เสียงค้อนไม้ประจำตัวของ ‘มาร์คัส’ ผู้ประมูลอาวุโสแห่งหอการค้าดาราคราม กระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงวีไอพีที่ตกแต่งด้วยศิลปะนีโอโกธิคและโคมระย้าคริستัลบริสุทธิ์
บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัดและแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เหล่าพ่อค้าวาณิชและขุนนางชั้นสูงต่างพากันกลั้นหายใจ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังแท่นวางวัตถุดิบตรงกลางห้อง—แท่งแร่ ‘ซันสโตนบริสุทธิ์เกรดตำนาน’ ขนาดเท่ากำปั้น สีส้มอมแดงที่แผ่คลื่นความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว มันคือวัสดุระดับหายากขั้นสุดยอดที่วิศวกรเวทมนตร์ทั่วทั้งทวีปต่างหมายปอง และเป็นหัวใจสำคัญในการปลดล็อกขีดจำกัดของเครื่องจักรเวทมนตร์รุ่นใหม่
“สิบล้านเหรียญทอง! ครั้งที่หนึ่ง!” เสียงของมาร์คัสประกาศกร้าว เหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นตามไรผมของเขา แม้จะเป็นผู้จัดงานมือฉกาจ แต่ตัวเลขราคานี้ก็สูงลิ่วจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
ที่นั่งแถวหน้าสุด ‘วิคเตอร์ แวน ไบรท์’ ทายาทตระกูลค้าอาวุโสผู้มั่งคั่งและอดีตเพื่อนร่วมชั้นผู้เหี้ยมโหดของเซน กำลังยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาสวมชุดสูทร่วมสมัยตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีชั้นดี นิ้วเรียวยาวสวมแหวนเพชรเม็ดโตเคาะเบาๆ บนที่วางแขนอย่างใจเย็น ในสายตาของวิคเตอร์ เวลานี้ไม่มีใครในห้องโถงที่มีกำลังทรัพย์พอจะสู้กับกองทุนสำรองของตระกูลแวน ไบรท์ ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายของเขาคือการตัดแขนตัดขาคู่แข่งทางธุรกิจอย่างลีน่า ด้วยการแย่งชิงวัตถุดิบชิ้นเดียวในตลาดนี้ไปต่อหน้าต่อตา
“สิบล้านเหรียญทอง! ครั้งที่สอง… มีใครให้สูงกว่านี้อีกหรือไม่?” มาร์คัสกวาดสายตามองไปรอบห้อง น้ำเสียงเริ่มลากยาวเพื่อสร้างความตื่นเต้น
ลีน่าที่นั่งอยู่ด้านหลังสุดในมุมมืดของห้องโถง กำลังกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวเล็กทั้งสองข้างประสานกันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเจ็บใจ เธอนำผลงานวิจัยทั้งหมดมาจำนอง เสนอขายสิทธิบัตรล่วงหน้า และคำนวณเงินในบัญชีซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ทางออก สิบล้านเหรียญทองคือตัวเลขที่เกินกว่าขีดจำกัดของเธอไปไกลลิบลิ่ว มันหมายถึงจุดจบของโครงการกอบกู้เมือง และหมายถึงความฝันของเธอที่จะต้องพังทลายลงในค่ำคืนนี้
วิคเตอร์หันกลับมามองลีน่าด้วยหางตา รอยยิ้มเหยียดหยามบนใบหน้าของเขายิ่งเด่นชัดขึ้น เขาขยับริมฝีปากพูดไร้เสียงส่งไปให้เธอว่า *‘คนจนก็คือคนจนวันยังค่ำ’*
ทว่า ในวินาทีที่ค้อนไม้กำลังจะเหวี่ยงลงเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินผู้ชนะ—
“ยี่สิบ миллион (ล้าน) ครับ”
น้ำเสียงนุ่มทุบแต่หนักแน่นดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถง เป็นน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความเร่งรีบหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับว่าตัวเลขยี่สิบล้านเหรียญทองนั้นเป็นเพียงราคาของกาแฟสักแก้วยามบ่าย
ทุกลมหายใจในห้องโถงพลันหยุดชะงัก เสียงกระซิบกระซาบเงียบลงในเสี้ยววินาที มาร์คัสชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลุดออกจากเบ้า วิคเตอร์หันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจสุดขีด รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างกลายเป็นความบิดเบี้ยวทันที
เจ้าของเสียงนั้นคือ เซน
เขานั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความกังวล ใบหน้าคมคายประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่แฝงความเยືือกเย็นและอำนาจล้นเหลือ มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แดงหมุนวนช้าๆ ราวกับผู้ชมละครเวทีชั้นดี ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมการประมูลที่กำลังเผาผลาญเงินในกระเป๋า
ลีน่าหันขวับไปมองเซนด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริก “เซน… คุณบ้าไปแล้วเหรอ? ยี่สิบล้าน… มันมากเกินไป! เราไม่มีทางจ่ายไหวหรอก!”
เซนหันมาสบตากับลีน่า แววตาของเขาอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้อาการตื่นตระหนกของหญิงสาวสงบลงได้ในพริบตา เขายื่นมือไปกุมมืออันเย็นเฉียบของเธอไว้เบาๆ บีบนวดให้คลายความกังวล พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว “เพื่อความฝันของคุณแล้ว Līna ไม่มีคำว่า ‘มากเกินไป’ ครับ วางใจเถอะ ผมบอกแล้วว่าผมจะดูแลทุกอย่างเอง”
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซนส่งผ่านเข้ามาในใจของลีน่า ทำให้หัวใจที่กำลังร่วงหล่นกลับมาเต้นแรงอีกครั้งในทิศทางที่ต่างออกไป ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับจากใครไหล뢰งมาจนขอบตาร้อนผ่าว
“ไอ้บ้านนี่… แกเป็นใครวะ!” วิคเตอร์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเสียหน้า เขากวาดสายตามองเซนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูถูก “แกแต่งตัวเหมือนขอทานจากสลัมกล้าดียังไงมาป่วนการประมูลระดับสูงแบบนี้? ยี่สิบล้านเหรียญทองรึ? แค่ค่าธรรมเนียมแรกเข้าแกยังมีปัญญาจ่ายหรือเปล่าเถอะ!”
เซนไม่ได้แม้แต่จะชายตามองวิคเตอร์ เขาเพียงแค่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ตบหน้าอีกฝ่ายอย่างเจ็บแสบที่สุด
“คุณมาร์คัสครับ” เซนเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “การประมูลยังดำเนินอยู่ไม่ใช่หรือครับ? หรือว่าหอการค้าดาราครามมีนโยบายเลือกปฏิบัติ ดูถูกลูกค้าที่ไม่ได้สวมสูทแบรนด์เนมราคาแพงกันแน่?”
มาร์คัสสะดุ้งสุดตัว รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นมืออาชีพทันที แม้เขาจะสงสัยในตัวตนของชายหนุ่มผู้นี้ แต่กฎเหล็กของหอการค้าคือ ‘เงินพูดดังที่สุด’ และยอดเงินยี่สิบล้านก็เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษของที่นี่แล้ว
“ทะ… ทางเราไม่มีนโยบายเช่นนั้นแน่นอนครับท่าน!” มาร์คัสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะประกาศเสียงดัง “ยี่สิบล้านเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง!”
วิคเตอร์หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้น เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เซนชนะการประมูลครั้งนี้ ศักดิ์ศรีและหน้าตาของตระกูลแวน ไบรท์ จะต้องป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี วิคเตอร์จึงตบโต๊ะเสียงดังลั่น ยื่นมือชี้หน้าเซนแล้วตะโกนกร้าว
“สามสิบล้าน! ฉันให้สามสิบล้าน!” วิคเตอร์คำรามด้วยความเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำ “ไอ้สวะสังคม แกมีปัญญาควักเงินสามสิบล้านมาจ่ายให้ได้ภายในห้าวินาทีนี้ไหมล่ะวะ! ถ้าไม่มีแกก็แค่ไอ้ขยะที่มาแหกปากเล่นแก้เขินเท่านั้นแหละ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องโถง สามสิบล้านเหรียญทองเป็นมูลค่าที่มหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการสำหรับคนทั่วไป หลายคนเริ่มมองเซนด้วยสายตาสมเพชและรอคอยดูความอับʿอายของเขา
ลีน่าดึงแขนเสื้อของเซนแรงขึ้น สีหน้าซีดเผือด “เซน พอเถอะค่ะ… มันเล่นไม่ซื่อแล้ว เราถอยกันก่อนดีกว่า…”
เซนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำ เย็นชา และเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทที่เรียบกริบอยู่แล้วให้เข้าที่ จากนั้นจึงหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในอย่างใจเย็น
มันคือบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท ประดับลวดลายสลักดิจิทัลสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ—บัตร ‘แบล็กคาร์ดไร้ขีดจำกัด’ จากระบบคุกกี้ ที่ไม่ได้มีไว้สำหรับมหาเศรษฐีธรรมดา แต่มีไว้สำหรับผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จในตลาดการเงินต่างโลกเท่านั้น
เซนวางบัตรสีดำลงบนโต๊ะไม้ขัดมันอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังก้องสะท้อนในความรู้สึกของทุกคนราวกับเสียงฟ้าผ่า
เขาสบตากลับไปยังวิคเตอร์ที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีด นัยน์ตาคู่นั้นเยือกเย็นจนน่ากลัว
“สามสิบล้านเหรียญทองงั้นเหรอครับ?” เซนเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนทำให้อากาศรอบตัวเย็นเยียบลง “น่าเสียดายจังนะวิคเตอร์… ที่ตัวเลขระดับนั้น มันยังน้อยกว่าเศษเงินในกระเป๋าของผมตอนตื่นนอนเสียอีก”
เซนหันไปพยักหน้าให้มาร์คัสผู้ประมูลที่ยืนตัวสั่นระริก “รูดบัตรเลยครับ… ห้าสิบล้านเหรียญทอง สำหรับค่าซันสโตนชิ้นนี้ และถ้ายังไม่พอใจ… ผมเหมาหมดทั้งคลังสินค้าของพวกคุณในวันนี้เลยก็ได้”
สิ้นคำพูดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามของระบบก็สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังกระแทกโสตประสาทของทุกคนในห้องโถง
[ติ๊ง! ทำรายการชำระเงินจำนวน 50,000,000 เหรียญทอง สำเร็จลุล่วง!]
[สถานะบัญชี: มั่งคั่งไร้ขีดจำกัด / ปลดล็อกสิทธิ์วีไอพีระดับสูงสุดของทวีป!]
บรรยากาศในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันสนิทชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก วิคเตอร์ทรุดฮวบลงนั่งกระแทกเก้าอี้ด้วยความช็อก ดวงตาเบิกโพลง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังทหารเวทมนตร์ในชุดเกราะเงินอร่ามที่เดินเรียงแถวเข้ามาล้อมรอบห้องไว้ทั้งหมด—และบุคคลที่ก้าวเท้าเข้ามาตรงกลางคือชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในสภาการค้า ซึ่งคุกเข่าลงคำนับต่อหน้าเซนทันทีด้วยความเคารพสูงสุด!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความมั่งคั่งนี้ด้วยกันนะครับ!
มหาเศรษฐีระบบคุกกี้กับวิศวกรเวทมนตร์ผู้กอบกู้โลก•ตอนที่ 4
ประมูลราคาข้ามหัวเศรษฐี
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีระบบคุกกี้กับวิศวกรเวทมนตร์ผู้กอบกู้โลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!