นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ•ตอนที่ 8

การแข่งขันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียทีนะ... 'ทูตสวรรค์' ผู้ทรยศ" เสียงกระซิบที่ราวกับลอยมาจากขุมนรกหรือห้วงมิติอันเวิ้งว้างยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเซเรส แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในลานประลองเวทมนตร์กลางแจ้งของสถาบันอาร์เคเดียจะเต็มไปด้วยเสียงเชียร์อื้ออึงของเหล่านักเรียนนับพันคนก็ตามที ดวงตาสีเทาเข้มของเซเรสเหลือบมองไปยังอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทผู้ปกปิดใบหน้าไว้ใต้ฮู้ดคนนั้นหายลับไปจากสายตาแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่เสียดแทงลงมาถึงกระดูกสันหลัง คำว่า 'ทูตสวรรค์' และ 'ผู้ทรยศ' ไม่ได้หมายถึงใครอื่น นอกจากโซล—เด็กหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำที่กำลังยืนอยู่เคียงข้างเธอในตอนนี้ "เซเรส... ตัวสั่นนิดหน่อยนะ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นข้างกาย โซลเอียงคอมองเธอด้วยแววตาใสซื่อไร้เดียงสา ราวกับเด็กน้อยผู้ไม่ประสีประสาต่อโลกภายนอก ทั้งที่เงาในดวงตาคู่นั้นซ่อนพลังเวทย์ระดับทำลายล้างที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งได้ตลอดเวลา เขายื่นมือเรียวยาวมาแตะที่หลังมือของเธอเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยดึงสติของเซเรสให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง "ฉันไม่ได้สั่นเพราะกลัวค่ะ โซล" เซเรสสูดลมหายใจเข้าลึก and ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามแบบฉบับของนักวิชาการเวทย์สายตรรกะ "แต่ฉันกำลังประมวลผลว่าเราควรจะกำจัดอุปสรรคตรงหน้าอย่างไรดี ต่างหาก" อุปสรรคที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือสนามประลองเวทประจำปีที่คณะกรรมการบริหารสถาบันจัดขึ้นเพื่อคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปร่วมงานชุมนุมเวทมนตร์ระดับทวีป และกฎข้อบังคับอันแสนงี่เง่าของอาจารย์ใหญ่ก็ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เซเรส—นักเรียนทุนผู้สร้างปัญหาด้วยการครอบครองวัตถุเวทย์ปริศนาอย่างโซล จำเป็นต้องลงแข่งขันในรอบคัดเลือกแบบตัวต่อตัว หากแพ้... โซลจะถูกยึดตัวไปตรวจสอบโดยสภาเวทมนตร์ทันที นี่คือการแข่งขันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแท้จริง "ผู้เข้าแข่งขันคู่ต่อไป! เซเรส จากภาควิชาตรรกะเวทย์มนตร์ ปะทะ กาเบรียล จากภาควิชาอัญเชิญมารศาสตรา!" เสียงประกาศก้องจากเวทมนตร์ขยายเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชื่อของเธอเรียกเสียงฮือฮาจากฝูงชนได้ทันที ภายในสถาบันแห่งนี้ เซเรสเป็นที่รู้จักในฐานะ 'อัจฉริยะไร้สายเลือดขุนนาง' ผู้ใช้เวทมนตร์ด้วยสมการและตรรกะทางคณิตศาสตร์อันแม่นยำ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเบื้องหลังสมุดบันทึกสูตรเวทย์เหล่านั้น เธอมีปมในใจเรื่องการหายตัวไปของครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับบันทึกโบราณของสถาบัน เซเรสสาวเท้าก้าวเข้าสู่เขตสนามประลอง พื้นหินแกรนิตสีขาวสะอาดสะอ้านสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ลมพัดโชยกลิ่นออนเซ็นและสนป่าจางๆ รอบสนาม โซลเดินตามหลังเธอมาเงียบๆ ยืนประจำการอยู่ที่มุมอัฒจันทร์ผู้ช่วยตามกฎของการประลอง คู่ต่อสู้ของเธอคือ กาเบรียล ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง ผู้ถือครองดาบใหญ่เคลือบเวทย์ธาตุไฟ Runic Blade ดวงตาของเขากวาดมองเซเรสด้วยรอยเหยียดหยามตามสไตล์ลูกหลานตระกูลขุนนางเก่าแก่ "คิดไม่ถึงเลยนะว่าเด็กทุนอย่างเธอจะรอดมาถึงรอบนี้ได้ เซเรส" กาเบรียลหัวחาะในลำคอ พร้อมกับควงดาบในมือจนเกิดประกายไฟสีส้มวาบ "ทางที่ดี ยอมแพ้แล้วส่งไอ้เด็กประหลาดที่ยืนอยู่ตรงนั้นให้สภาเวทฯ ซะเถอะ ก่อนที่เธอจะเจ็บตัวจนไม่เหลือแม้แต่ตำราเรียน" เซเรสไม่ได้ตอบคำถามนั้น มือเรียวบางยกขึ้นจัดแว่นตาขอบเงินบนสันจมูก รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอใช้เวลาคำนวณทฤษฎีเวทย์ที่ยากที่สุดในห้องสมุด "ความรู้คืออำนาจค่ะ กาเบรียลซัง" เซเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง "และน่าเสียดายที่คุณ... สอบตกวิชาตรรกะเบื้องต้น" *เปรี้ยง!* สิ้นเสียงคำพูดของเธอ วงแหวนเวทย์สีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเซเรส ไม่ใช่หนึ่ง ไม่ใช่สอง แต่เป็นโครงสร้างเรขาคณิตซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้น! สมการเวทย์ถูกวาดขึ้นกลางอากาศด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวของกระแสมานา นี่คือทักษะเฉพาะตัว 'Logical Calculation Array' ที่เธอบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อลบล้างความได้เปรียบด้านปริมาณมานาของพวกขุนนาง กาเบรียลหน้าถอดสี รัศมีความร้อนจากดาบใหญ่ของเขาถูกกดทับด้วยสนามพลังแรงโน้มถ่วงที่เซเรสคำนวณองศาไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ "บ้าน่า! เวทมนตร์บ้าอะไร ทำไมถึงคำนวณวิถีการโจมตีของฉันได้หมดกัน!" "เพราะทุกสิ่งในโลกนี้มีรูปแบบและเหตุผลรองรับค่ะ" เซเรสดีดนิ้วเบาๆ ครั้งหนึ่ง กระแสมานาอัดแน่นพุ่งทะยานจากพื้นดินเข้ามัดร่างของกาเบรียลไว้ในพริบตา แรงดันอากาศที่ถูกบีบอัดด้วยสมการทำให้คู่ต่อสู้ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นโดยที่ยังไม่ทันได้เหวี่ยงดาบด้วยซ้ำ ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วลานประลองชั่วขณะ ก่อนที่เสียงเฮของผู้ชมจะระเบิดขึ้นอีกครั้งด้วยความตกตะลึง บนอัฒจันทร์ โซลปรบมือช้าๆ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นกลับเหลือบมองขึ้นไปบนหอคอยสูงของสถาบัน—จุดที่เงาดำลึกลับเมื่อครู่ยังคงยืนมองลงมา กรรมการสนามกำลังจะยกมือประกาศชัยชนะของเซเรส ทว่า... ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือลานประลองก็แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน เมฆหมอกทมิฬก่อตัวขึ้นราวกับพายุเฮอร์ริเคน วงแหวนเวทย์สีแดงฉานขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ บดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด เสียงระฆังโบราณที่ไม่ได้ถูกสั่นมานานนับร้อยปีดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งอาณาจักรเวทมนตร์ นักเรียนและอาจารย์ต่างแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่าน แรงกดดันมหาศาลกดทับจนทุกคนทรุดลงไปกองกับพื้น ยกเว้นเพียงเซเรสและโซล กลางวงแหวนเวทย์สีแดงฉานนั้น ร่างของบุรุษผู้สวมชุดคลุมสีดำคนเดิมค่อยๆ ลอยลงมาอย่างช้าๆ เขาดึงฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยสักประหลาดรูปปีกนกสีดำสนิท ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่โซลด้วยความกระหายเลือด "ในที่สุดก็หาตัวเจอ... 'ภาชนะแห่งการทำลายล้าง' เจ้าชายแห่งดินแดนที่ถูกลืม" ชายปริศนากล่าวด้วยเสียงก้องกังวาน "ถึงเวลาชำระหนี้เลือดของเผ่าพันธุ์แล้ว โซล... หรือเจ้าควรจะเรียกว่า 'ลูซิเฟอร์' กันแน่!" เซเรสเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตกใจ หันขวับไปมองคู่หูข้างกาย โซลในตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว แววตาสีฟ้าใสแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามราวกับสัตว์ป่าดุร้าย ไอพลังสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของเขาจนพื้นสนามประลองแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ โซลหันมามองหน้าเซเรสช้าๆ รอยยิ้มเศร้าสร้อยแต่คุ้นเคยปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน "ขอโทษนะเซเรส... ดูเหมือนว่าความทรงจำของฉัน... เริ่มกลับมาแล้วล่ะค่ะ" -------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับเซเรสและโซลในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักวิชาการเวทย์สายตรรกะกับทูตสวรรค์ผู้ไร้จดจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%