“อย่าแตะต้องมัน ถ้าไม่อยากให้มือข้างนั้นกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดิน”
เสียงของเซเรสราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนโซลที่กำลังจะยื่นนิ้วไปสัมผัสกลีบดอกไม้สีครามโปร่งแสงต้องชะงักค้างกลางอากาศ เขาหันกลับมามองเธอด้วยดวงตาสีเงินที่ว่างเปล่าราวกับผืนน้ำนิ่งสนิท ก่อนจะลดมือลงอย่างเชื่องช้า ความไร้เดียงสาในแววตาของเขามักจะทำให้คนมองรู้สึกปวดแปลบในอกเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเซเรสรู้ดีว่าภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเปราะบางนี้ เขากำลังแบกรับพลังที่สามารถฉีกกระชากมิติของโรงเรียนแห่งนี้ให้พินาศได้ในพริบตา
พวกเขาไม่ได้อยู่ในเขตที่นักเรียนทั่วไปควรจะอยู่ สวนเวทมนตร์ต้องห้าม—หรือที่ศิษย์เก่าในตำนานเรียกกันว่า ‘สุสานแห่งมานาที่เสียศูนย์’ ตั้งอยู่หลังอาคารหอสมุดเก่าแก่ที่ถูกปิดตายด้วยผนึกเวทย์ระดับเจ็ด กลิ่นอายในที่แห่งนี้ไม่เหมือนกับอากาศปกติ มันมีความหนืดข้นของไอเวทที่ไหลเวียนราวกับกระแสเลือดของสัตว์อสูรขนาดยักษ์
“ทำไม... ถึงต้องเป็นที่นี่” โซลถาม น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบและขาดห้วงเหมือนคนหัดพูดประโยคที่ซับซ้อน แต่เขาก็เริ่มถามคำถามได้ยาวขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน
เซเรสปัดเส้นผมสีนิลที่ระต้นคอ ก่อนจะจ้องมองไปยังต้นไม้ประหลาดที่มีรากงอกเงยออกมาจากพื้นดินคล้ายหนวดปลาหมึก “เพราะในตำราไม่มีคำตอบสำหรับสิ่งที่นายเป็น โซล ทฤษฎีเวทมนตร์ที่ฉันร่ำเรียนมามันใช้ไม่ได้กับนาย ดังนั้นเราต้องมาดู ‘จุดเริ่มต้น’ ของระบบเวทมนตร์ทั้งหมดที่ถูกเก็บงำไว้ใต้โรงเรียนนี้”
เธอก้าวเดินผ่านแนวรั้วต้นหนามที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับมีชีวิต รองเท้าหนังคู่เก่งกระทบกับพื้นหินโบราณที่สลักอักขระโบราณไว้เบาๆ สายตาของนักวิชาการเวทมนตร์อย่างเธอไม่ได้มองแค่ความสวยงาม แต่มองไปถึง ‘โครงสร้างตรรกะ’ ของอาคมที่ควบคุมสวนแห่งนี้อยู่
การขยับของเถาวัลย์ไม่ใช่การสุ่ม แต่มันคือการคำนวณตามหลักเรขาคณิตชั้นสูง
“ระวัง” เซเรสคว้าข้อมือของโซลแล้วดึงให้เขาหลบไปด้านหลังทันที ในวินาทีนั้นเอง กิ่งไม้แหลมคมก็ฟาดลงมายังจุดที่โซลยืนอยู่จนพื้นหินแตกกระจาย เสียงดังสนั่นทำให้โซลเบิกตากว้าง แต่มันไม่ใช่ความกลัว มันคือสัญชาตญาณของการป้องกันตัวที่เซเรสสัมผัสได้ว่ามัน ‘อันตรายเกินไป’
กลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของโซลโดยที่เขาไม่รู้ตัว มันรุนแรงจนต้นหนามรอบข้างเหี่ยวเฉาลงในฉับพลัน
“หยุด โซล! สงบใจไว้” เซเรสสั่ง เธอพุ่งเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้มือทั้งสองข้างกุมใบหน้าของเด็กหนุ่มไว้แน่น สบตาเขาเพื่อส่งผ่านความตั้งมั่น “ห้ามใช้พลังนั้น ถ้าเธอปล่อยมันออกมา เราจะถูกตรวจจับได้ทันที แล้วความลับที่ฉันพยายามปกป้องไว้ก็จะสูญเปล่า”
โซลนิ่งไป ลมหายใจของเขาเริ่มกลับมาเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ พลังงานสีดำมืดจางหายไปราวกับควันไฟในสายลม เขาจ้องมองใบหน้าของเซเรสที่อยู่ใกล้เพียงแค่คืบ แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีความสับสนวูบผ่าน
“ทำไม... ถึงต้องปกป้องผม?” เขาถามเบาๆ
เซเรสชะงักไปครู่หนึ่ง คำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดคือเพื่อรักษา ‘ตัวแปร’ ที่สำคัญที่สุดในการไขปริศนาเรื่องครอบครัวของเธอ แต่เมื่อมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เธอกลับหาคำตอบที่เป็นตรรกะไม่ได้เลยสักอย่าง เธอทำเพียงแค่ถอนหายใจและปล่อยมือ
“เพราะนายคือคนเดียวที่เหลืออยู่... ที่ฉันจะให้หายไปไม่ได้”
ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปจนถึงใจกลางสวน ที่นั่นมีแท่นศิลาลอยอยู่กลางอากาศ เหนือแท่นศิลามีผลึกคริสตัลใสที่ภายในบรรจุแสงสีทองหมุนวนอย่างเชื่องช้า มันคือหัวใจหลักของมานาในโรงเรียน—แหล่งกำเนิดที่ไม่มีใครเคยเห็น
เซเรสหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาเตรียมจะจดบันทึก แต่ทันใดนั้น อักขระบนพื้นรอบตัวพวกเขาก็เปลี่ยนจากสีเขียวอ่อนกลายเป็นสีแดงเลือด บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนโซลทรุดฮวบลงกับพื้น
*แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการบุกรุกโดยหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาต*
*ระดับความปลอดภัย: ขั้นสูงสุด (SSS)*
เสียงกังวานเย็นเยียบดังก้องไปทั่วทั้งสวน เซเรสเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างลึกลับหลายสิบสายปรากฏขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ พวกเขาไม่ใช่ผู้คุมกฎของโรงเรียน แต่เป็น ‘สิ่งที่ลืมเลือนไปแล้ว’ ของประวัติศาสตร์เวทมนตร์
โซลลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นระริก แสงสีดำรอบตัวที่เพิ่งดับไปกลับมาลุกโชนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีแดงก่ำราวกับเพชรฆาตที่ตื่นจากนิทรา
“เซเรส...” โซลเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของเด็กหนุ่มที่ไร้ความทรงจำอีกต่อไป แต่มันคือเสียงของพลังอำนาจที่แฝงด้วยความเกลียดชัง “พวกมัน... มาเพื่อฆ่า ‘สิ่งผิดพลาด’ อย่างฉัน”
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กคือคนเดียวกับที่ปรากฏในรูปภาพเก่าๆ ในห้องใต้ดินของพ่อเธอ... บิดาที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
“หลบไปซะ เซเรส” โซลคำรามพลางยกมือขึ้น กองกำลังเงาก้าวเข้ามาใกล้ “ถ้าไม่อยากเห็นพ่อของเธอตายต่อหน้าต่อตาในสภาพที่ไม่เหลือแม้แต่เศษเนื้อล่ะก็นะ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเซเรสและโซลในตอนนี้นะคะ
ด้วยความเคารพและรักในนักอ่านเสมอ
แอสทริดธาตุมนต์
นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 6
บทเรียนนอกตำรา
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!