“โอ๊ะ ตายจริง... กูมาขัดจังหวะอะไรสวีตกันหรือเปล่าเนี่ย หมาโบ้กับเจ้าของกำลังปรับความเข้าใจกันเหรอจ๊ะ?”
น้ำเสียงกวนประสาทของจินดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศในห้องนั่งเล่นจนแทบหายใจไม่ออก ประตูบานเลื่อนกระจกที่เปิดอ้าซ่าเผยให้เห็นร่างโปร่งของเพื่อนสนิทตัวแสบยืนพิงกรอบประตูพร้อมรอยยิ้มเจ้าเลعة มือเรียวกำลังแกะถุงขนมเค้กในมืออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว สายตาก็กวาดมองสภาพยับเยินของพายและร่างสูงของเธียรที่ยืนค้ำหัวอยู่สลับกันไปมา
พายสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกแกร่งของเธียรออกห่างทันที ความร้อนพุ่งซ่านขึ้นมาลามเลียทั่วใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาได้จังหวะนรกเสียเหลือเกิน
“ปากมึงนี่นะจิน ถ้าไม่มีอะไรทำก็กลับห้องไปเลยไป!” พายแหวใส่กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง พยายามดึงสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติทั้งที่หัวใจยังเต้นโครมครามเหมือนกลองเพล
เธียรจิ๊ปากอย่างขัดใจ ร่างสูงถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ นัยน์ตาสีเข้มตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยไล่รุนแรงเหมือนทุกที เพราะลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่าถ้าไม่มีตัวชงอย่างจิน พายคงไม่มีทางยอมเปิดปากพูดเรื่องบ้าๆ ในอดีตออกมาง่ายๆ แน่
“พูดมากน่าพาย” เธียรปรายตามองเพื่อนตัวแสบของแฟน “ไหนๆ ก็มาเสือก เอ้ย มารบกวนเวลาส่วนตัวแล้ว ก็ยืนฟังเงียบๆ ไปด้วยกันเลยสิ จะได้รู้ว่าเพื่อนแกมันดื้อด้านแค่ไหน”
จินกะพริบตาปริบๆ ทำท่าทางตกใจเกินจริง ยกมือทาบอก “อุ๊ย แรงมากคุณชายเธียร! ว่าแต่ฉันดื้อด้านเหรอคะ? เปล่าเลย... ฉันแค่เป็นห่วงกลัวหมาแถวนี้จะโดนเจ้าของกัดหัวขาดเสียก่อนต่างหากเล่า” พูดจบทรงผมยาวประบ่าก็สะบัดพรึบ เดินน่องสะโพกเข้ามาหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตัวริมอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับตักเค้กเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ราวกับกำลังนั่งดูซีรีส์รอบปฐมทัศน์
พายส่งค้อนวงใหญ่ให้จินอีกรอบ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ตอนนี้ขยับเข้ามาประชิดตัวเขาอีกครั้ง เธียรไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังใช้ความเงียบกดดันให้เขาคายความลับที่ซ่อนไว้ในซอกหลืบมืดมนออกมาให้หมด
บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เป็นความกดดันชนิดที่บีบเค้นหัวใจ พายกลืนน้ำยาลายเหนียวหนืดลงคอ มือเรียวที่ไขว้ไว้ด้านหลังกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเก่าๆ ที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ก้นบึ้งของความรู้สึกค่อยๆ ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวกับภาพยนตร์ย้อนอดีตที่ฉายซ้ำ
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย... การต้องรื้อฟื้นแผลเป็นที่ตกสะเก็ดไปแล้วให้กลับมาฉีกขาดอีกครั้งต่อหน้าคนที่เขาแคร์ที่สุด
“มองหน้าฉันทำไมเล่า” พายเอ่ยเสียงแผ่วเบา หลบสายตาคมคู่นั้นไปมองแจกันดอกไม้บนโต๊ะกระจกแทน “จะให้พูดอะไรนักหนาเล่า... ฉันก็แค่... ไม่ชอบให้ใครมาทำเหมือนฉันเป็นเด็กอมมือ ที่ต้องคอยรับความหวังดีแบบบังคับยัดเยียด”
“พาย” เธียรเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด มือหนาเอื้อมออกไปคว้ามือเรียวที่กำลังกำเข้าหากันแน่นมาแกะออกอย่างเบามือ นิ้วเรียวยาวสอดประสานเข้ากับฝ่ามือชื้นเหงื่อของคนตรงหน้าอย่างมั่นคง “ฉันไม่ได้มองว่านายเป็นเด็ก... แต่สิ่งที่นายทำอยู่มันคือการวิ่งหนี นายหนีทุกอย่าง หนีปัญหา หนีแม้กระทั่งความรู้สึกของตัวเอง... และที่แย่ที่สุดคือ นายหนีฉัน”
“ฉันไม่ได้หนี!” พายเถียงเสียงแข็งทันควัน เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนพูดด้วยความดื้อรั้นที่เคลือบด้วยหยาดน้ำใสๆเอ่อคลอหน่วยตา “แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะวะเธียร! นายเคยรู้บ้างไหม... ว่าก่อนที่ฉันจะมาเจอ, นานแค่ไหนที่ฉันต้องยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว?”
คำพูดนั้นทำให้เธียรชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววับชั่วขณะ จินที่กำลังเค้กเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่ถึงกับชะมือที่ถือช้อนค้างไว้บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงทันที
พายแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชตัวเองและเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน แขนเรียวยกขึ้นกอดอกแน่นราวกับต้องการสร้างเกราะกำบังให้กับร่างกายที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย
“นายคิดว่าชีวิตฉันมันสวยงามมากหรือไงคุณชายเธียร?” พายเริ่มต้นเปิดปากด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากบาง “บ้านที่อบอุ่น พ่อแม่ใจดี เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง... โลกของนายมันอาจจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่วันที่ฉันอายุสิบห้า... วันที่แม่ฉันเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับผู้ชายคนอื่นโดยไม่หันกลับมามองลูกชายคนนี้เลยสักนิด นายรู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไง?”
ห้องทั้งห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน เธียรนิ่งงิ่งไป ขอบตาของคนฟังร้อนผ่าวขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น มันไม่ใช่ความดื้อรั้นแบบเด็กๆ แต่มันคือแผลเหวอะหวะที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากปากจัดและท่าทีไม่แคร์โลกของพาย
“พ่อฉัน... จากที่เป็นเสาหลักของบ้านก็กลายเป็นคนติดเหล้า เมามายทุกวัน เอาแต่โทษว่าฉันเป็นตัวซวยที่ทำให้แม่ทนอยู่ไม่ได้” น้ำตาหยดแรกไหลรินลงอาบแก้มเนียนอย่างเงียบเชียบ โดยที่เจ้าตัวพยายามจะยกหลังมือขึ้นปัดมันออกลวกๆ “ทุกครั้งที่พ่อเมา ฉันต้องคอยหลบอยู่ใต้บันได ฟังเสียงข้าวของแตกกระจาย เสียงทุบตี... ฉันโตมากับความรู้สึกว่า... ตัวเองไม่มีค่าพอที่จะถูกรักวะเธียร”
คำสารภาพนั้นพรั่งพรูออกมาพร้อมกับความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานหลายปี พายสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อกักเก็บเสียงสะอื้น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
เธียรไม่รอช้า ร่างสูงก้าวเข้าไปรวบตัวคนตรงหน้าเข้าสู่อ้อมกอดทันที แรงปะทะทำให้หน้าอกแกร่งแนบชิดกับแผ่นอกบาง พายพยายามจะขัดขืนและผลักไสตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่เธียรกลับกอดรัดแน่นขึ้น ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆ อย่างปลอบโยน ขณะที่คางมนเกยอยู่บนลาดไหล่บาง
“พอแล้วพาย... ไม่ต้องพูดแล้ว” เสียงทุบเบาๆ ที่แผ่นอกของเธียรหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กันของคนตัวโต “ฉันขอโทษ... ขอโทษที่โง่เง่าไม่เคยรู้ห่านอะไรเลย”
“นายไม่ได้โง่... ฉันต่างหากที่โง่ ที่เอาแต่ผลักไสทุกคนออกไป” พายซบหน้าลงกับไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของอีกฝ่ายจนเปียกชื้น เสียงสะอื้นฮักเบAๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
จินที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่มุมห้อง ค่อยๆ วางจานเค้กในมือลงบนโต๊ะเงียบๆ ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกตื้นตันไม่น้อย เพื่อนสนิทของเขารับแบกรับอะไรไว้มากมายขนาดนี้ โดยที่ปากแข็งไม่ยอมปริปากบอกใครเลยสักนิด
“นายมีค่าสำหรับฉันนะพาย” เธียรกระซิบชิดใบหู เสียงทุบต่ำนั้นแหบพร่าและจริงจังจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ “ต่อให้คนทั้งโลกจะมองนายยังไง ต่อให้พ่อแม่นายจะทิ้งนายไป... แต่นายก็ยังมีฉัน เข้าใจไหม? ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้นายต้องโดดเดี่ยวเผชิญหน้ากับอะไรคนเดียวอีกแล้ว”
พายหลับตาลงแน่น ซึมซับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอ้อมกอดแกร่ง ความรู้สึกปลอดภัยที่โหยหามาตลอดชีวิตค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นในขณะที่เตรียมจะเอ่ยคำบางคำออกมาเพื่อยอมรับความรู้สึกที่แท้จริง
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งและหัวใจของคนทั้งคู่กำลังหลอมรวมเข้าหากันนั้นเอง
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาขัดจังหวะ ทำลายความเงียบและความโรแมนติกทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
เธียรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหัวเสียอย่างถึงที่สุด ส่วนพายสะดุ้งสุดตัวผละออกจากอ้อมกอดด้วยความตกใจ ขณะที่จินลุกขึ้นยืนแล้วสบถเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด
“ใครมาวะเนี่ย... ขัดจังหวะชะมัด!” จินบ่นอุบอายพรางเดินไปส่องตาแมวที่ประตูห้อง
แต่ทว่า... ทันทีที่จินเปิดประตูห้องออกไป ใบหน้าของเพื่อนสนิทตัวแสบก็ซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต
คนๆ นั้น... คือคนที่พายไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เจอในสถานที่แบบนี้ และเป็นคนเดียวที่จะพังทลายความสงบสุขทั้งหมดที่เขากำลังสร้างขึ้นมาใหม่จนพินาศย่อยยับ!
“แม่...?”
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พายกับเธียรมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 35
ความในใจของพาย
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!