พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 11

เพื่อนใหม่ที่น่าสงสัย

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงกระแทกของแก้วกาแฟเซรามิกที่วางลงบนโต๊ะไม้เนื้อหนาไม่ได้ดังจนเกินไป แต่มันหนักแน่นพอที่จะตัดบทสนทนารสชาติกร่อยๆ ระหว่างเราสองคนให้ขาดสะบั้นลงในเสี้ยววินาที “ฉันว่านายควรเลิกส่งสายตาแบบนั้นสักที เธียร มันน่ารำคาญมากกว่าดูเท่” ฉันพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างนึกหมั่นไส้ ดวงตาเรียวรีมองค้อนคนตรงข้ามที่ยังคงนั่งไขว่ห้างทำหน้าตายสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน เธียรไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมของฉันเลยสักนิด เขายังคงใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนพื้นโต๊ะ เป็นจังหวะกวนประสาทที่ฉันอยากจะยกฝ่าเท้าขึ้นไปประทับบนหน้าแข้งเขาเสียให้เข็ด ปากบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่การตามติดเป็นเงาตามตัวแถมยังคอยขัดขวางไม่ให้ผู้ชายคนไหนเข้ามาใกล้ฉันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มันต่างอะไรจากคำประกาศความเป็นเจ้าของแบบกลายๆ ล่ะคะ “ฉันแค่มองหน้าแฟนตัวเอง มันผิดตรงไหน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่สายตาที่ตวัดมองกลับมานั้นพราวระยับจนน่าหมั่นไส้ “ใครแฟนคุณ ทราบแล้วเปลี่ยนด้วยนะคะว่าเรายังไม่ได้เคลียร์สถานะกันเลยสักนิด อย่ามาเนียนอนุญาตให้ตัวเองได้สิทธิพิเศษฝ่ายเดียวสิคะ คุณชายเธียร” ฉันเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นผิดจังหวะไปชั่ววูบเมื่อเจอสายตาคมกริบที่ส่งประกายความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งอันตรายต่อสุขภาพจิตของพายคนนี้เป็นบ้า “หึ ปากเก่งแบบนี้ เดี๋ยวคืนนี้บนเตียงจะทำให้รู้ว่าสถานะอะไร...” “หยุดค่ะ! หยุดความคิดลามกจอนจดของคุณไว้ตรงนั้นเลยนะ” ฉันยกมือขึ้นห้ามแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อสมองเผลอจินตนาการไปไกลตามคำพูดกำกวมของอีกฝ่าย จินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทำได้แค่ส่งเสียงสำลักน้ำลายตัวเองเบาๆ ก่อนจะรีบหยิบทิชชَّขึ้นมาเช็ดปากแล้วทำเป็นมองนกมองไม้เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามประสาทระหว่างเรา บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกึ่งคาเฟ่สุดหรูริมแม่น้ำกำลังดำเนินไปในแบบที่ฉันคุ้นชิน—ความอึดอัดที่เคลือบด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง เธียรคือความยุ่งเหยิงที่เข้ามาปأسวนชีวิตอันสงบสุขของฉัน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉันเองนี่แหละที่เริ่มจะเสพติดความยุ่งเหยิงนี้เข้าให้แล้ว ทว่า ความเงียบสงบที่ชวนให้ใจเต้นแรงกลับถูกทำลายลงด้วยเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะ “ขอโทษนะครับ พอดีโต๊ะโซนอื่นเต็มหมดแล้ว ผมขอแชร์โต๊ะนั่งด้วยคนได้ไหมครับ พอดีมาคนเดียวแล้วเห็นว่าที่ตรงนี้ยังว่างอยู่” เสียงทุ้มหวานนุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ รอยยิ้มที่เป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบสะอาดสะอ้าน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับส่งตรงมาที่ฉันอย่างมีความหมาย ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่เขามีออร่าบางอย่างที่ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ทันทีที่ก้าวเข้ามาในรัศมีสามเมตร ฉันกะพริบตาปริบๆ กำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธเพราะเห็นว่าพวกเรากำลังคุยเรื่องส่วนตัวกันอยู่ แต่ทว่า... “เต็ม” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาจากปากเธียรกลับดังขึ้นตัดหน้าเสียก่อน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธียรไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่แก้วกาแฟของตัวเอง แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกชัดเจนว่าพ่อคุณกำลัง ‘หงุดหงิด’ ขั้นสุด “เอ่อ แต่พนักงานบอกว่าผมนั่งตรงนี้ได้นะครับ...” ชายหนุ่มแปลกหน้ายังคงแย้มยิ้มอย่างใจเย็น ไม่ทีท่าทีว่าจะถอยหนี เขากวาดสายตามองพวกเราสามคนแวบหนึ่ง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ฉันด้วยแววตาเป็นประกายเกินความจำเป็น “ผมชื่อ ‘กรณ์’ นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก...คนสวย” ประโยคหลังเขาตั้งใจเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยมาให้ฉันโดยเฉพาะ ให้ตายเถอะ ประโยคทักทายแบบนี้มันเชยระเบิด แต่สายตาที่พราวระยับและท่าทางมั่นอกมั่นใจนั่นกลับทำให้คนมองรู้สึกแปลกๆ ได้เหมือนกัน ฉันเหลือบมองหน้าเธียรที่ตอนนี้รัศมีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนจินที่นั่งข้างๆ ถึงกับต้องขยับตัวหนีออกห่าง “เชิญป้ายหน้าค่ะ พอดีโต๊ะนี้...มีเจ้าของแล้ว” ฉันเลือกที่จะปฏิเสธด้วยรอยยิ้มสุภาพตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงพายุลูกย่อมๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากผู้ชายฝั่งตรงข้ามก็ตามที “อ้าว เจ้าของยังไม่ได้นั่งลงนี่ครับ หรือว่า...” กรณ์ทำทีเป็นมองหน้าฉันสลับกับเธียร รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน “อ๋อ เพื่อนร่วมงานเหรอครับ หน้าตาบึ้งตึงขนาดนี้ นึกว่าเจ้าหนี้เสียอีก” เคร้ง! เสียงวางแก้วกาแฟกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะอย่างแรงจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อย เธียรเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นดุดันและเย็นชาจนกรณ์ชะงักไปชั่วขณะ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวพระเอกของเราพุ่งทะยานจนแทบจะคว้าจับต้องได้ “ถ้าไม่อยากตาบอดก่อนวัยอันควร ก็ไสหัวไปซะ” เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ทรงพลังและน่ากลัวจนฉันเองยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กรณ์หุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนถ้าใครไม่สังเกตดีๆ คงไม่มีทางเห็น—ก่อนที่เขาจะระบายยิ้มออกมาอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเป็นมิตรเหมือนตอนแรก แต่มันกลับเคลือบไปด้วยความท้าทายบางอย่างที่ทำให้สันหลังของฉันวาบขึ้นมาแปลกๆ “ใจร้อนจังนะครับ... สงสัยผมคงต้องขอตัวจริงๆ สินะ” กรณ์เอ่ยเสียงเบา ทว่าสายตาที่เขาทิ้งไว้ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป กลับไม่ได้มองที่เธียร แต่มันกลับจ้องตรงมาที่ฉันด้วยประกายตาดุดันและลึกล้ำจนน่าประหลาด “จำหน้ามันไว้ให้ดีนะ” เธียรพึมพำลอดไรฟัน สายตาดุจเหยี่ยวจ้องมองตามแผ่นหลังของกรณ์ที่เดินหายลับไปทางประตูร้าน ฉันหันกลับมามองหน้าเธียรที่ตอนนี้สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นด้วยความไม่พอใจ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง “หึงหรอคะ?” ฉันอดไม่ได้ที่จะแกล้งแซวออกไปเพื่อลดความตึงเครียด แม้ว่าในใจจะเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวตนของ ‘เพื่อนใหม่’ คนนี้ขึ้นมาตงิดๆ แล้วก็ตาม กรณ์ดูไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวหลงทางธรรมดา... และที่สำคัญ สายตาที่เขามองฉันเมื่อครู่ มันเหมือนกับคนที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในเกมที่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เธียรหันขวับมามองฉันทันที ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล มือหนาเอื้อมข้ามโต๊ะมาคว้าคางฉันไว้ด้วยความเร็วที่ไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ชิดริมฝีปาก “หึงเหรอวะ... พาย เธอไม่รู้หรอกว่าไอนั่นมันมองเธอด้วยสายตาแบบไหน” เธียรเสียงพร่าต่ำ ร Aหัวใจของฉันกระหน่ำรัวแรงด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายถึงชีวิต “และที่สำคัญ... มันไม่ใช่คนแปลกหน้าธรรมดาอย่างที่เธอคิดแน่” ฉันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ สติปัญญาที่เคยรวดเร็วพลันสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเธียรไล้เบาๆ ที่กรอบหน้าอย่างถือวิสาสะ ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* ฉันเหลือบสายตาลงมองหน้าจออัตโนมัติ ข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏเด่นหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับภาพถ่ายใบหน้าของฉันเองที่เพิ่งถูกถ่ายจากมุมนี้เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา... *“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะ พาย... เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเอง”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่ 11 ด้วยกันนะคะ รักที่สุดค่ะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%