคิดเหรอว่าตัวเองจะรอด”
พายชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ความใกล้ชิดที่มากจนเกินเหตุทำให้กลิ่นกายหอมสะอาดของอีกฝ่ายโอบล้อมเธอไว้จนแทบจะหายใจไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ จนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอาย
“ถ... ถอยไปเลยนะคะ มายืนใกล้ขนาดนี้ทำไมเนี่ย!” พายยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกจากตัว แต่เธียรกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับหนี แถมยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
“ทำไมล่ะครับ กลัวผมเหรอ หรือว่า...” เธียรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “...กำลังเขินผมกันแน่ หື... คุณพาย”
ยังไม่ทันที่พายจะได้อ้าปากเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในอก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังปังใหญ่ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“พี่เธียร! แย่แล้วครับ! เรื่องใหญ่แล้ว... ผลคะแนนโหวตโปรเจกต์รอบนี้ของพวกเราโดนแฮก!”
ร่างของรุ่นน้องปีสองคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว
เธียรชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที ร่างสูงปล่อยมือจากข้อมือของพายช้า ๆ ก่อนจะหันขวับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตที่รุ่นน้องยื่นส่งให้
พายขมวดคิ้วแน่นด้วยความสังหรณ์ใจแปลก ๆ เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเธียรแล้วก้มลงมองตัวเลขบนหน้าจอที่กำลังกระพริบเตือนสีแดงฉาน คะแนนพรีเซนต์ที่ควรจะเป็นอันดับหนึ่ง กลับร่วงดิ่งลงสู่ก้นเหวภายในเวลาไม่ถึงนาที
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของพายต้องสะดุดกึก และทำให้เธียรต้องหันกลับมามองสบตาเธียรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ใช่แค่เรื่องคะแนนโหวตที่ถูกสับเปลี่ยน
แต่มันคือชื่อบัญชีผู้ใช้งานที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอระบบควบคุมส่วนกลาง... กลับเป็นรหัสประจำตัวนักศึกษาของ ‘พาย’ เอง!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 12
สงครามประสาท
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!