พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 6

สัญชาตญาณหวงของ

ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
เสียงเบสกระแทกกระทั้นจนช่องท้องสั่นสะเทือน แสงไฟนีออนสลับสีวับววมสาดไล่ไปตามร่างระหงของเหล่านักท่องราตรีที่เบียดเสียดกันแน่นขนัด แต่สำหรับพายในตอนนี้ บรรยากาศสนุกสนานพวกนั้นกลับกลายเป็นความอึดอัดไร้สาระไปถนัดตา เมื่อคนที่ควรจะอยู่เคลียร์เอกสารบ้าๆ บนเพนต์เฮาส์หรู กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขาด้วยใบหน้ามืดครึ้มยิ่งกว่าก้นกระทะ ซองเอกสารที่พายเพิ่งซุกซ่อนไว้ลวกๆ ในกระเป๋าเป้ยังคงสร้างความหน่วงในอก แต่ความตึงเครียดระดับร้อยเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดพุ่งพล่านทันทีที่เห็นว่าใครมาหยุดยืนขวางทางเดินระหว่างเขากับโต๊ะพูล "มาทำอะไรที่นี่?" พายเอ่ยถามเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความตกใจไว้ภายใต้ท่าทางตีมึน ร่างบางในเสื้อฮู้ดสีเข้มกอดอกแน่น ถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อร่างสูงใหญ่ของเธียรย่างสามขุมเข้ามาประชิด "ถามแปลก... ฉันมาตามคนแถวนี้ที่บอกว่าจะนอนพักผ่อน แต่ดันแ셀ฟี่เช็คอินในผับเปิดใหม่ใจกลางเมือง" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่ากลัวถูกส่งลอดไรฟันออกมา เธียรไม่ได้ตะโกนแข่งกับเสียงเพลง แต่รัศมีคุกคามรอบตัวเขากลับแผ่ขยายจนเพื่อนสนิทอย่างจินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องถอยฉากออกไปตั้งหลักโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของคนตรงหัวจรดเท้า ประเมินความเสียหายด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังหวงอาณาเขต "แล้วมันธุระอะไรของนายล่ะ? ฉันจะมาไหนกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉันป่ะ" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ความปากจัดทำงานเร็วกว่าสมองเสมอเมื่อเจอสายตาจับผิดแบบนั้น "อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของหน่อยเลย เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" คำว่า 'ไม่ได้เป็นอะไรกัน' กระแทกเข้าโสตประสาทของคนฟังอย่างจัง สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เธียรแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนแผ่นหลังของพายเกือบชนเข้ากับผนังกระจกของโซนวีไอพี มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวรั้งให้เข้ามาใกล้โดยไม่สนสายตาใคร "ปากดีนักนะพาย... ลืมไปแล้วหรือไงว่าเอกสารในกระเป๋าเธอมันมีลายเซ็นสัญญาอะไรอยู่บ้าง อยากให้ฉันทบทวนความจำเป็นของการเป็น 'เด็กในปกครอง' หน่อยไหม" เธียรโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าแต่เฉียบคมบาดลึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากตัวเธียรทำเอาพายใจกระตุกวูบ ความโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง มือเรียวพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงอารมณ์ของอีกฝ่ายกลับมีมากกว่าหลายเท่า "ไอ้คนฉวยโอกาส! เอาอำนาจปัญญาอ่อนมาขู่ฉันอีกแล้วนะ" พายกัดฟันกรอด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "ปล่อยแขนฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะโวยวายให้คนแถวนี้รุมประชาทัณฑ์นายจริงๆ ด้วย" "เอาสิ... ลองแหกปากดูสักที ฉันจะได้บอกพวกมันว่าเธียรคนนี้กำลังตามสามีเด็กดื้อที่หนีเที่ยวกลับบ้าน" "ใครสามีนาย! พูดจาบ้าบออะไรเนี่ย!" พายหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปก่อนหน้า หรือเพราะคำพูดหน้าด้านหน้าทนของผู้ชายตรงหน้ากันแน่ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เธียรชอบทำแบบนี้... ชอบทำให้เขาเสียอาการด้วยสายตาและน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้มิดชิด "ก็คนที่ยืนเถียงฉันอยู่นี่ไง" เธียรเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า แต่นัยน์ตากลับไม่มีแววหยอกเย้าเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความหวงแหนและดุดันจนน่ากลัว "คิดเหรอว่าหนีมาเที่ยวกับเพื่อนแล้วฉันจะไม่รู้? กลับเพนต์เฮาส์เดี๋ยวนี้พาย... อย่าดื้อ" "ไม่กลับ! ฉันนัดเพื่อนไว้แล้ว แล้วก็ไม่อยากกลับไปมองหน้าคนหน้ามึนแถวนี้ด้วย" พายสะบัดหน้าหนี ดึงข้อมือกลับสุดแรงจนหลุดจากการเกาะกุม เขาหันไปคว้าแขนจินที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ใกล้ๆ เป็นเกราะกำบัง "จิน กลับโต๊ะกันเหอะ แถวนี้อากาศเป็นพิษ หายใจไม่ออก" จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ส่งสายตาละล่ำละลักบอกเพื่อนรักว่าตัวเองไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ตรงนี้ "เอ่อ... พาย แกเคลียร์กับคุณเธียรเขาก่อนดีกว่ามั้ง ฉัน... ฉันปวดห้องน้ำว่ะ ไปก่อนนะ!" พูดจบร่างโปร่งของจินก็ชิ่งหนีหายไปกับฝูงชนอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าเร็วยิ่งกว่าแสง "ไอ้จิน! ไอ้เพื่อนทรยศ!" พายตบะแตก หันกลับมาถลึงตาใส่คนที่ยืนยิ้มเยาะอยู่คนเดียว "เพื่อนเธอยังฉลาดกว่าเจ้าตัวซะอีก" เธียรเอ่ยเย้า สอดมือหนาเข้าคว้าเอวบางรวบเข้ามาแนบชิดอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดจนพาย ขนลุกซู่ "เลิกดื้อแล้วเดินตามดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มพาดบ่าออกไปตรงนี้ ให้คนเขาสนุกกันทั้งผับล่ะเลือกเอา" "นายมัน... คนเผด็จการ!" พายพึมพำลอดไรฟันด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็ไม่กล้าโวยวายเสียงดังไปมากกว่านี้เมื่อเริ่มสังเกตเห็นสายตาของคนรอบข้างเริ่มหันมามอง ในจังหวะที่พายกำลังจะอ้าปากด่ากราดเพื่อเอาคืนให้สาสม จู่ๆ แสงไฟแฟลชวูบวาบจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดเข้าใส่ใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ พร้อมกับเสียงอุทานตกใจของใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล "เฮ้ย! นั่นคุณเธียรกับเด็กคนนั้นนี่หว่า... มาทำอะไรกันวะเนี่ย?" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นพร้อมกับร่างของปกรณ์ รุ่นพี่ในคณะบริหารที่พายเกลียดขี้หน้า เดินถือแก้วเหล้าเข้ามาประชิดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยการจับผิดและความอยากรู้อยากเห็นขั้นสุด เธียรชะงัก ร่างสูงตระหง่านขยับตัวบังร่างของพายไว้มิดในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาไร้ก้นบึ้งในทันทีที่ปกรณ์ก้าวเข้ามาขวางทางความส่วนตัวของพวกเขา "ถอยไป" เธียรเอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ปกรณ์ชะงักไปนิดแต่ยังฝืนยิ้ม "แหม คุณเธียรครับ แค่ทักทายเอง... ว่าแต่เด็กนี่เป็นใครเหรอครับ ถึงได้เกาะแกะกับนักธุรกิจใหญ่อย่างคุณได้ขนาดนี้ หรือว่าเป็น..." พายเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก หากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธียรถูกเปิดเผยออกไปในสถานะนี้ ทุกอย่างที่อดทนมาทั้งหมดคงพังไม่เป็นท่าแน่ มือเรียวที่ซ่อนอยู่ด้านหลังเอื้อมไปกำชายเสื้อของเธียรแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่ก่อนที่ปกรณ์จะได้เอ่ยปากพูดอะไรที่แย่ไปกว่านั้น เธียรกลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนากระชับกอดเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นไปอีก จนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาพายและปกรณ์ถึงกับอึ้งค้างกลางอากาศ "เขาเป็น 'คนสำคัญ' ของฉัน... และถ้าแกยังไม่อยากปากแตก มือถือในมือแกคงต้องระเบิดเป็นจุลแน่ ปกรณ์" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%