“คุณพ่อ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”
เสียงของเธียรหลุดลอดริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังตัวตนมาตลอดหลายปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบกรานไหวระริกยามกวาดมองร่างสูงสง่าของประธานบริษัทใหญ่อันเป็นที่ยجเกรง ซึ่งกำลังก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในห้องพักฟื้นวีไอพีแห่งนี้อย่างมั่นคง
ไม่ใช่แค่เธียรที่ช็อกจนแทบหยุดหายใจ พายที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเผลอควชายเสื้อโค้ทของอีกฝ่ายไว้แน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ ‘เจ้าสัวกิตติ์’ บิดาผู้ทรงอิทธิพลของเธียร ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเกลียดความอ่อนแอเป็นที่สุด
บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างของผู้มาใหม่จนแทบหายใจไม่ออก
“ถ้าฉันไม่มา ฉันคงไม่มีวันได้เห็นลูกชายคนเก่งของบริษัท นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปล่อยให้ตัวเองล้มป่วยจนต้องหามเข้าโรงพยาบาล... เพียงเพราะอีโก้บ้าๆ ของแกเอง” สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
เธียรขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว “ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่พักผ่อนน้อย... คุณพ่อไม่ควรเสียเวลามาที่นี่เลยครับ”
“หุบปากซะ เธียร” เจ้าสัวกิตติ์ปรายตามองบุตรชายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเบนสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของพายซึ่งยืนหลบอยู่ด้านหลัง “แล้วก็นั่น... คนที่แกพยายามผลักไสไล่ส่งมาตลอด แต่สุดท้ายก็ต้องวิ่งแจ้นไปลากตัวกลับมาอยู่ข้างกายตอนที่ตัวเองเกือบจะไม่รอดสินะ”
พายสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกพาดพิง รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากบาง รีบขยับตัวออกห่างจากเธียรเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม “เอ่อ... สวัสดีครับท่าน ประธาน... คือผมแค่มารับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยเฉยๆ ครับ ไม่มีอะไรเกินเลย...”
“ไม่ต้องแก้ตัวแทนไอ้เด็กดื้อนี่หรอก พาย” เจ้าสัวยกมือขึ้นห้ามปราม น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด “ฉันรู้ว่านิสัยลูกชายฉันมันร้ายกาจแค่ไหน ปากร้าย ใจแข็ง จนบางทีฉันเองยังอยากจะซัดมันสักหมัดสองหมัด... แต่ก็นั่นแหละ คนเรามักจะเพิ่งมารู้คุณค่าของบางสิ่ง ก็ต่อเมื่อเกือบจะเสียมันไปแล้วไม่ใช่รึไง”
ประโยคนั้นทำเอาเธียรชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบอย่างรุนแรง เขาหันไปมองพายที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ช่วงเวลาที่เขาเกือบจะหมดสติบนโซฟา ความหวาดกลัวที่แล่นริ้วเข้ามาในอกไม่ใช่ความกลัวตาย... แต่เป็นความหวาดกลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่พบดวงตารั้นๆ คู่นั้น ไม่ได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปด และไม่ได้สัมผัสไออุ่นจากคนตรงหน้าอีก
ใช่... เธียรรู้แล้วตอนนี้
เขาอยู่ไม่ได้... ถ้าไม่มีพาย
ความจริงข้อนี้กัดกินหัวใจเขาจนเจ็บแปลบ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกผูกพันแบบคนคุ้นเคย แต่มันคือความจริงที่ว่า พายได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจเขาไปเสียแล้ว หากขาดคนคนนี้ไป โลกทั้งใบของเธียรคงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่หนצוเหน็บและไร้ซึ่งความหมายใดๆ
“คุณพ่อกลับไปก่อนเถอะครับ” เธียรเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นกว่าทุกครั้ง “ผมจัดการชีวิตตัวเองได้แล้ว... และผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากสิ่งที่ผมเพิ่งรู้ว่าสำคัญที่สุดไปเด็ดขาด”
เจ้าสัวกิตติ์จ้องมองลูกชายอยู่นาน เหมือนจะค้นหาความจริงจังในแววตานั้น ก่อนมุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างนึกขัน “ให้มันจริงอย่างที่ปากพูดเถอะ แกมันก็แค่ไอ้เด็กปากแข็งที่ซ่อนความคลั่งรักไว้จนมิดชิด... เอาล่ะ ฉันแค่อยดูให้แน่ใจว่าแกยังไม่ตาย วันนี้มีงานประชุมใหญ่ที่บริษัท ฉันขอตัวก่อนดีกว่า”
พูดจบ ท่านก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องพักฟื้นอีกครั้ง
ทว่า... บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม
ความอึดอัดระคนความซาบซึ้งลอยวนอยู่ในอากาศ เธียรหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตากลมโตคู่นั้นช้อนขึ้นมองเขาอย่างลังเล ก่อนพายจะเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงติดจะประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“มองอะไรเล่า? พ่อแกเพิ่งเทศน์ให้ฟังซะหูชา ยังไม่สำนึกอีกรึไง... ว่าแต่เมื่อกี้หมายความว่ายังไงหะ ที่บอกว่าจะไม่ยอมปล่อยมือจากสิ่งที่สำคัญที่สุดน่ะ จะบอกว่าหมายถึงฉันรึไง อย่ามามโนนะเธียร!”
เธียรไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายันกายลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดร่างโปร่งทีละก้าว แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนพายต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
“ใครมโน?” เธียรโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ “ฉันพูดเรื่องจริง... และนายก็รู้ดีที่สุด ว่าฉันหมายถึงใคร”
“ไอ้... ไอเธียร ป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะมาทำเจ้าเล่ห์อีกนะ!” พายร้องโวยวาย พยายามยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่กลับถูกมือหนาคว้าหมับแล้วรวบไปทาบไว้ตรงตำแหน่งหัวใจข้างซ้ายแทน
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจเต้นรัวรากับกลองเพลสะท้อนผ่านฝ่ามือ ส่งต่อความรู้สึกร้อนลุ่มที่กัดกินหัวใจเข้ามาถึงข้างใน พายชะงักงัน ดวงเบิกกว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเว้าวอนและความรักล้นปรี่ที่เธียรไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อน
“หัวใจฉันมันเต้นเพราะนาย... พาย” เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู พัดพาเอาความซาบซึ้งและไอร้อนแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย “และฉันยอมรับตรงนี้เลยก็ได้... ว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย”
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ฟอร์มทำเอาพายใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจุกไว้ที่อก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความปากแข็งที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา
“คนบ้า...” พายพึมพำเบาๆ หลบสายตาคมคายที่มองมาอย่างแทบจะกลืนกิน “จู่ๆ ก็มาหยอด... ใครจะไปตั้งตัวทันเล่า”
“งั้นก็ไม่ต้องตั้งตัว...” เธียรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจแต่กลับทรงพลังทำเอาคนมองใจสั่นสะท้าน “เพราะต่อจากนี้... ฉันจะไม่มีวันให้นายหนีไปไหนพ้นอีกแล้ว”
เขาก้มหน้าลงหมายจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มที่เอาแต่ต่อปากต่อคำมาตลอดทางเพื่อเป็นการลงโทษคนดื้อรั้น ทว่าในจังหวะที่ระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของจินที่ถือถุงผลไม้เดินยิ้มร่าเริงเข้ามาในห้อง
“เฮ้ย เธียร เป็นไงบ้างวะกูซื้อส้มมาเยี่ยม— อุ๊ย! กูเข้ามาผิดจังหวะรึเปล่าเนี่ย หน้าแดงกันแจเชียวพวกมึง!”
เธียรชะงักกึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิดขีดสุด ขณะที่พายรีบผลักอกพระเอกหนุ่มออกแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าวหน้าตาตื่น
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่เธียรหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีเพื่อไล่ตะเพิดให้ออกจากห้อง จินกลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วยื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดค้างไว้ให้ดู พร้อมกับประโยคสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของเธียรและพายเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
“มึง... กูว่าพวกมึงรีบดูนี่ก่อนดีกว่าว่ะ หน้าประตูโรงพยาบาลตอนนี้ นักข่าวมากันเป็นกองทัพแล้ว!”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 30
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!