“จำฉันไม่ได้เหรอพาย… ฉันกลับมาหาเธอแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความอื้ออึงของเสียงเพลงในปาร์ตี้รูม ทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดชะงักลงทันที พายขมวดคิ้วแน่น ดวงตากลมโตมองสำรวจร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบสันจมูกโด่งเป็นสันคม และรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความคุ้นเคยรางเลือน... รางเลือนจนน่าหงุดหงิด
แต่ยังไม่ทันที่พายจะได้ประมวลผลอะไร ร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับผู้ชายคนนั้นเสียก่อน
“ถ้าความจำเสื่อมก็ไปโรงพยาบาลค่ะ อย่ามาเร่ขายความทรงจำแถวนี้”
น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นเฉียบจนติดลบหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธียร เจ้าของฉายานักธุรกิจผู้เย็นชาและปากร้ายเป็นที่หนึ่ง นัยน์ตาคมกริบของเธียรเวลานี้ไม่ได้ซ่อนความไม่พอใจเอาไว้เลยแม้แต่น้อย มันฉายชัดถึงความคุกกรุ่นราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อผู้ชายคนนั้นได้ทุกเมื่อ หากไม่ใช่เพราะมือเรียวของพายเอื้อมไปคว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้เสียก่อน
พายถอนหายใจเบา ๆ ปรายตามองคนข้างกายที่ตอนนี้ทำหน้าดุยิ่งกว่ายักษ์วัดแจ้ง ยิ่งเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น พายก็ยิ่งมั่นใจว่าถ้าเขาไม่เบรกเอาไว้ตอนนี้ มีหวังปาร์ตี้รูมนี้ได้กลายเป็นสนามมวยย่อม ๆ แน่
“เธียรคะ ใจเย็นก่อน...” พายกระซิบเสียงเบา พลางออกแรงดึงชายเสื้อคนตัวโตให้หันมามอง “ปล่อยให้เขาพูดก่อนสิคะ ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน ถึงได้มาทักทายฉันแบบนี้กลางดึก”
“ไม่ต้องฟังค่ะ ดูจากสายตาก็รู้ว่าไม่ได้มาดี” เธียรยังคงดื้อรั้น ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องมองผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นอย่างไม่วางตา ราวกับสุนัขหวงก้างที่พร้อมจะกระโจนใส่ทุกคนที่กล้าเข้าใกล้เขตหวงห้าม
“นี่คุณ...” พายหันไปถลึงใส่เธียรหนึ่งที “ฉันเป็นเจ้าของเรื่องนะ ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ฟัง... อีกอย่าง เลิกทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่นเขาสักทีได้ไหมคะ หน้าบึ้งแบบนั้นเดี๋ยวริ้วรอยก็ถามหาหรอก แก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ”
คำพูดจี้จุดเย้าแหย่ของพายทำให้เธียรชะงักไปนิด ดวงตาคู่คมตวัดกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ส่งยิ้มหวานหยดให้อย่างหมั่นไส้ “ฉันแก่แล้วยังไงคะ เด็กแถวนี้ถึงได้ชอบไปอ้อยอิ่งอยู่กับคนอื่นนัก”
“อุ๊ย! เริ่มพาลแล้วนะคุณหนูเธียร” พายแกล้งทำตาโต ประชดประชันกลับด้วยรอยยิ้มกวนประสาท “ฉันไปอ้อยอิ่งกับใครตอนไหนหลักฐานมีไหมคะ อย่ามาปรักปรำกันลอย ๆ นะ”
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงไปบ้างด้วยฝีปากที่ไม่มีใครยอมใครของทั้งคู่ แต่ชายแปลกหน้าผู้มาใหม่กลับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เรียกร้องความสนใจให้พวกเขากลับมามองอีกครั้ง
“ดูเหมือนฉันจะมาผิดจังหวะสินะ...” ชายหนุ่มคนนั้นพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ แต่แววตากลับพราวระยับขณะมองพาย “ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะพาย นายเองก็... ดูแลแฟนให้ดี ๆ ล่ะ ระวังจะโดนคาบไปกินซะก่อน”
พูดจบ เจ้าตัวก็ยกมือขึ้นโบกยิก ๆ แล้วหมุนตัวเดินหายกลืนไปกับฝูงชนในปาร์ตี้รูมอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พายยืนกระพริบตาปริบ ๆ กับคำว่า ‘แฟน’ ที่อีกฝ่ายทิ้งไว้กระแทกใจ
เธียรแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ “หึ... แฟนงั้นเหรอ ฟังดูเข้าท่าดีนี่คะ”
“ใครแฟนคุณคะ อย่ามามั่วซ้ำสองนะ” พายรีบปฏิเสธเสียงสูง ใบเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะคำพูดกำกวมของคนปากแข็งกันแน่ “เมื่อกี้ฉันแค่แก้สถานการณ์เฉพาะหน้าต่างหากเล่า อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยเธียร”
“ปากแข็งจังนะคะพาย” เธียรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มใส กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ยิ่งทำให้หัวใจของพายเต้นผิดจังหวะ “เมื่อกี้ใครกันนะที่ดึงเสื้อฉันไว้กลัวฉันจะไปต่อยเขา... เป็นห่วงฉันเหรอคะ หื้ม?”
พายเบือนหน้าหนีสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน เม้มปากแน่น ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองเผลอใจหายวาบตอนที่เห็นเธียรทำท่าเหมือนจะพุ่งไปมีเรื่อง
“ใครเป็นห่วงคุณ หลงตัวเองที่สุด!” พายค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะผลักอกแกร่งเบา ๆ “เลิกพูดมากแล้วกลับกันได้แล้วค่ะ ดึกมากแล้วนะ... อีกอย่าง ฉันมี ‘บทเรียน’ ที่ต้องสอนคุณใหม่อีกหลายเรื่องเลยด้วย เผื่อคุณจะเลิกทำตัวดุเป็นหมาบ้าแบบนี้สักที”
เธียรเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘บทเรียน’ “บทเรียนอะไรคะ? อยากสอนฉันเหรอ หรือว่าอยากให้ฉันสอนเธอกันแน่”
“ยัยบ้าเอ้ย...” พายแอบสบถเบา ๆ ในใจเมื่อโดนรุกกลับด้วยสายตาคุกคามแบบนั้น เขารีบก้าวเท้าเดินนำลิ่วออกจากปาร์ตี้รูมทันทีโดยไม่รอฟังคำแซวอะไรอีก ปล่อยให้เธียรหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีก่อนจะก้าวยาว ๆ ตามมาติด ๆ
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถเข้าสู่ถนนสายหลักในยามวิกาล ภายในห้องโดยสารเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ จากวิทยุ พายทอดสายออกไปนอกกระจก มองแสงไฟนีออนของเมืองใหญ่ที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว สมองยังคงวนเวียนคิดถึงเรื่องผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น... ใครกันนะ? แล้วทำไมถึงทำเหมือนรู้จักเขานักหนา?
“คิดอะไรอยู่คะ?”
เสียงทุ้มเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา เธียรเหลือบมองคนข้างกายที่นั่งเงียบมาตลอดทาง
“เปล่าค่ะ แค่คิดว่า... ทำไมคุณถึงชอบทำตัวดุใส่คนอื่นนัก” พายหันกลับมาสบตาคนขับ ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง “รู้ตัวไหมคะว่าเวลาคุณทำหน้าดุ หรี่ตา แล้วก็ทำเสียงเข้มใส่คนอื่นเนี่ย มันน่ากลัวขนาดไหน”
“ฉันเป็นนักธุรกิจนะคะ จะให้ไปยิ้มระรื่นแจกความสดใสให้ใครต่อใครเหมือนเธอมันไม่ใช่เรื่อง” เธียรตอบเสียงเรียบ สายตาจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า
“นั่นแหละค่ะปัญหาของคุณ!” พายโพล่งออกมาอย่างเหลืออด “คุณคิดว่าโลกนี้ต้องหมุนรอบความเย็นชาของคุณหรือไงคะ? คนอื่นเขาไม่ได้อยากโดนคุณเหวี่ยงใส่ตลอดเวลาหรอกนะ บางที... แค่คุณลองยิ้ม หรือพูดจาดี ๆ สักนิด ชีวิตมันจะง่ายขึ้นเยอะเลยรู้ไหม”
เธียรเหยียบเบรกชะลอรถเมื่อเจอสัญญาณไฟจราจรสีแดง เขานิ่งไปนิดก่อนจะหันมามองหน้าพายตรง ๆ แววตาไหววูบไปชั่วขณะ
“แล้วถ้าฉันยิ้มให้คนอื่น... เธอกจะหึงไหมล่ะคะ?”
คำถามย้อนกลับแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาพายสำลักน้ำลายตัวเอง “แค๊ก ๆ! ใครจะไปหึงคุณคะ บ้าหรือเปล่า!”
“อ้าวเหรอคะ นึกว่าจะหึงซะอีก เห็นทำหน้าบึ้งใส่ฉันตลอดเวลา” เธียรยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
“เธียร!” พายขึ้นเสียงอย่างเหลืออด ยื่นมือไปหยิกแขนแกร่งผ่านเนื้อผ้าสูทรarเบา ๆ เป็นการลงโทษ “อย่ามาเฉไชนะ เรากำลังคุยเรื่องนิสัยแย่ ๆ ของคุณอยู่นะคะ เลิกเปลี่ยนเรื่องแล้วฟังฉันให้ดี ๆ เลย”
เธียรยอมให้อีกฝ่ายหยิกโดยไม่หลบ แถมยังจับมือเรียวนั้นไว้แล้วดึงมากุมไว้ในอุ้งมืออุ่นของตัวเองอย่างถือวิสาสะ พายพยายามจะชักมือกลับแต่ก็ถูกปลายนิ้วแข็งแรงเกี่ยวล็อกไว้แน่นจนดึงไม่หลุด
“ก็ได้ค่ะ... สอนมาสิคะ ครูพาย” เธียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอบอุ่นไว้อย่างปิดไม่มิด “อยากให้ฉันปรับปรุงตรงไหนอีก ว่ามาเลยค่ะ ฉันพร้อมฟังเด็กดื้ออย่างเธอทุกอย่างแล้ว”
พายชะงักไปนิดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยน... ความอ่อนโยนที่นาน ๆ ทีจะได้เห็นจากคนปากแข็งคนนี้ มันทำเอาหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงไว้แน่นเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ พายรีบเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างรถเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอระบายออกมาบนริมฝีปาก
“ง…งั้นก็จำไว้ให้ดีนะคะ” พายพยายามทำเสียงให้เข้มที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ห้ามดุ ห้ามทำหน้ายักษ์ และที่สำคัญ...”
รถยนต์คันหรูแล่นเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้าคอนโดมิเนียมหรูของพาย เธียรดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองคนตัวเล็กที่ยังพูดไม่จบ
พายหันกลับมาสบตาเธียร ระยะห่างระหว่างกันในพื้นที่แคบ ๆ ในรถตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจเป่ารดกันและกัน นัยน์ตากลมโตฉายแววซุกซนปนเขินอายเล็กน้อย
“และที่สำคัญ... ห้ามทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันเวลาที่มีคนอื่นเข้ามาคุยด้วย... เข้าใจไหมคะ?”
เธียรนิ่งงิ่งไปชั่ววินาที ก่อนที่ประกายตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของพาย เสียงกระซิบพร่าต่ำดังแผ่วเบาจนคนฟังขนลุกซู่
“ข้อนี้... สงสัยจะทำตามไม่ได้หรอกค่ะพาย”
พายเบิกตากว้างตกใจ “ทำไมล่ะคะ?!”
“ก็เพราะว่า...” เธียรเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วอุ่นแตะเบา ๆ ที่คางมนบังคับให้พายหันกลับมาสบตากับเขาตรง ๆ “คนอย่าง ‘เธียร’ ไม่เคยแบ่งของรักให้ใคร... และถ้าใครบังجาญเข้ามาแตะต้องของของฉันอีก...”
เธียรหยุดพูด ปล่อยให้ประโยคที่เหลือแขวนค้างไว้กลางอากาศ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่อันตรายต่อหัวใจที่สุดในโลก
**“ฉันจะแสดงให้ดูค่ะ ว่าบทเรียนจากการขโมยของรักคนอื่น... มันเจ็บปวดแค่ไหน”**
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของเจ้าพ่อคนซึนกับน้องพายของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม•ตอนที่ 25
บทเรียนจากความรัก
ผลงานโดย แบล็กเวลเวต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กเวลเวต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขย้ำใจ นายตัวแสบของผม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!