กลิ่นของสารเคมีผสมละอองเวทมนตร์เข้มข้นจนแสบจมูก เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากเครื่องมือวัดค่ามานาเบื้องหน้าไม่ได้ทำให้เซเรสละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่กำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉานได้เลย
*(ระวัง... หล่อนไม่ได้มาคนเดียว... และไอ้แก่คนนั้นกำลังรอดูว่าเราจะคายความลับอะไรออกมาก่อน)*
ข้อความเตือนจิตที่ทิ้งไว้จากเหตุการณ์เมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับเงาปริศนาที่คอยทาบทับอยู่บนแผ่นหลัง แต่ในห้องแล็บส่วนตัวใต้ดินของอาคารวิจัยเวทมนตร์ตรรกะแห่งนี้ เวลานี้มีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าต้องสะสาง นั่นคือการควบคุม "ตัวตน" ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กกลายสภาพตรงหน้า
โซลนั่งนิ่งสนิท ดวงตาสสีฟ้าใสไร้ประกายคู่นั้นเหม่อมองไปยังผนังกระจกนิเวศเวทมนตร์ ร่างกายของเขายังคงดูบอบบางและเยาว์วัยเกินกว่าจะเป็นเจ้าของพลังที่สามารถฉีกกระชากมิติได้ตามอำเภอใจ ไร้ความทรงจำ ไร้ที่มา แต่กลับมีพลังเวทย์ระดับทำลายล้างที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดอย่างบ้าคลั่ง
"พร้อมไหมโซล" เซเรสเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือสีขาวสะอาดกำลังกดสลับวงจรควบคุมมานา
เด็กหนุ่มไม่ตอบคำถามเป็นคำพูด เขาเพียงแต่กะพริบตาช้าๆ สันจมูกโด่งรั้นสะท้อนกับแสงไฟนีออนสีนวลในห้องแล็บ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเบาๆ "ถ้าผมควบคุมมันไม่ได้... คุณจะทิ้งผมไหมครับ... เอ๊ย... เอ่อ... คุณจะทิ้งผมไหม... เซเรส"
เซเรสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปรกติแล้วโซลจะไม่เคยเอ่ยถามอะไรที่แสดงถึงความกังวลใจเช่นนี้ เด็กหนุ่มมักจะว่างเปล่าและทำตามคำสั่งราวกับหุ่นเชิด แต่การที่เขาเริ่มเรียนรู้ความกลัว หมายความว่าจิตสำนึกความเป็นมนุษย์กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น หรือไม่... ก็มีบางสิ่งที่กำลังกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาให้ตื่นขึ้นจากหลุมพราง
"ฉันไม่ทิ้งเครื่องมือชิ้นสำคัญหรอกน่า โซล" เซเรสตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด แม้ลึกๆ ในใจจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเด็กหนุ่ม "อีกอย่าง... นายไม่ใช่แค่วัตถุวิจัยในทฤษฎีของฉัน... เริ่มกระบวนการได้"
มือบางตวัดลงบนแผงควบคุมหลัก เสียงเครื่องจักรเริ่มคำรามต่ำๆ วงแหวนเวทมนตร์สีครามสว่างวาบขึ้นจากพื้นห้อง แล่นริ้วขึ้นตามโครงสร้างเหล็กจนกลเป็นกรงขังพลังงานบริสุทธิ์
ทว่า... ในวินาทีที่มานาเกรดศูนย์ของโซลถูกกระตุ้นให้ตอบสนองต่อตัวเร่งปฏิกิริยา ทั่วทั้งห้องแล็บก็เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนหลอดทดลองบนชั้นวางแกว่งไกว หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนจากสีแดงเดือดกลายเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ตัวเลขประเมินพลังงานจะพุ่งทะยานผ่านขีดจำกัดสูงสุดที่สถาบันเคยบันทึกไว้!
"บ้าจริง... ค่าพลังงานทะลุเพดานมานาสเฟียร์ไปแล้ว!" เซเรสกัดริมฝีปากแน่น เหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามขมับ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวเลขที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือพลังที่แท้จริงของโซล—พลังที่ถูกปิดตายด้วยกลไกความทรงจำที่หายสาบสูญ
โซลเงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงปรกลงมาเคลียคลอวงหน้าหวาน ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอของเขา โดยไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้เซเรสได้ยิน
*"พวกมัน... มาแล้ว..."*
สิ้นเสียงคำเตือนนั้น กระจกนิเวศเวทมนตร์หนากว่าสามนิ้วก็แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลระเบิดออกมาราวกับคลื่นสึนามิที่ซัดสาดเข้าใส่ร่างของเซเรสจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องโลหะ ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นที่หัวไหล่ แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่กำลังปรากฏขึ้นตรงหน้า
ประตูห้องแล็บที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสความปลอดภัยระดับสูงสุด ค่อยๆ ถูกบิดงอด้วยพลังเวทย์สีดำสนิทที่คุ้นเคย... กลิ่นอายอันตรายที่เธอจำได้แม่นจากเหตุการณ์เมื่อวานกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
และก่อนที่เซเรสจะทันได้หยิบไม้กายสิทธิ์ประจำตัวขึ้นมาตั้งรับ แสงไฟในห้องทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าซากประตูพังๆ
"ไม่นึกเลยว่าเด็กฝึกงานอย่างเธอ... จะแอบซ่อน 'กุญแจดอกสำคัญ' เอาไว้ในห้องใต้ดินที่ไม่มีใครสนใจแบบนี้... เซเรส"
เสียงทุ้มต่ำของผู้มาเยือนดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ก้าวพ้นความมืดออกมา รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าของชายวัยกลางคนผู้สวมเสื้อคลุมนักวิชาการอาวุโส—ไอ้แก่คนเดิมที่กำลังจับตาดูเธออยู่ และดูเหมือนว่า... เขาไม่ได้มาเพื่อเจรจาต่อรอง
เซเรสสูดหายใจเข้าลึกพยายามควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิง มือเรียวแอบสัมผัสกับกลไกฉุกเฉินใต้โต๊ะทำงานเพื่อเตรียมพร้อมใช้งานระบบทำลายตัวเอง ขณะที่โซลซึ่งยืนอยู่กลางวงเวียนพลังงานที่ระเบิดออก กลับค่อยๆ หันขวับมามองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ชวนให้หัวใจหยุดเต้น... รอยยิ้มที่แม้แต่เซเรสเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวเด็กหนุ่มผู้นี้!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเซเรสและโซลในตอนนี้นะคะ
นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 5
ทฤษฎีความต่าง
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!