นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 15

กับดักลวงตา

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
ความเงียบงันในห้วงมิติเบื้องล่างไม่ได้ว่างเปล่า หากแต่มันมีน้ำหนัก... น้ำหนักที่กดทับลงบนบ่าและดึงรั้งความทรงจำให้จมดิ่งลงไปในโคลนตมแห่งความลืมเลือน "ยินดีด้วยนะ เซเรส... ในที่สุดเธอก็หาทางลงมาถึงชั้นนี้ด้วยตัวเองจนได้" เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานสะท้อนไปมาอยู่ในโถงทางเดินหินอ่อนสีดำสนิท ไร้ซึ่งต้นตอและทิศทาง เซเรสหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน แว่นตาไร้กรอบของเขา สะท้อนแสงเรืองรองสีฟ้าจางจากวงจรเวทมนตร์คำนวณที่ปรากฏขึ้นบนม่านตา ดวงตาสีเทาเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ สัมผัสมานารอบตัวบิดเบี้ยวจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความหนาแน่นปรกติของชั้นใต้ดินทั่วไป แต่มันคือสนามพลังงานเชิงซ้อนที่ถูกออกแบบมาเพื่อบิดเบือนตรรกะทางความคิดโดยเฉพาะ ข้างกายของเขา โซล ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว มือเรียวยาวของเด็กหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำเอื้อมมาจับชายเสื้อคลุมนักวิชาการของเซเรสไว้แน่นอย่างสัญชาตญาณ ลมหายใจของโซลติดขัดเล็กน้อย ดวงตาสีครามเข้มคู่นั้นกวาดมองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "เซเรส... ที่นี่... ฉันรู้สึกเหมือน... ตัวเองกำลังจะหายไป" โซลกระซิบเสียงสั่น น้ำเสียงของเขามีร่องรอยความเปราะบางที่เซเรสไม่เคยได้ยินมาก่อน เซเรสไม่ตอบทันที นิ้วมือเรียวยาวเคาะลงกับอากาศเบื้องหน้าสามครั้ง รูปแบบเรขาคณิตสามมิติสีทองคำขาวปรากฏขึ้นเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของมานา แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ตัวเลขและสมการเวทมนตร์เหล่านั้นกำลังแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาก่อนที่จะทันได้ประมวลผลเสร็จสิ้น *อันตราย... นี่ไม่ใช่กลลวงทางกายภาพ แต่เป็นการกัดกร่อนตัวตน* เซเรสคิดในใจ ขบกรามแน่นจนสันนูน "อย่าปล่อยมือฉัน โซล" เซเรสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวพอที่จะดึงสติของอีกฝ่ายกลับมาได้ "จำไว้ว่านายคือโซล และฉันคือเซเรส... ต่อให้โครงสร้างเวทมนตร์รอบตัวจะหลอกลวงอะไร อย่าเชื่อสิ่งที่ตาเห็น ให้เชื่อที่สัมผัสนี้" เด็กหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเซเรสที่เอื้อมไปกุมมือของโซลไว้ เป็นเพียงสิ่งเดียวในเวลานี้ที่ยึดโยงพวกเขาไว้กับความเป็นจริง ทว่า... บรรยากาศรอบข้างกลับเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผนังหินอ่อนสีดำแปรเปลี่ยนเป็นห้องเรียนเก่าแก่ในสถาบันเวทมนตร์ที่เซเรสคุ้นเคยดี — ห้องสมุดลับใต้ดินที่เขาเคยใช้เวลาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการหายตัวไปของครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน กลิ่นอายกระดาษเก่าและหมึกเวทย์ลอยอบอวลในอากาศ เสียงพลิกหน้ากระดาษดังแผ่วเบามาจากมุมมืด และที่ตรงนั้น... เงาร่างของชายผู้หนึ่งกำลังนั่งหันหลังให้พวกเขาอยู่ หัวใจของเซเรสกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ "ท่านพ่อ..." คำพูดนั้นหลุดรอดริมฝีปากของนักวิชาการหนุ่มผู้เยือกเย็นเป็นครั้งแรก ความยึดติดและปมในใจที่เขาพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ตรรกะอันเคร่งครัด บัดนี้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างโหดร้ายด้วยพลังของเขาวงกตแห่งความทรงจำนี้เอง ร่างในเงานั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... ทว่าใบหน้าภายใต้แสงตะเกียงเวทมนตร์กลับว่างเปล่า ไม่มีดวงตา ไม่มีจมูก มีเพียงผิวเรียบเนียนราวกับรูปปั้นดินเผาที่ยังปั้นไม่เสร็จ "เซเรส ลูกรัก... เจ้ายังคงยึดติดกับสมการที่ไม่มีวันหาคำตอบเจออยู่อีกหรือ?" เสียงของบิดาดังก้องขึ้นในหัวของเซเรส ราวกับเสียงกระซิบที่มาจากก้นบึ้งของจิตใต้สำนึก "ความรู้ที่ไร้ตัวตน ก็เหมือนชีวิตที่ไร้ความทรงจำ... เจ้ากับเด็กคนนั้น ไม่ต่างกันเลย" ภาพรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวอีกครั้ง พื้นห้องสมุดแตกสลายกลายเป็นเหวลึกสีดำสนิท โซลที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มโปร่งแสงลงทีละน้อย ความทรงจำของเด็กหนุ่มกำลังถูกกลืนกินโดยสภาพแวดล้อม ปลายนิ้วของโซลหลุดออกจากมือของเซเรสทีละนิด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณปริศนาที่ดังระงม "เซเรส... ช่วยด้วย... ฉันจำไม่ได้แล้ว... ฉันเป็นใคร..." โซลเอ่ยด้วยเสียงที่ขาดห้วง ร่างกายเกือบจะสลายกลายเป็นกลุ่มหมอกสีคราม เซเรสสูดหายใจเข้าลึก หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตัดวงจรการหลอนประสาททั้งหมด ทฤษฎีความน่าจะเป็นและกฎแห่งเหตุผลถูกประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุดในสมองของนักอัจฉริยะ หากที่นี่คือเขาวงกตที่ขังความทรงจำ... ทางออกเดียวไม่ใช่การต่อสู้กับภาพลวงตา แต่เป็นการยอมรับความจริงที่เจ็บปวดที่สุด เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาสีเทาเข้มฉายประกายเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว เซเรสพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของโซลไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ดึงร่างที่กำลังจะสลายนั้นเข้ามากอดแนบอกแน่น พร้อมกับปลดปล่อยพลังเวทย์สายตรรกะขั้นสูงสุด 'Absolute Logic Field' แผ่ขยายออกไปรอบตัวเป็นวงกว้าง! "ฉันไม่สนใจว่าใครจะสร้างภาพพวกนี้ขึ้นมา!" เซเรสตะโกนก้อง เสียงของเขาเฉียบคมบาดลึกราวกับใบมีดที่ตัดผ่านความมืด "ความทรงจำอาจถูกขโมยไปได้ แต่ 'เจตจำนง' ที่จะก้าวไปข้างหน้า... เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว!" สิ้นเสียงประกาศกร้าว วงแหวนเวทย์สีทองคำขาวสว่างวาบเจิดจ้า แผ่ขยายรัศมีทำลายล้างภาพลวงตาทั้งหมดจนแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ ห้องสมุดและเงาร่างของบิดาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความจริงของโถงทางเดินหินสีดำที่เงียบสงบตามเดิม โซลหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายกลับมาทึบแสงและมั่นคงดังเดิม เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเซเรสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความรู้สึกที่ล้นปรี่ "นาย... ช่วยฉันไว้อีกแล้วนะ เซเรส" โซลพึมพำเบาๆ เซเรสปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับเล็กน้อย ดันแว่นตาให้เข้าที่ด้วยท่าทีที่กลับมาสงบนิ่งดังเดิม แม้ว่าลมหายใจจะยังคงไม่สม่ำเสมอก็ตาม "อย่าเข้าใจผิด ฉันแค่ทำตามสมการที่ประเมินแล้วว่า การสูญเสียนายจะทำให้ภารกิจนี้ล้มเหลวก็เท่านั้น" ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเดินต่อไปยังเบื้องหน้า ความผิดปกติครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พื้นหินเบื้องล่างที่ควรจะมั่นคง กลับยุบตัวลงกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ พร้อมกับเสียงหัวነาะเยือกเย็นที่ดังขึ้นจากความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของทั้งสองคนอย่างชัดเจน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุก 'ผู้พิทักษ์แห่งชั้นที่ 16' — เงื่อนไขการผ่านทางถูกยกระดับสู่ 'ระดับ SSS'] [คำเตือน: สิ่งที่รออยู่เบื้องล่าง คือตัวตนที่แม้แต่ความทรงจำของท่านก็ไม่อาจเอื้อมถึง...] ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับตัวละครของเรานะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%