กลิ่นคาวสนิมเหล็กและไอเย็นจัดของไนโตรเจนเหลวไม่ใช่สิ่งที่ควรลอยอบอวลอยู่หลังชั้นหนังสือตำราเวทมนตร์โบราณของห้องสมุดใหญ่ แต่สำหรับเซเรสในวินาทีนี้ มันคือเครื่องยืนยันความจริงอันโหดร้ายว่า กฎเกณฑ์ทางตรรกะทั้งหมดที่เธอเคยใช้คำนวณโลกใบนี้กำลังพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือเวทมนตร์สีขาวเปื้อนคราบเขม่าสีดำสนิท เธอปาดเหงื่อที่ผุดพรายข้างขมับอย่างลวกๆ ขณะสายตากวาดมองตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบรัวอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมอากาศธาตุ
[ ตรวจพบการตื่น 100% ของคอร์พลังงานระดับ SSS: "ทูตสวรรค์แห่งความลืมเลือน" ]
[ คำเตือน: เป้าหมายสูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์ และจดจำตัวตนของท่านไม่ได้อีกต่อไป ]
หน้าจอนั้นสั่นระริกราวกับจะแตกละเอียด แรงกดดันมหาศาลจากเบื้องล่างกำลังบดขยี้ชั้นบรรยากาศในห้องใต้ดินจนออกซิเจนแทบเจือจาง พื้นหินอ่อนแกร่งใต้รองเท้าของเธอเกิดรอยร้าวเป็นทางยาวตามจังหวะชีพจรที่เต้นโครมครามราวกับเสียงกลองศึก ความร้อนระอุสลับกับความเย็นยะเยือกแผ่พุ่งขึ้นมาจากช่องเปิดลับรูปวงกลมตรงกลางห้อง—ทางเข้าสู่ชั้นใต้ดินชั้นที่เจ็ด พื้นที่ต้องห้ามที่แม้แต่อาจารย์ใหญ่ก็ยังไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง
และที่ใจกลางความพินาศนั้น... โซลกำลังยืนอยู่
เด็กหนุ่มผู้เคยมีรอยยิ้มจางๆ และดวงตาสสีเทานิ่งสงบ บัดนี้เรือนผมสีดำสนิทกลับสะท้อนประกายแสงสีรุ้งประหลาด ปีกสีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่สยายออกทางด้านหลังกลับถูกย้อมด้วยละอองสีดำสนิทราวกับน้ำหมึกที่หยดลงบนสำลี ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากแต่เป็น "สายตา" คู่นั้น
ดวงตาสีเทาที่เคยทอดมองเธอด้วยความคุ้นเคย บัดนี้ว่างเปล่า... ว่างเปล่าราวกับผืนผ้าใบที่ไม่เคยมีรอยพู่กันใดๆ แต่งแต้ม มันคือความไร้ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ เขากำลังมองเธอเหมือนมองสิ่งแปลกปลอมที่เดินผ่านข้างทาง ไม่มีความโกรธ ความเกลียดชัง หรือแม้แต่ความสงสัย
"เซเรส..." เสียงของเขาทุ้มนุ่มและว่างเปล่า ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ "คุณ... เป็นใครกัน ทำไมถึงยืนอยู่ตรงนั้น"
หัวใจของเซเรสกระตุกวูบ ความรู้สึกหน็บหนาวแล่นริ้วจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่โซลคนที่นั่งอ่านตำราเวทสูตรคำนวณข้างเธอเมื่อวานนี้ นี่คือภัยพิบัติที่มีรูปร่างเป็นมนุษย์... สิ่งมีชีวิตระดับ SSS ที่พร้อมจะลบทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้หายไปจากความทรงจำของจักรวาล
"โซล ตั้งสติหน่อย!" เซเรสกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด รสชาติเค็มปร่าช่วยดึงสติเธอให้กลับมาอยู่ในโหมดนักวิชาการผู้ปราดเปรื่อง เธอสะบัดมือเรียกแผ่นศิลาเวทมนตร์คำนวณสิบแผ่นลอยเคว้งคว้างอยู่รอบกาย ตัวอักษรและสมการเวทนับหมื่นบรรทัดไหลวนด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์จุดอ่อนของสนามพลังตรงหน้า "นายจำฉันไม่ได้ไม่เป็นไร แต่นายจะก้าวขาลงไปลึกกว่านี้ไม่ได้เด็ดขาด!"
"ลึกกว่านี้...?" โซลเอียงคอมองเล็กน้อย ท่าทางนั้นช่างไร้เดียงสา ทว่าในวินาทีต่อมา แรงระเบิดมหาศาลก็พวยพุ่งจากตัวเขาราวกับคลื่นสึนามิ!
*ตูมมมม!*
แรงกระแทกมหาศาลซัดร่างของเซเรสจนปลิวไปกระแทกกับชั้นหนังสือโบราณ ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หนังสือตำราเวทนับร้อยเล่มร่วงหล่นลงมาทับถมกันราวกับหิมะถล่ม ความเจ็บแปล๊บแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับภาพที่เธอเห็นตรงหน้า—โซลไม่ได้โจมตีเธอ เขาแค่ "หายใจ" เท่านั้น แรงดันเวทมนตร์จากการหายใจของเขากลับรุนแรงจนโครงสร้างของหอคอยเวทมนตร์สั่นสะเทือน
เขากำลังก้าวเดิน... ก้าวเดินตรงไปยังปากทางลงสู่ชั้นใต้ดินชั้นที่เจ็ดทีละก้าวอย่างเชื่องช้า
"หยุดนะ!" เซเรสตะโกนสุดเสียง ฝืนยันกายลุกขึ้นยืน แม้ขาของเธอจะสั่นเทาด้วยพิษบาดแผล ทว่าสมองของเธอยังคงทำงานอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักร คำนวณความน่าจะเป็นและทางออกทั้งหมดในเสี้ยววินาที *'ถ้าปล่อยให้เขาลงไปถึงแกนกลางชั้นเจ็ด พลังงานทั้งหมดจะถูกปลดปล่อย และโรงเรียนแห่งนี้รวมถึงเมืองรอบข้างจะหายไปจากประวัติศาสตร์... ไม่มีใครบนโลกที่จะจดจำได้อีกว่าเคยมีสถานที่แห่งนี้อยู่!'*
เธอไม่มีเวลาลังเลอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าทฤษฎีการควบคุมเวทมนตร์ระดับสูงจะบอกว่าการใช้ "ผนัทธนาการจิตวิญญาณ" กับเป้าหมายที่ตื่น 100% จะทำให้ผู้ใช้สูญเสียความทรงจำส่วนลึกไปตลอดกาลก็ตาม
เซเรสยกมือขึ้น วาดอักขระเวทสีทองอร่ามกลางอากาศด้วยเลือดที่ไหลรินจากมุมปาก ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคง เธอพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กหนุ่มด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับเอ่ยคาถาลับที่ปิดตายมานานนับร้อยปี
"ฉันไม่สนหว่านายจะลืมอะไรไปบ้าง... แต่เรื่องราวของฉัน นายไม่มีสิทธิ์ลืมมันเด็ดขาด โซล!"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว แสงสว่างวาบสีทองเจิดจ้าก็พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของทั้งสองไว้ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มือของเธอสัมผัสเข้ากับหน้าอกด้านซ้ายของเขา—จุดที่คอร์พลังงานกำลังเต้นระรัว—จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์โบราณที่ถูกฝังไว้ลึกที่สุดในหอคอยก็ดังขึ้นซ้อนทับในโสตประสาทของเธอ
[ ตรวจพบรหัสผ่านลับ: "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน, ผู้สังเกตการณ์รุ่นที่ศูนย์" ]
[ คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายที่แท้จริงของชั้นใต้ดินชั้นที่เจ็ด ไม่ใช่การกักขัง... แต่คือห้องทดลองกำเนิดของท่านเอง ]
เซเรสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองที่เคยคิดวิเคราะห์ทุกอย่างได้อย่างแม่นยำกลับขาวโพลนในพริบตา เมื่อมือที่เธอกำลังจะใช้ผนึกเขา กลับถูกมืออุ่นจัดของโซลคว้าเอาไว้แน่น
เด็กหนุ่มก้มลงมองเธอ ดวงตาสีเทาที่เคยไร้แวว บัดนี้กลับพราวระยับด้วยประกายแสงสีครามลึกล้ำ รอยยิ้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่าง
"ยินดีด้วยนะ เซเรส... ในที่สุดเธอก็หาทางลงมาถึงชั้นนี้ด้วยตัวเองจนได้"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — แอสทริดธาตุมนต์
นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 14
สู่ชั้นใต้ดินชั้นที่เจ็ด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!